Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Why I’m Not Married — Even Though That Was My “Plan”
เหตุผลที่ฉันไม่แต่งงาน แม้ว่าฉันจะเคยวางแผนไว้แล้ว

เหตุผลที่ไม่แต่งงาน แม้ว่าจะเคยวางแผนไว้แล้ว

ฉันจำได้ตอนที่เรียนจบชั้นมัธยมปลาย ฉันวางแผนไว้ว่าจะหมั้นตอนอายุ 26 ปีและแต่งงานตอนอายุ 28 ปี ฉันไปเอาความคิดบ้าๆแบบนี้มาจากไหนนะ? บางทีฉันอาจได้รับอิทธิพลจากพ่อแม่ที่แต่งงานกันตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ หรือไม่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ดิสนีย์ที่ฉันเคยดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อโตขึ้น ราวกับว่าการแต่งงานหลังเรียนจบเป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อมองย้อนกลับไปฉันรู้สึกว่าแผนการแต่งงานของฉันคือยุทธศาสตร์ทางสังคมมากกว่าที่จะเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันเข้าใจผิดว่าผู้คนที่อยู่รอบตัวสามารถหารักแท้และคู่แท้ได้อย่างง่ายดายจนสามารถ “ตกร่องปล่องชิ้น” ได้ทันทีที่เข้าสู่อายุ 28 ปี แต่ตอนนี้ฉันอายุ 29 ปีกับอีกสามสัปดาห์ที่รู้แล้วว่าชีวิตไม่ได้ดำเนินไปตามแผนเสมอไป ฉันไม่เคยเจอคนที่ใช่เลยเพราะฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและฉันเป็นใคร บางทีฉันก็ไม่ควรแต่งงานเลย มีเหตุผลผิดๆมากมายที่ทำให้คนเราต้องแต่งงาน

  • ฉันไม่ควรแต่งงานเพียงเพราะว่าพ่อแม่ของฉันอยากอุ้มหลาน
  • ฉันไม่ควรแต่งงานเพียงเพราะว่าต้องการยอด “ไลค์” มหาศาลที่ผู้คนเต็มใจกดให้กับรูปงานหมั้นและงานแต่งของฉันบนหน้าฟีดในเฟซบุ๊ค
  • ฉันไม่ควรแต่งงานเพียงเพราะว่าบรรดาเพื่อนสนิทแต่งงานกันไปหมดแล้ว
  • ฉันไม่ควรแต่งงานเพียงเพราะว่าถ้ารอนานเกินไปฉันอาจแก่เกินกว่าที่จะเล่นกีฬากับลูกๆ
  • ฉันไม่ควรแต่งงานเพียงเพราะว่าแคร์สังคม สื่อต่างๆ หรือความคิดบ้าๆของฉันเอง
  • ฉันควรแต่งงานก็ต่อเมื่อฉันรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง

แต่น่าเสียดายที่คนจำนวนมากแต่งงานกันเพราะเหตุผลอื่นๆจากภายนอก พวกเขาแต่งงานกันเพียงเพราะคิดว่าถึงวัยที่เหมาะสมแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกถึงความล้มเหลวและมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ฉันไม่คิดว่าการแต่งงานเร็วจะเป็นเรื่องผิด ฉันมีเพื่อนมากมายที่แต่งงานตอนช่วงอายุ 20 ปีและพวกเขาก็ยังมีความสุขกันดี แต่ฉันคิดว่าการให้เกียรติตัวเองและรู้ว่าตัวเองเป็นใครนั้นสำคัญกว่า (แม้ว่าอาจจะเป็นไปได้ยากในช่วงอายุ 20 ปี) ก่อนที่จะกระโจนเข้าสู่ “จนกว่าความตายจะพรากจากกัน” กับใครอีกคน การใช้ชีวิตไม่มีคำว่าถูกหรือผิดเพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับทางที่คุณเลือก ฉันเริ่มถามตัวเองว่า “นี่คือชีวิตที่ฉันต้องการจริงๆเหรอ? “ฉันอยากทำงานนี้จริงๆใช่ไหม?” และ “ฉันต้องแสร้งทำเป็นคนอื่นเพื่อให้เข้ากับคนเหล่านั้นได้อย่างนั้นเหรอ?” ฉันรู้ว่าฉันกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสังคมที่ป่วยหนัก

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉันเริ่มฝึกเขียนเรียงความหัวข้อ “ฉันต้องการใช้ชีวิตอย่างไร?” รวมถึงทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในความคิดลงไปบนกระดาษ ฉันไม่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้หรอกแต่แค่อยากสละเวลาสัก 5-10 นาทีในการฝึกเขียนเท่านั้น และด้วยการฝึกเขียนนี้เองทำให้ฉันเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ใครกันที่ฉันต้องการใช้ชีวิตอยู่ด้วย รวมถึงสิ่งที่ฉันต้องการเรียนรู้ ปรัชญาใดที่มีคุณค่ามากที่สุด และประสบการณ์แบบใดที่ฉันใฝ่ฝันถึงมากที่สุด เนื่องจากเรามีโอกาสแบบนี้เพียงครั้งเดียวในชีวิตทำไมเราไม่เชื่อใจตัวเองในสิ่งที่เราต้องการจริงๆล่ะ? ดังนั้นถ้าคุณกำลังเดินตามเกมของคนอื่นอยู่ คุณควรมองหาทางเลือกอื่นและเลือกวิธีที่ต่างออกไป คุณควรสร้างกฎของตัวเองแม้ว่ากฎนั้นจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็แฝงไว้ด้วยความมีชีวิตชีวา

Blogger : Josh Barad

Source : mindbodygreen.com