Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Things You Can Never Unsay
7 ประโยคที่ไม่ควรหลุดจากปากของคุณ

ประโยคที่ไม่ควรหลุดจากปาก

การพ่นประโยคเหล่านี้ออกมาใช้เวลาแค่วินาทีเดียวแต่รู้ไหมว่ามันเจ็บฝังใจไปชั่วชีวิต

1. “ฉันต้องการหย่า”

ต่อให้หลังจากนี้คุณคืนดีกันแต่บาดแผลในใจก็ได้เกิดขึ้นแล้ว อย่าพูดประโยคนี้เด็ดขาดถ้าคุณไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ครั้งหนึ่งสามีของฉันก็เคยท้าหย่าแต่สักพักเขาก็ขอโทษและบอกว่าจะไม่พูดแบบนั้นอีก อย่างไรก็ดีฉันไม่เคยลืมความรู้สึกที่เหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยกอีกเลย ทางที่ดีคุณควรลองใช้คำถามปลายเปิดอย่าง “เราจะออกไปจากจุดนี้อย่างไรดี?”

2. “ฉันก็เกลียดเธอเหมือนกัน”

เด็กๆน่ารักจะตาย! ยกเว้นเวลางอแงนะ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะงี่เง่าใส่คุณมากแค่ไหนก็ห้ามคุณตอบโต้พวกเขาด้วยวิธีที่พวกเขาพูดกับคุณเด็ดขาด พ่อแม่ทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่า “หนูเกลียดพ่อ/แม่แล้ว” อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง และไม่ว่าลูกของคุณจะอายุ 4 ขวบหรือ 44 ปีคุณก็พูดแบบนี้คืนกลับไปไม่ได้ สิ่งที่คุณควรพูดคือ “พ่อ/แม่ได้ยินแล้ว” เด็กๆแค่อยากให้มีคนเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเท่านั้นเอง

3. “ท้องเหรอ?”

หากคุณไม่สามารถเก็บอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองได้ก็ควรพูดอะไรที่เป็นกลางๆ เช่น “คุณเป็นอย่างไรบ้าง?” หรือ “มีข่าวอะไรใหม่ๆไหม?” เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายแค่อ้วนขึ้นเฉยๆ ไม่ได้ท้อง!

4. “ฉันไม่เคยรักคุณ”

แม้ว่าจะเป็นความจริงและคุณก็แสดงออกมาโดยตลอด แต่การพูดเช่นนี้จะทำให้อีกฝ่ายจดจำช่วงเวลาที่อยู่กับคุณด้วยความรู้สึกหดหู่ตลอดกาล คุณอาจคิดว่า “ดี! ก็สมควรแล้ว!” แต่เมื่อคุณอารมณ์เย็นลงคุณจะรู้สึกเสียใจที่ทำลายความทรงจำเหล่านั้นไปพร้อมกับความไว้ใจของเขา หากคุณต้องการแสดงความผิดหวังของตัวเองออกมาก็ควรเลือกประโยคที่ทำร้ายจิตใจน้อยลง เช่น “ความรู้สึกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว”

5. “บ้าไปแล้วหรือไง”

ครั้งหนึ่งเพื่อนสนิทของฉันบอกว่าเธออยากลองดิ่งพสุธาดูและฉันก็ตอบว่า “บ้าไปแล้วหรือไง” ผลปรากฏว่าเธอไม่คุยกับฉันไปเลยหนึ่งเดือนเต็ม ฉันทำลายความเชื่อของเธอและเธอก็โกรธ (โดยชอบธรรม) ทุกคนมีสิทธิเพ้อฝันถึงสิ่งที่ดูเหมือนไกลเกินเอื้อมแต่ใครจะรู้ล่ะว่าพวกเขาอาจทำได้จริงๆ ดังนั้นแทนที่จะปิดกั้นความฝันเหล่านั้นคุณควรพูดว่า “ท่าทางน่าจะเจ๋งสุดๆ!”

6. “แม่ของคุณงี่เง่า”

คุณสามารถบ่นแม่ของตัวเองได้ตามที่ต้องการเลย แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องวิจารณ์บุพการีของคนรักก็ขอให้จำกัดเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถปรับปรุงได้ เช่น “เวลาที่แม่ของคุณบอกว่าฉันทำอาหารไม่เป็น/ดูดฝุ่นผิดวิธี/เอาใจลูกมากเกินไปหรือดูเหมือนว่าฉันอ้วนขึ้น บอกตามตรงว่าฉันไม่พอใจนะ คุณช่วยบอกให้แม่ของคุณเก็บความคิดเห็นไว้กับตัวเองได้ไหม?”

7. เงียบ

เวลามีเหตุการณ์สะเทือนใจก็ไม่รู้ว่าจะพูดหรือปลอบใจอย่างไรดี แต่การไม่พูดอะไรเลยกลับแย่ยิ่งกว่าการพูดผิดๆออกไปเสียอีก ลืมเรื่องการส่งข้อความและอีเมลไปซะ การติดต่อนี้ต้องใช้เสียงพูดของคุณไม่ใช่คีย์บอร์ด ประโยคง่ายๆอย่าง “เสียใจด้วยนะ” หรือ “ฉันคิดถึงคุณ” ก็สื่อได้แล้วว่าคุณเป็นห่วง คุณจะไม่มีวันได้โอกาสแก้ตัวในกรณีที่คุณเอาแต่เงียบ จำไว้!

Blogger : Amy Brill is the author of The Movement of Stars

Source : oprah.com