Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Reasons Married Life Is Different Than Living Together
5 ข้อแตกต่างจากประสบการณ์จริงระหว่างชีวิตแต่งงานกับอยู่ด้วยกันเฉยๆ

ข้อแตกต่างระหว่างชีวิตแต่งงานกับอยู่ด้วยกันเฉยๆ

ฉันกับสามีเคยอยู่ด้วยกันนานประมาณ 18 เดือนก่อนที่จะแต่งงานซึ่งอาจเรียกได้ว่าการอยู่กินหรือการทดลองอยู่ก่อนแต่ง อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อคุณเปลี่ยนสถานะเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชีวิตสมรสไม่ใช่แค่การที่คนสองคนนอนบนเตียงเดียวกันและอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และนี่คือ 5 เหตุผลว่าทำไมชีวิตแต่งงานจึงแตกต่างกว่าการอยู่กินกันเฉยๆ

1. คุณกลายเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง

เมื่อแต่งงานความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบรรดาญาติพี่น้องของแฟนหนุ่มจะเปลี่ยนไป แม้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่การแต่งงานจะทำให้คุณรู้สึกถึงภาระผูกพันและการมีครอบครัวอย่างถาวร แค่คำว่าแม่แฟนกับแม่สามีก็แตกต่างกันแล้ว นอกจากนี้ความรับผิดชอบจะมาพร้อมกับปัญหาครอบครัวโดยเฉพาะเมื่อคุณกลายเป็นพ่อแม่เสียเอง

2. ไม่มีการปกปิดพฤติกรรมอันน่ารังเกียจอีกต่อไป

ในสมัยที่อยู่กินกันฉันกับสามีพยายามปกปิดพฤติกรรมที่ไม่น่าพึงประสงค์ต่างๆไว้ เช่นคำว่า “ฉันจะอยู่ในนี้สักพัก” อาจหมายถึงฉันกำลังตัดเล็บเท้าหรือเขากำลังถอนหนวดอยู่ก็เป็นได้ แต่เมื่อแต่งงานกันมาได้เกือบ 7 ปี พฤติกรรมเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องถูกปิดบังอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นเหมือนกิจกรรมระหว่างเราสองคนแทน

3. คุณจะรู้สึกขัดใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆมากขึ้น

พฤติกรรมแย่ๆอย่างการทำอะไรรีบร้อนหรือการเดาะลิ้นเสียงดังเวลาที่นึกอะไรไม่ออกของแฟนหนุ่มอาจดูเป็นสิ่งที่แปลกดีหรือน่ารักในยามที่คุณแค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่คุณต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต รู้ไหมว่าพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้แหละอาจทำให้คุณสบถถ้อยคำหยาบคายออกมา ขณะเดียวกันคู่สมรสของคุณก็อาจทนไม่ได้ถ้าคุณทำให้เขารู้สึกรำคาญ

4. แน่นอนว่าต้องมีทั้งเรื่องเอกสารและบทสนทนาเกี่ยวกับเงิน

ไม่ว่าจะเป็นการคืนภาษี เอกสารเกี่ยวกับประกันต่างๆ มรดก การเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน บัตรเครดิตร่วมกัน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ตามมาด้วย “ช่วยเซ็นชื่อตรงนี้หน่อยที่รัก” ประมาณนี้ เฮ้อ..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเปลี่ยนจากคำว่า “ของฉัน” และ “ของคุณ” เป็น “เรา” และ “ของเรา” ด้วย ฉันรู้ว่ามีคู่รักบางคู่ใช้ทุกอย่างร่วมกันก่อนที่จะแต่งงานซึ่งทำให้ปัญหายุ่งยากน้อยลง (แต่ถ้ามีการเปลี่ยนนามสกุลก็ยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่) และบางคู่ก็ใช้บัญชีแยกกันหลังจากที่แต่งงาน แต่เอกสารกับเรื่องเงินก็เป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคู่สมรสอยู่ดี

5. สังคมรับรู้เปลี่ยนไปจากเดิม

ทุกคนจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือ “สามีของฉัน” ไม่ใช่ “แฟนหนุ่ม” หรือ “คนที่ฉันอยู่กินด้วย” คุณอาจคิดว่าการแต่งงานจะไม่ทำให้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ของคุณเปลี่ยนไป แต่อันที่จริงการแต่งงานคือการเปลี่ยนมุมมองของโลกที่มีต่อคู่รักของคุณ เช่น ตอนที่คู่หมั้นของฉันเดินทางไปยังอัฟกานิสถานฉันไปส่งเขาที่ประตูทางเข้าเจ้าหน้าที่สายการบินบอกว่าถ้าเราเป็นคู่แต่งงานกันพวกเขาจะอนุญาตให้ฉันเข้าไปส่งคู่หมั้นหนุ่มข้างในและไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องด้วยกันได้ อย่างไรก็ตามการแต่งงานนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากการอยู่กินกันเฉยๆจริงๆค่ะ

Blogger : Jill Robbins

Source : babble.com