Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Reasons Why I’m Single
เหตุผลที่ฉันโสด

เหตุผลที่ฉันโสด

ฉันไตร่ตรองมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ แม้ว่าฉันเกือบจะเคยมีระดับความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจริงจังอย่าง “เราจะหมั้นกันแล้วเหรอ?” แต่สรุปแล้วฉันก็ยังครองโสดเต็มตัวนะ และฉันก็โอเคกับมันด้วย แต่ฉันไม่ “โอเค” กับการที่คนอื่นพูดว่าโอเคทั้งที่พวกเขาไม่โอเคน่ะสิ ดูเหมือนทุกคนจะเป็นห่วงวิถีคนโสดของฉันมากกว่าตัวฉันเองเสียอีกไม่ว่าจะเป็นนิตยสารผู้หญิง คุณปู่ เพื่อนๆของฉันที่แต่งงานแล้ว รวมถึงช่างทำเล็บของฉันด้วย ตอนอายุ 20 ต้นๆฉันได้ไปโบสถ์ซึ่งคนที่นั่นจะแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่คนโสดกับคนที่แต่งงานแล้ว ต่อมาในช่วงวัย 30 ปีดูเหมือนว่าระดับความตื่นตระหนกจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น พวกเขาวิตกกังวลเกี่ยวกับความสุขของฉัน การเงิน และไข่ของฉัน ฉันมักจะรู้สึกราวกับว่าอยู่ในแดนสนธยา ทุกคนต่างพากันโบกมือและกรีดร้องขณะที่ฉันก็.. “เฮ้ พูดเรื่องอื่นบ้างได้ไหมนอกจากเรื่องผู้ชายน่ะ?” ฉันคิดว่าฉันควรบอกเหตุผลของการอยู่เป็นโสด บางทีคนโสดส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้สึกแบบเดียวกัน

1. ฉันชอบอยู่คนเดียว

ใช่เลย ฉันชอบชีวิตที่ไร้การผูกมัดมาก วันก่อนฉันเพิ่งนึกภาพตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจังและรู้สึกกลัวเมื่อคิดว่าฉันอาจจะพลาดอะไรหลายๆอย่างในชีวิตปัจจุบันไป นี่ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นแต่เป็นของฉัน ฉันชอบความเป็นอิสระ ชอบการนอนดึก และชอบกินขนมคนเดียว

2. ฉันเลือกคนผิด

บอกตามตรงว่าบางครั้งฉันก็มีรสนิยมเรื่องผู้ชายที่ไม่ค่อยดี แต่แทนที่จะมองว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ทำให้ฉันเจอเนื้อคู่ล่าช้า ฉันกลับคิดว่านี่ก็ไม่ต่างจากการจัดกระเป๋าหรืออ่านหนังสือไร้สาระอื่นๆและฉันก็ซื่อสัตย์กับตัวเองเท่าที่จะทำได้ ฉันมักจะเตือนตัวเองเป็นประจำให้เปิดตามองคนหลายแบบซึ่งโดยปกติแล้วฉันไม่มีวันหลงรักหรอก

3. จังหวะเวลาคือโชคชะตา

ฉันอ่านบทความเรื่อง “ฉันพบรักเพราะโชคชะตาไม่ใช่เพราะว่าฉันเปลี่ยนแปลงตัวเอง” เนื้อหาคือ “ฉันไม่ได้ทำอะไรแตกต่างไปจากปกติเพื่อค้นหาความสัมพันธ์อันเปี่ยมสุข ฉันไม่ได้ลองแอพพลิเคชั่นหาคู่ และฉันก็ไม่ได้เที่ยวป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าฉันพร้อมที่จะรักแล้ว ใช่ฉันโชคดีแต่ฉันก็ยังเป็นคนเดิมที่รู้สึกไม่มั่นใจ อคติ และวิตกกังวล แต่ตอนนี้ฉันเจอคนที่ฉันรักและรักฉันกลับแล้ว ภาพถ่ายหน้าหลังของฉันเกือบจะดูเหมือนกันแต่ต่างกันที่ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป” ดังนั้นฉันอาจจะเป็นโสดเพราะโชคชะตาหรือจังหวะเวลา (หรือทั้งสองอย่าง) หรือเพราะฉันลบแอพพลิเคชั่นหาคู่หรือเพราะคนที่ทำให้โลกของฉันสดใสและหัวเราะกับเรื่องตลกของฉัน ฉันยักไหล่และพูดว่าชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ

4. เพราะไม่เป็นไร

บทสนทนาที่ฉันเกลียดมากที่สุดคือความพอใจในชีวิตของฉันและฉันควรจะอยู่กับใคร เมื่อปีก่อนฉันได้อ่านหนังสือเรื่อง “Loving What Is” และก่อนที่คุณจะชี้นิ้วมาที่ฉันและร้องว่า “ฮิปปี้!” ขอบอกหน่อยนะว่านั่นก็แค่ข้อความเห่ยๆ จงจำไว้ว่าความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง ฉันโสดก็เพราะฉันโสดไงล่ะ ก่อนที่คุณจะคิดว่าฉันเป็นคนเรียบง่ายสบายๆ ขออธิบายให้ชัดเจนนะว่าฉันเข้าใจ (และเห็นใจ) ความกลัว ความเหงา และความเจ็บปวดที่มาจากการไม่มีคู่อย่างแท้จริง มันอาจจะโหดร้ายโดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้นและเพื่อนๆแต่งงานกันไปหมดแล้ว (จากนั้นก็หย่าและแต่งงานใหม่อีก) และเมื่อเราตระหนักว่าเราอาจไม่มีลูกในวัยเดียวกับบรรดาเพื่อนสาวสมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งหมายถึงลูกคนที่สองและสามด้วย ฉันไม่ได้ต้องการกำจัดความรู้สึกเหล่านี้ออกไป ที่ผ่านมาฉันก็บ่นกับเพื่อนสาวถึงความเฮงซวยของผู้ชายในทุกวันนี้แต่ฉันก็อ่านหนังสือหาคู่และข้อแนะนำในการเอาใจผู้ชายด้วย เหตุการณ์อาจจะซ้ำรอยอีกแต่ฉันก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นไม่สำคัญว่าเราจะอยู่ในความสัมพันธ์หรือไม่ก็ตาม

Blogger : Lyndsay Rush

Source : theeverygirl.com