Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

The Honest Truth About Life After A Toxic Relationship
ความจริงของชีวิตหลังจบความสัมพันธ์อันเลวร้าย

ความจริงของชีวิตหลังจบความสัมพันธ์อันเลวร้าย

บางคนเคารพตัวเองไม่มากพอที่จะก้าวออกมา บางคนอดทนน้อยกว่าสิ่งที่ตัวเองสมควรได้รับ ส่วนฉันมองว่าตัวเองเข้มแข็งมากจริงๆ ฉันคิดว่าตัวเองเข้มแข็งที่อุตส่าห์ทนอยู่ได้ตั้งนาน เข้มแข็งที่เชื่อมั่นใครสักคนและเคารพความรู้สึกของตัวเองที่ไม่ยอมเดินออกมา เข้มแข็งที่รักใครคนนั้นมากเกินไป เมื่อมีคนถามถึงเขาและความสัมพันธ์ของเรา ฉันจะไม่มองย้อนกลับไปในสิ่งที่เลวร้าย ฉันจะจดจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น ความรักใต้กองขี้เถ้าและความวุ่นวายที่เราสองคนต่างสร้างมันขึ้นมา เขาไม่ใช่ต้นเหตุเพียงฝ่ายเดียว..ฉันก็เป็นสาเหตุที่เลวร้ายด้วยเช่นกัน ความจริงคือ..เขาเป็นคนปิดฉากความสัมพันธ์ แต่ฉันก็ไม่เคยยอมแพ้ ฉันยังพยายามต่อไป ฉันจะพยายามจนกว่าชีวิตจะพังพินาศ และในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ เขาเปรียบเสมือนยาเสพติดและทุกครั้งที่ฉันอยู่กับเขา..ฉันจะต้องการมากขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายมันจะทำลายคุณ อยู่มาคืนหนึ่งเขามาบอกลาฉันและฉันก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาฉันทรมานมามากจนวันนี้มันด้านชาและชาชินไปแล้ว

ความจริงหลังจบความสัมพันธ์อันเลวร้าย

แต่ส่วนที่ยากไม่ใช่จุดจบ ฉันคิดว่าในที่สุดเขาก็รู้สักทีว่าฉันทนมานานแค่ไหน ฉันรักเขาและพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความสัมพันธ์ราบรื่น ฉันทุ่มเททั้งเวลาและพลังงานทั้งๆที่รู้ว่าความรักครั้งนี้อาจจบลงแบบยับเยินสุดๆ ทว่าฉันก็ยังต่อสู้เพื่อมัน ฉันเสียสละทุกอย่างเพื่อเขาเหมือนคนบ้า แต่นี่ล่ะคือความสัมพันธ์อันเลวร้าย มันเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยสงครามประสาทและข้อสงสัยต่างๆรวมถึงการตั้งคำถามทุกครั้งที่ฉันขยับตัวหรือปริปากพูดคำใดๆออกมา การทะเลาะมักจะจบลงที่ฉันเป็นฝ่ายผิดและต้องกล่าวคำขอโทษ แต่ข้อดีก็มีเหมือนกัน มีอยู่คืนหนึ่งฉันอยากอยู่เงียบๆเนื่องจากเจอปัญหามาหนักและเขาเป็นคนเดียวที่ฉันรู้ว่าสามารถเข้าหาได้ เขามองฉันเพียงแป๊บเดียวก็รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเขาก็แค่สวมกอดฉัน เขารู้จักฉันดีกว่าใครในโลกนี้และฉันก็รักเขาที่เป็นแบบนั้น

หลังจบความสัมพันธ์อันเลวร้าย

ทุกข้อความที่เราคุยกัน..ฉันจะลงท้ายด้วยคำว่าฉันรักเธอ จริงๆฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้หรือเปล่าว่าฉันรักเขามากขนาดไหน ความจริงของความสัมพันธ์อันเลวร้ายคือมันไม่ได้เลวร้ายตลอดเวลา มีเหตุผลที่คนเรายอมทนต่อพฤติกรรมแย่ๆ แต่เมื่อมันจบลง..ฉันก็เดินหน้าต่อไป ทว่าเมื่อฉันเดทกับคนอื่น ฉันกลับเอาแต่คิดถึงเขา เขาทำลายเดทของฉัน แม้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงไปแล้วแต่เขาก็ยังกัดกินหัวใจของฉันอยู่ ฉันเริ่มได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ฉันเริ่มคบหากับคนดีๆจากนั้นฉันก็ผลักไสพวกเขาออกไป และเมื่อฉันพบใครสักคนที่เป็นแบบนี้สุดท้ายก็มักจะจบลงโดยที่ฉันร้องไห้จนหลับไป..ต่างคนต่างวาระแต่เหตุการณ์เดียวกัน นี่คือความเคยชินอันแสนเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตหลังจบความสัมพันธ์ห่วยๆก็เหมือนกับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ คุณต้องยอมรับกับตัวเองว่ามีปัญหาและปัญหานี้ไม่สามารถแก้ที่คนรักได้ คุณต้องแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อน จากนั้นคุณก็ต้องก้าวออกมาจากคนหรือสิ่งใดก็ตามที่จะพาคุณกลับไปยังเส้นทางอันตราย

ชีวิตหลังจบความสัมพันธ์อันเลวร้าย

เมื่อเวลาผ่านไป…ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟ ใบหน้าสะสวยกว่าช่วงที่เขารู้จักฉันซะอีก เขาจับมือฉันและจ้องลึกเข้าไปในดวงตา เขาบอกว่าฉันสวยมาก แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรกับเขานอกเหนือไปจากคนที่นั่งตรงข้ามกันเท่านั้นเอง ฉันไม่ต้องการเขาอีกแล้ว ฉันมองเขาและรู้แล้วว่าเราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน ต่างจากความรู้สึกสมัยเมื่อครั้งยังหนุ่มสาว มันเคยเป็นช่วงเวลาอันแสนหวานและขมขื่นที่ตามมาด้วยความรู้สึกเงียบสงบ นอกจากฉันจะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ในที่สุดฉันก็ได้ในสิ่งที่สมควรได้จริงๆ

Blogger : Kirsten Corley

Source : thoughtcatalog.com