Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Signs It’s Time to Go to Couples Therapy
6 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่ได้แล้ว

สัญญาณเตือนว่าควรเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่ได้แล้ว

ความสัมพันธ์ของมนุษย์เราย่อมมีขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามนักบำบัดแนะนำว่า “เวลาที่เหมาะที่สุดในการเข้ารับคำปรึกษาอาจเป็นตอนที่คุณยังมีความสุขกับความสัมพันธ์ เนื่องจากหากรอนานเกินไปพฤติกรรมแย่ๆหลังเกิดปัญหาอาจทับถมเข้ากับความขุ่นเคืองและความโกรธเกรี้ยวจนยากเกินกว่าที่จะแก้ไข” เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากนักบำบัดคุณจะสามารถทำลายวงจรเหล่านี้ทิ้งไปและค้นพบต้นตอของปัญหารวมถึงกอบกู้สายสัมพันธ์ที่ขาดหลุดรุ่ยได้ ต่อไปนี้คือ 6 สัญญาณเตือนว่าคุณอาจต้องเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่ได้แล้ว

คุณไม่รู้สึกถึงความรักเลย

ค่ำคืนสุดพิเศษ งานแต่งงาน และเดทแสนโรแมนติก ทุกอย่างล้วนน่ารัก รวมถึงอ้อมกอด การสบตา การฟังเรื่องราวของคนรัก และการกระทำเล็กๆน้อยๆเพื่อช่วยสานสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและแสดงออกถึงความรักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปความใกล้ชิดคืออย่างแรกที่จะจางหาย ดังนั้นคุณควรไตร่ตรองว่าทัศนคติที่มีต่อคนรักยังเป็นเรื่องดีๆหรือมีแต่ความน่าหงุดหงิดใจ หากเป็นอย่างหลังการบำบัดจะช่วยคุณพลิกฟื้นความสัมพันธ์ได้

เซ็กส์กลายเป็นเรื่องงั้นๆ

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีความสุขในเรื่องเพศสัมพันธ์ก็อาจกลายเป็นปัญหาสำหรับคู่รักได้ ความไม่พึงพอใจในเรื่องเซ็กส์เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คู่รักต้องเข้ารับการบำบัด ผู้ที่มีความต้องการทางเพศมากจะรู้สึกว่าถูกปฏิเสธขณะที่อีกฝ่ายจะรู้สึกกดดัน ปัญหาเกี่ยวกับความผูกพันทางกายอาจทำให้คู่รักรู้สึกอับอาย หงุดหงิด หรือหวาดกลัวโดยพวกเขาจะหลีกเลี่ยงการพูดคุยถึงเรื่องนี้ทั้งที่รู้ดีว่ามันกำลังบั่นทอนความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่นักบำบัดจะช่วยนำร่องการสนทนาที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจเหล่านี้พร้อมกับหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับคุณทั้งคู่

การสื่อสารติดๆดับๆ

โดยปกติคู่รักจะเริ่มเข้ารับการบำบัดก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา นักบำบัดกล่าวว่า “ฉันอยากให้คู่รักที่มีปัญหาในเรื่องการสื่อสารกล้าเข้ามามากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับมีไม่มากนัก” เนื่องจากการสื่อสารเป็นปัญหาของคู่รักหลายๆคู่และบางคนก็พยายามแก้ไขปัญหาแทนที่จะรับฟัง นักบำบัดบางคนกล่าวว่าควรหลีกเลี่ยงคำว่า “เธอ” และเริ่มต้นด้วยคำว่า “ฉัน” แทน จากนั้นอยู่ให้ห่างจากคำว่า “เสมอ” หรือ “ไม่เคย” และที่สำคัญอย่าออกความคิดเห็น อย่างไรก็ตามการสนทนาอย่างราบรื่นไม่ใช่เรื่องง่ายและบางครั้งคนกลางก็สามารถช่วยเราได้ ดังนั้นการบำบัดชีวิตคู่จะช่วยให้เรารู้สึกว่ามีคนรับฟังและใส่ใจรวมถึงหยิบยื่นสิ่งต่างๆที่คุณต้องการ

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความสัมพันธ์นอกใจหรือนอกกาย

การส่งข้อความหาเพื่อนร่วมงานทุกวัน การหยอกล้อกับบาริสต้าสาวสวย หรือการตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้รับข้อความจากแฟนเก่าบนสื่อโซเชียลอาจดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่เลวร้าย แต่รู้หรือไม่ว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ชอบมาพากลเหล่านี้สามารถเลยเถิดไปเป็นความใกล้ชิดได้ทั้งทางกายและจิตใจซึ่งความสัมพันธ์นอกใจหรือนอกกายนี้เองคือสัญญาณเตือนและเป็นหนึ่งในสาเหตุใหญ่ๆที่ทำให้คู่รักต้องเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่

ทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น

การพูดคุยกันธรรมดาจะเปลี่ยนไปเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันทุกครั้งไหม? คู่รักส่วนใหญ่มักรอจนกระทั่งมีปากเสียงกันก่อนที่จะเข้ารับการบำบัด ทางที่ดีคุณควรเริ่มมองว่าการจิกกัดและทะเลาะกันเป็นอาการอย่างหนึ่งและขอความช่วยเหลือก่อนที่มันจะลุกลามบานปลาย

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการเลิกรา

เมื่อความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นอย่างที่เคยการเลิกรากันจึงเกิดขึ้นแม้ว่าคุณทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้วก็ตาม มีคู่รักหลายคู่มาเข้ารับการบำบัดเพราะต้องการแยกทางกัน ดังนั้นการบำบัดชีวิตคู่ในขั้นตอนนี้คือปราการด่านสุดท้ายในการกอบกู้ความสัมพันธ์ ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่คนรักต้องการเลิกราแต่คุณไม่ต้องการเราขอแนะนำให้เข้ารับการบำบัดทันที อย่างน้อยคุณยังมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์และยอมให้การบำบัดชีวิตคู่เข้ามาแทรกแซง

Blogger : Madeleine Burry

Source : health.com