Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

ยิ่งคุณเป็นคนรักอิสระและฉลาดมากเท่าไหร่
ก็มีแนวโน้มที่คุณจะเจอรักแท้ยากมากเท่านั้น

ยิ่งรักอิสระและฉลาดเท่าไหร่ก็จะเจอรักแท้ยากเท่านั้น

ความรักเป็นเรื่องง่ายในวัยหนุ่มสาว แต่เมื่อเราโตขึ้นความรักก็ยิ่งเป็นเรื่องซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นตามไปด้วย การตกหลุมรักกลายเป็นเรื่องยาก และการปล่อยมือจากรักครั้งเก่าก็กลายเป็นเรื่องยากมากกว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? ทำไมความรักไม่ง่ายขึ้นทุกๆปีล่ะ? ยิ่งมีประสบการณ์และความรู้ก็น่าจะยิ่งหารักแท้ได้ง่ายขึ้นไม่ใช่เหรอ? และเชื่อหรือไม่ว่าการตกหลุมรักเป็นการตัดสินใจเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ความรักไม่ใช่มนต์วิเศษ แต่เป็นเราต่างหากที่ทำให้ความรักมีมนต์วิเศษ เมื่อเราอายุมากขึ้นมนต์วิเศษก็เสื่อมลง อย่างไรก็ตามมนต์วิเศษจะเสื่อมลงมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน นอกจากนี้ยิ่งเราฉลาดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสงสัยน้อยลง ยิ่งเราเข้าใจความรักและบทบาทของตัวเองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากในการพบรักแท้ กลับกลายเป็นเรื่องของความเท่าเทียมกันซะมากกว่า

ในการตกหลุมรัก คุณต้องรู้สึกว่าตัวเองต้องการความรักก่อน เนื่องจากถ้าคุณไม่เชื่อว่าตัวเองต้องการหรือสมควรได้รับความรักคุณก็จะปฏิเสธมันไม่ว่าจะมีสติหรือไม่มีสติก็ตาม และเมื่อใดที่คุณต้องการความรักก็หมายความว่าคุณต้องการคนมาอยู่เคียงข้างและผจญภัยไปด้วยกัน แต่ถ้าคุณรักอิสระและฉลาดมากเท่าไหร่ คุณจะต้องการความรักไปทำไม..จริงไหมล่ะ? ความอิสระนี่แหละคือตัวบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของเรายิ่งกว่าความฉลาดเสียอีก ลองคิดดูสิว่าทำไมคนเราถึงเลิกกันทั้งๆที่ทุกอย่าง (ดูเหมือนว่า) กำลังไปได้สวย? นั่นเป็นเพราะพวกเขาต้องการอิสระ พวกเขาไม่ต้องการใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนอื่น และต่อให้รักกันมากแค่ไหนพวกเขาก็ยังต้องการมีเวลาส่วนตัวอยู่ดี คนเรามักจะรู้สึกอึดอัดเมื่อคู่ของตัวเองมีแนวคิดเรื่องระดับความเป็นอิสระแตกต่างกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการความเป็นอิสระมากกว่าอีกฝ่ายแสดงว่าความสัมพันธ์เริ่มจะมีปัญหาแล้ว คนหนึ่งรู้สึกเจ็บปวด ส่วนอีกคนจะรู้สึกอึดอัด แต่ “ความอิสระที่เข้ากันได้” ก็ยังไม่พอ เนื่องจากความฉลาดของคุณจะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยาก ตั้งแต่เด็กเราเรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวรรณคดี แต่เราไม่เคยถูกสอนเรื่องความรัก วิชานี้ไม่มีอยู่ในชั้นเรียน เราทุกคนตาบอดในเรื่องความรัก แถมเรายังโง่พอที่จะเชื่อแบบนั้นด้วย นั่นเป็นเพราะความรักคือปรากฏการณ์ธรรมชาติ เราจึงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มัน

ความรักอาจเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ แต่แน่นอนว่าต้องมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่เลวร้าย และยังมีเรื่องราวให้เรียนรู้อีกมหาศาล ถ้างั้นจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนที่ฉลาดที่สุดในโลกมีความรัก? พวกเขาก็จะตั้งคำถาม ทำความเข้าใจให้ดีขึ้น สำรวจ และลงมือทดสอบนั่นเอง เนื่องจากความรักมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่อารมณ์ ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่คนฉลาดจะพบกับรักแท้และรักษามันไว้ได้ หากคุณกำลังมองหาทฤษฎีที่เกี่ยวกับความรัก ง่ายๆคือคุณต้องตามหามัน หรือยอมรับความจริงว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน อย่าลืมว่าความรักไม่ได้มีมนต์วิเศษ แต่เราต่างหากที่ทำให้ความรักกลายเป็นสิ่งที่วิเศษ

Blogger : Paul Hudson

Source : elitedaily.com