Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Signs It’s Time to Let Go
10 สัญญาณเตือนว่าควรปล่อยมือเขาไปได้แล้ว (ทั้งเพื่อนและคนรัก)

สัญญาณเตือนว่าควรปล่อยมือเขาไปได้แล้ว

Image Credit : marasee.wix.com/marasee

การรั้งไ ว้อาจหมายถึงความกล้าหาญ แต่การปล่อยมือและเดินหน้าต่อไปจะทำให้เราเข้มแข็งและมีความสุขได้มากกว่า และนี่คือ 10 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราควรปล่อยเขาไปได้แล้ว

1. เขาอยากให้คุณเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ

อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่น เราควรยอมสูญเสียคนที่ไม่ยอมรับในตัวเรา ดีกว่าการอยู่กับเขาต่อไปโดยที่เราไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง เพราะการรักษาแผลใจนั้นง่ายกว่าการซ่อมแซมตัวตนที่แตกสลาย นอกจากนี้การถมพื้นที่ในชีวิตที่คนอื่นเคยอยู่ให้เต็มนั้นง่ายกว่าการปล่อยให้ชีวิตตัวเองว่างเปล่าแบบไร้ตัวตน

2. คำพูดสวนทางกับการกระทำ

หากเป็นเช่นนี้ก็ควรปล่อยมือเขาไปได้แล้วเพราะการอยู่เพียงลำพังย่อมดีกว่าการอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆที่ไม่ดี มิตรภาพที่แท้จริงคือสัญญาใจที่มีต่อกันและไม่จำเป็นต้องพูดหรือบรรยายใดๆทั้งสิ้น ความสัมพันธ์ไม่มีวันเสื่อมคลายเพียงเพราะอยู่ไกลกัน และไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพราะกาลเวลาด้วย อย่าสนใจคำพูดของคนอื่นแต่ดูแค่การกระทำก็พอ เพื่อนแท้จะค่อยๆเปิดเผยตัวเองออกมาในไม่ช้า

3. ต้องบังคับให้คนอื่นมารักคุณ

อย่าลืมว่าเราไม่สามารถบังคับใครให้มารักเราได้ เราไม่ควรอ้อนวอนให้เขาอยู่ต่ออีกเลยถ้าหากเขาต้องการจะไปจริงๆ เพราะรักคืออิสรภาพ อย่างไรก็ตามความรักที่จบสิ้นไม่ได้หมายถึงจุดจบของชีวิต แต่เป็นการเริ่มต้นที่จะเข้าใจว่าบางครั้งความรักก็ไม่ต้องการเหตุผล หากเขารักคุณจริงเขาจะไม่มีวันทำให้คุณสงสัยแต่จะพิสูจน์ว่าเขารักคุณมากขนาดไหน เราอาจต้องใช้เวลาบ้างในการตามหาคนที่ใช่แต่ก็คุ้มค่าที่จะรอคอยไม่ใช่เหรอ

4. สนใจแค่เสน่ห์ทางกาย

ความสวยงามที่มากกว่าสิ่งที่คนอื่นเห็น รวมถึงเป็นสิ่งที่นิยามความหมายในตัวคุณเกี่ยวกับจิตใจที่ลึกซึ้งและทำให้คุณมีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ผู้ที่สนใจแค่ใบหน้าหรือรูปร่างที่สวยงามจะไม่อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ผู้ที่มองเห็นจิตใจอันงดงามของคุณต่างหากที่จะไม่มีวันจากคุณไปไหน

5. ทำลายความเชื่อใจของคุณไม่หยุดหย่อน

รักคือการมอบโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายคุณ (เมื่อต้องเลิกกัน) แต่คุณเชื่อใจว่าเขาจะไม่ทำ เมื่อใดที่คุณเชื่อใจใครคนหนึ่งแล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ 2 อย่างคือ ความรักที่มั่นคงตลอดไปหรือบทเรียนชั่วชีวิต ซึ่งเป็นผลดีทั้งคู่เพราะในตอนสุดท้ายคุณจะรู้ว่า ใครคือของเทียม ใครคือของแท้ ที่จะยอมเสียสละทุกอย่างให้คุณ เชื่อสิว่าคุณจะต้องประหลาดใจ

6. มองข้ามคุณค่าในตัวคุณ

เมื่อคุณยกใจทั้งดวงให้กับคนที่ไม่เคยเคารพคุณ บอกเลยว่าคุณไม่มีวันได้ใจส่วนนั้นกลับคืนมาอย่างแน่นอน บางครั้งคุณก็ต้องยอมปล่อยและยอมรับว่าเขาแคร์คุณไม่เท่ากับที่คุณแคร์เขา ปล่อยให้เขาออกไปจากชีวิตของคุณเงียบๆเถอะ เพราะการปล่อยไปย่อมดีกว่าการรั้งเอาไว้ จากนั้นคุณก็จะถามตัวเองว่า “ทำไมฉันไม่ทำให้เร็วกว่านี้”

7. ไม่มีโอกาสพูดคุยกับใจของตัวเอง

บางครั้งการทะเลาะก็ช่วยรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ ขณะที่ความเงียบกลับทำให้ทุกอย่างพังทลาย เปิดใจพูดคุยเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังเถอะ ชีวิตไม่ใช่การทำให้คนอื่นมีความสุข แต่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์และแบ่งปันทุกข์สุขร่วมกันต่างหาก

8. มักต้องเสียสละความสุขของตัวเอง

ถ้าคุณยอมให้คนอื่นเข้ามาตักตวงความสุขออกไปจากชีวิตคุณมากกว่าที่จะเติมเข้ามาให้ล่ะก็..อีกไม่นานชีวิตของคุณก็จะขาดดุลโดยไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ก็ปิดบัญชีไปเสียแล้ว ถ้าความสัมพันธ์ของคุณต้องยอมเสียสละความสุขมากมายขนาดนี้ อยู่คนเดียวดีกว่านะ

9. เกลียดสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งงานและกิจวัตรประจำวันด้วย

ยอมล้มเหลวในสิ่งที่คุณรักดีกว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณเกลียดนะ อย่าปล่อยให้คนที่หมดไฟไปแล้วมาพูดให้คุณยุติความฝันตามไปด้วย สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดในชีวิตคือการทำตามความฝันของตัวเอง ต้องยอมเสี่ยง อย่ามัวแต่หาวิธีที่ง่ายและปลอดภัยเพราะคุณกลัวความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นชีวิตของคุณจะไม่ประสบความสำเร็จเลย แม้ว่าจะยากแต่ถ้าคุณไปถึงเป้าหมายได้บอกเลยว่าคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อและหยาดน้ำตาทุกหยดที่เสียไปอย่างแน่นอน

10. จมอยู่กับอดีต

ท้ายที่สุดคุณจะสามารถเอาชนะอาการอกหักและลืมสาเหตุรวมทั้งคนที่ทำให้คุณร้องไห้ไปได้ คุณจะรู้ว่าเคล็ดลับของความสุขและอิสรภาพไม่ใช่การบังคับหรือแก้แค้นกัน แต่คือการปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ พร้อมกับเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่บทเรียนแรกในชีวิต แต่เป็นบทเรียนสุดท้ายในชีวิตต่างหาก ดังนั้นจงปล่อยอดีตให้ผ่านไปและปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ รวมทั้งเปิดใจกว้างเพื่อรอรับประสบการณ์และโอกาสใหม่ๆที่จะผ่านเข้ามา

Blogger : Marc Chernoff

Source : marcandangel.com