Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Things You Should Never Do During A Breakup
7 พฤติกรรมไม่ควรทำหลังเลิกรากับคนรัก

พฤติกรรมไม่ควรทำหลังเลิกรากับคนรัก

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าตอนที่คนเราอกหักอีกแล้ว และที่สำคัญพวกเขายังอาจแสดงพฤติกรรมแย่ๆออกมาอีกด้วย อาการอกหักรักคุดสามารถทำให้หน้าที่การงาน มิตรภาพ และเป้าหมายของคุณล้มเหลวไม่เป็นท่าได้ ทั้งนี้การปลอบใจจากเพื่อนฝูงและการได้ร้องไห้ระบายออกมาบ้างจะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น เอาล่ะนี่คือ 7 พฤติกรรมที่คุณไม่ควรทำหากต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายที่จะตามมา

1. ยังเป็นเพื่อนกันต่อไป

คุณสามารถเป็นเพื่อนกับคนรักเก่าได้ไหม? แน่นอนว่าบางคนทำได้ แต่หลังจากที่อกหักมาหมาดๆน้ำตายังไม่ทันแห้ง คุณต้องอยู่ให้ห่างจากเขาเลย หากคุณมองว่าเขาต้องการผูกมิตรกับคุณ เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวคุณก็ต้องหาเรื่องดราม่าอีก อันที่จริงก็เหมือนกับการสะกิดแผลเปิดทุกครั้งที่เริ่มจะตกสะเก็ด จากนั้นเมื่อความเศร้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธก็มีแนวโน้มว่าคุณจะทำหรือพูดบางสิ่งที่คุณจะต้องเสียใจในภายหลัง ลองทิ้งระยะห่างจากคนรักเก่าจนกว่าคุณจะหายดีจากอาการอกหัก

2. เข้าไปส่องตามสื่อโซเชียลต่างๆ

อย่าทำเด็ดขาดเชียว! มิเช่นนั้นวันดีๆของคุณจะกลายเป็นวันที่คุณได้เห็นภาพเขาเคียงคู่กับคนรักใหม่ก่อนที่คุณจะพร้อมเสียอีก ที่สำคัญมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณด้วย การเข้าไปส่องตามสื่อโซเชียลของคนรักเก่าก็ไม่ต่างจากการทรมานตัวเอง คุณอาจจะตัดใจได้เร็วแต่ไม่คุ้มค่าหรอกในระยะยาว ทางที่ดีควรปลีกตัวจากคนรักเก่าทุกทาง จะซ่อนหรือลบไปเลยก็ได้ถ้าจำเป็น

3. ส่งข้อความไปหาตอนดึกๆ

สมองที่กำลังท่วมท้นไปด้วยความทุกข์บวกกับอาการง่วงนอนอาจทำให้คุณเชื่อว่าการส่งข้อความไปหาคนรักเก่าตอนตีสามน่าจะเป็นความคิดที่ดีไม่ว่าจะเป็นการสารภาพความในใจ การขอโทษ โวยวาย หรือแม้แต่การใคร่ครวญขอให้เขาอภัยให้คุณ เชื่อสิว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีหรอก คุณควรเขียนความรู้สึกของตัวเองลงไปในสมุดแทน จากนั้นก็รอสัก 3 วันแล้วคุณจะรู้ว่าคนรักเก่าไม่มีสิทธิเข้าไปอยู่ในใจของคุณอีกต่อไปแล้ว

4. ประชดชีวิต

บางครั้งคุณก็จำเป็นต้องรับประทานไอศกรีมสักถ้วยและร้องไห้ หรือเครื่องดื่มแรงๆสักสองแก้ว หรือหิ้วหนุ่มมาสานสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดที่ห้องของคุณ ขอบอกว่าทำไปเถอะแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความรู้สึกของคุณก็ตาม แต่ถ้ามันมากเกินไปก็ได้เวลาเรียกเพื่อนของคุณแล้วล่ะหรือไม่ก็ปรึกษามืออาชีพเถอะ

5. ปิดกั้นตัวเอง

การอยู่ตามลำพังเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขแต่ก็มีขอบเขตเช่นกัน คุณต้องไปทำงานหรือไปโรงเรียน ต้องไปเยี่ยมพ่อแม่และใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ คุณจะมาสร้างกำแพงปิดกั้นตัวเองอย่างถาวรได้อย่างไร หากคุณไม่มีแรงที่จะเข้าสังคมก็ขอให้เพื่อนแวะมาหาสิ หางานอดิเรกใหม่ๆที่ต้องออกนอกบ้าน หรือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้คุณต้องจมปลักอยู่กับตัวเอง

6. ทำตัวโรคจิต

อย่าลืมว่านี่คือชีวิตจริงไม่ใช่ภาพยนตร์รักสอดแทรกอารมณ์ขัน การไม่เคารพขอบเขตของอีกฝ่ายเพื่อหว่านล้อมให้เขากลับมาหาคุณไม่ใช่เรื่องรักหวานซึ้งแต่เป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งเชียวนะ หากคนรักเก่าไม่อยากเจอหน้าคุณ นั่นก็หมายความว่าอย่าส่งข้อความ อย่าโทรไป และอย่าโน้มน้าวอะไรทั้งนั้น ฉันจะบอกว่าหากคุณต้องการโน้มน้าวแต่อีกฝ่ายไม่ต้องการ งั้นคุณก็ต้องให้พื้นที่แก่เขา

7. สร้างดราม่า

คุณไม่มีสิทธิไม่เคารพขอบเขตของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันคุณก็ต้องสร้างขอบเขตของตัวเองขึ้นมาด้วย ขอบเขตเหล่านั้นรวมไปถึงการร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ! คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเหตุผลของคุณในการบอกเลิกนั้นถูกต้อง คุณไม่จำเป็นต้องตอบสนองต่อการกล่าวโทษใดๆทั้งสิ้น คุณไม่จำเป็นต้องทะเลาะ คุณไม่จำเป็นต้องฟาดงวงฟาดงาบนสื่อโซเชียลและไม่จำเป็นต้องพูดจาดูถูกใคร ที่สำคัญไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของคนรักเก่าด้วย

Blogger : Teresa Newsome

Source : bustle.com