Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

10 สัญญาณบ่งบอกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแม่ไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่

สัญญาณบอกว่าความสัมพันธ์กับแม่ไม่ค่อยโอเค

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแม่ก็ควรเติบโตตามไปด้วย ทั้งนี้ในทางทฤษฎีเด็กที่ต้องอาศัยผู้อื่นจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ แต่ในบางกรณีความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกกลับหยุดชะงักไปเนื่องจากทั้งคู่มักจะยึดติดกับบทบาทเดิมๆ เราจึงได้สอบถามนักบำบัดว่ามีสัญญาณใดบ้างที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแม่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

1. แม่ของคุณเรียกร้องความสนใจและเวลาจากคุณมากเกินไป

คุณเคยรู้สึกว่าต้องหยุดทำอะไรทุกอย่างเวลาที่แม่โทรมาหาบ้างไหม? คุณมักจะยกเลิกนัดกับเพื่อนๆ เพื่อนร่วมงาน หรือคู่สมรสเพียงเพราะว่าแม่อยากเจอคุณบ้างไหม? ถ้าใช่ก็เป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีปัญหากับแม่ของคุณและอาจทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงไปอีก

2. คุณรู้สึกว่าต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ของแม่

แม่อาจพูดว่า “เพราะลูกทำแบบนี้แม่ก็เลยเป็นห่วง” หรือ “แม่เสียใจเวลาที่ลูกไม่โทรมาหา” หรือ “ถ้าลูกไม่ทำแบบนั้นแม่ก็คงไม่โกรธหรอก” คำพูดเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่คุณยังเด็กและเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็อาจยังพยายามที่จะทำให้พ่อแม่ของตัวเองมีความสุขหรือสงบลง รู้หรือไม่ว่าวิธีคิดแบบนี้จะทำให้ความสัมพันธ์อื่นๆของคุณแย่ลงด้วย

3. คุณโกหกแม่เพราะไม่อยากทำให้ท่านผิดหวัง

สมัยเรียนคุณอาจโกหกแม่เพราะไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ตอนนี้คุณโตแล้วคุณต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองรวมถึงผลที่ตามมาด้วย อย่างไรก็ตามหากคุณพบว่าตัวเองยังต้องโกหกแม่เพราะเหตุผลข้อนี้อยู่งั้นก็แสดงว่าคุณยังยึดติดอยู่กับบทบาทเดิมๆ ทางที่ดีคุณควรบอกแม่ไปตรงๆว่าคุณกำลังทำอะไรและทำไปเพื่ออะไร เพราะนี่ล่ะคือการสร้างความสัมพันธ์แบบมีวุฒิภาวะ

4. คุณยังต้องพึ่งแม่เรื่องเงิน

หากคุณยังต้องพึ่งแม่เรื่องเงินก็หมายความว่าท่านรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงินของคุณไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน จำนวนเงินที่ใช้ในแต่ละเดือน ค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้ยังหมายถึงท่านสามารถใช้เงินมาสนับสนุนหรือปฏิเสธการตัดสินใจของคุณได้ด้วย หากเป็นแบบนี้แล้วคุณจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน? ทั้งนี้การรับของขวัญหรือขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆในยามจำเป็นนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การขอเงินแม่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

5. คุณยอมให้แม่เข้ามาจัดการเรื่องต่างๆของคุณได้

โดยปกติแล้วคุณควรทำทุกอย่างเองได้ทั้งการซักอบรีด ทำความสะอาดบ้านของตัวเอง นัดหมายต่างๆหรือแม้แต่การจองทริปท่องเที่ยว ขณะที่แม่ของคุณอาจต้องการช่วยบ้างเพราะท่านคงอยากทำตัวให้มีประโยชน์แต่เชื่อหรือไม่ว่าการยอมให้แม่เข้ามาจัดการสิ่งต่างๆได้จะขัดขวางพัฒนาการและวุฒิภาวะของคุณ

6. แม่ต้องการให้คุณปรึกษาท่านก่อนที่คุณจะตัดสินใจ

หากคุณรู้สึกว่าไม่สามารถตัดสินใจได้เมื่อไม่ได้รับการอนุญาตจากแม่ของคุณก่อนนั่นก็แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้วล่ะ อันที่จริงเมื่อคุณโตเป็นผู้ใหญ่ก็ควรรู้สึกว่าตัวเองมีพลังและมีอำนาจในการตัดสินใจสิ เป็นไปได้ว่าท่านจะพยายามทำให้คุณรู้สึกผิดหากคุณไม่ใส่ใจคำแนะนำของท่าน

7. แม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณโดยการแอบดูข้อความ อีเมล หรือบัญชีธนาคารของคุณ

หากแม่ของคุณอ่านอีเมลส่วนตัวของคุณ ตามส่องคุณบนสื่อโซเชียล จากนั้นก็นำมาเผาคุณซะเกรียม หรือโผล่มาบ้านคุณแบบดื้อๆ หรือรู้สึกเจ็บปวดหากคุณ “ปฏิเสธ” นี่ล่ะคือการละเมิดขอบเขตความเป็นส่วนตัวที่เราสามารถพบได้บ่อยๆ

8. บางครั้งคุณรู้สึกราวกับว่ากำลังแข่งกับแม่ของตัวเองอยู่

ในความสัมพันธ์แม่ลูกที่แนบแน่น แม่ต้องภูมิใจไม่ใช่อิจฉาลูกของตัวเอง หากมีความรู้สึกแข่งขันเกิดขึ้นก็ควรหาสาเหตุว่าทำไม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก การเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น (รวมถึงพ่อ) และความสำเร็จต่างๆ เป็นต้น

9. แม่ให้ท้ายคุณแม้ว่าคุณจะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

รู้ไหมว่าการกระทำเช่นนี้ส่งผลเสียมากกว่าผลดีและทำให้คุณยังคงทำพฤติกรรมแย่ๆต่อไป ยกตัวอย่างเช่นการโกหกว่าลูกตัวเองป่วยไปทำงานไม่ไหวทั้งที่จริงๆแล้วเกิดจากเมื่อคืนปาร์ตี้หนักไปหน่อยต่างหาก

10. แม่เล่าเรื่องส่วนตัวของตัวเองมากเกินไปหน่อย

การเปิดอกคุยกันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ดีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณกับแม่ต้องเล่าเรื่องของตัวเองจนหมดเปลือก

Blogger : Kelsey Borresen

Source : huffingtonpost.com