Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Things I Wish I’d Known Before Breaking Up With A Friend
7 สิ่งควรรู้และทำใจก่อนเลิกคบกับเพื่อน

สิ่งควรรู้และทำใจก่อนเลิกคบกับเพื่อน

ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาฉันเคยเลิกคบกับเพื่อนไปสองคนซึ่งในบางกรณีเป็นการเห็นชอบกันทั้งสองฝ่ายขณะที่บางกรณีก็คิดเอาเองแค่ฝ่ายเดียว ฉันเลิกคบกับเพื่อนเพราะนิสัยแย่ๆหรือไม่ก็แย่ด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ ที่สำคัญความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็ไม่แตกต่างจากความสัมพันธ์ชู้สาวนักหรอก จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมื่อปี 2010 พบว่ามิตรภาพที่แตกหักโดยเฉพาะระหว่างผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสาหัสมาก ไม่ใช่ว่าคุณกับเพื่อนเข้ากันไม่ได้แต่เป็นเพราะคุณไม่ชอบอีกฝ่ายมากจนไม่สามารถเก็บเขาไว้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตได้ต่างหาก คนในสังคมมักจะสนใจการเลิกราระหว่างคู่รักมากกว่าการแตกหักระหว่างเพื่อนฝูง และคุณรู้ไหมว่าการเลิกคบกับเพื่อนนั้นให้ความรู้สึกเจ็บปวดใจสุดๆ ดังนั้นนี่คือ 7 ข้อที่คุณควรรู้ก่อนที่จะเลิกคบกับเพื่อน

1. เพื่อนคนอื่นๆจะเลือกข้าง

แม้ว่าการที่เพื่อนๆเลือกข้างหลังจากที่เลิกคบกับคนรักจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับฉันโดยเฉพาะถ้าเพื่อนของเขากับเพื่อนของคุณกลายมาเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเมื่อฉันเลิกคบกับเพื่อนคนใดคนหนึ่งและเห็นเพื่อนๆที่เหลือพากันไปเข้าข้างฝ่ายนั้นกันหมด ฉันจะรู้สึกว่าพวกเขาก็ไม่เคยเป็นเพื่อนของฉันจริงๆเหมือนกัน

2. ทำใจยากกว่าเลิกคบกับคนรักเสียอีก

การเลิกคบกับเพื่อนจะสอนบทเรียนให้แก่คุณมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการบอกลาใครสักคนที่มีความสำคัญมากกว่าคนรักในหลายๆด้าน ฉันรู้อยู่เสมอว่าผู้ชายเดี๋ยวก็ไปๆมาๆ แต่เพื่อนนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงตลอดกาล ดังนั้นการเลิกคบกับเพื่อนจึงทำใจยากกว่าการบอกเลิกกับคนรักแน่นอน

3. ฉันจะรู้สึกราวกับว่าเป็นฝ่ายที่ทำร้ายเพื่อน

ฉันเคยเลิกคบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา (ฉันไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะดีเลิศสมบูรณ์แบบนะ) การอยู่กับเพื่อนคนนี้ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยใจมาก เธอมักจะก่นด่าทุกอย่างที่ฉันทำและที่ตัวเธอเองทำรวมถึงที่ทุกคนบนโลกนี้ทำด้วย ซึ่งต่างจากคนอื่นที่มีความสุขแทนเพื่อน และเมื่อฉันบอกสาเหตุที่ทำให้ฉันกับเธอเป็นเพื่อนกันอีกต่อไปไม่ได้แล้ว เธอกลับมองว่าฉันทำร้ายเธอและเธอจะออกไปจากมิตรภาพครั้งนี้เอง ฉันกลายเป็นคนทรยศโดยสมบูรณ์แบบแล้ว

4. เราต้องเลิกคบกันบนสื่อโซเชียลด้วย

ไม่สำคัญว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนแต่เมื่อมาถึงจุดจบความสัมพันธ์บนโลกโซเชียลก็ต้องจบลงตามไปด้วย โลกที่เราอยู่ในปัจจุบันก็เป็นแบบนี้แหละ

5. รู้สึกได้ถึงความอิจฉา

ก่อนที่ฉันจะยกเลิกการเป็นเพื่อนกับเพื่อนคนหนึ่งในเฟสบุ๊คและเลิกติดตามเธอในอินสตาแกรม ฉันรู้สึกว่าตัวเองอิจฉาที่เห็นเธออยู่กับเพื่อนคนอื่นๆซึ่งอาการนี้ไม่ต่างจากตอนที่ฉันเลิกกับคนรักเลย พวกเขามีความสุขกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน

6. ต้องมีการทะเลาะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายทิ้งหรือฝ่ายถูกทิ้งก็มักจะมีประเด็นถกเถียงตามมา ฝ่ายถูกทิ้งจะมีคำถามที่ต้องการคำตอบนับไม่ถ้วน เอ่ยปากตำหนิ และสาดคำด่าอย่างเจ็บแสบ ซึ่งตอนที่ฉันเลิกคบกับเพื่อนก็ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันนี้เลย เช่น อีเมลที่เต็มไปด้วยข้อความโกรธเกรี้ยว และที่สำคัญเหตุการณ์นี้ก็ยืดเยื้อนานถึงสองสัปดาห์เลยทีเดียว

7. หายนะแน่นอน

เมื่อฉันตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนคนหนึ่ง ฉันรู้ว่าฉันทำถูกต้องแล้ว แต่ปรากฏว่าความเจ็บปวดที่สูญเสียเพื่อนคนนี้ไปกลับมากกว่าตอนที่ฉันเลิกกับคนรักเสียอีก ฉันไม่เสียใจหรอกที่ปล่อยเธอไปแต่ฉันก็ไม่เคยก้าวข้ามความรู้สึกที่สูญเสียเธอไปเช่นกัน

Blogger : Amanda Chatel

Source : bustle.com