Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Questions The Person You Marry Should Know The Answer
14 คำถามที่คนที่คุณจะแต่งงานด้วยควรตอบให้ได้

คำถามที่คนที่จะแต่งงานด้วยควรตอบให้ได้

เครดิตรูปภาพ : http://www.zmescience.com/medicine/mind-and-brain/contraceptive-women-attractiveness-5634643/

บางทีเขาก็อยู่ข้างๆเรานี่แหละวนเวียนวุ่นวายอยู่ในชีวิตของเราแต่เรากลับไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะเป็นคู่ชีวิตของเราจริงๆ บางคนก็โตมาด้วยกัน รวมทั้งใครๆก็รู้จักเขาดียกเว้นตัวเขาเอง หรือบางครั้งคนที่คุณจะแต่งงานด้วยอาจจะใช้ชีวิตอยู่อีกฟากหนึ่งของโลกและโชคชะตาก็พาคุณทั้งคู่มาเจอกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่อันแสนธรรมด๊าธรรมดา

เราอาจตั้งความหวังกับคนที่เราจะแต่งงานด้วยมากเกินไป และบางครั้งเราก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการเนื่องจากเรากลัวที่จะถาม ดังนั้นถ้าคุณวางแผนที่จะแต่งงานกับใครสักคน ไม่สำคัญว่าจะเป็นปีหน้าหรือวันไหนๆ โปรดไล่คำถามทั้ง 14 ข้อดังต่อไปนี้เพื่อให้เขาตอบคุณให้ได้

1. รักฉันเพราะอะไร

ฟังดูเหมือนเป็นคำถามกว้างๆ แต่บอกได้เลยว่าความรักเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวมาก กว่าจะรักใครสักคนได้นั้นต้องใช้อะไรหลายอย่างและมักมีเหตุผลอยู่เสมอว่าเหตุใดเขาถึงรักเรามากกว่าคนอื่นๆ คุณรักคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้หรอกและถ้าคนที่คุณจะแต่งงานด้วยพูดว่า “ก็เพราะรักไง” หรือ “ไม่มีเหตุผลหรอก” ขอบอกเลยว่าไร้สาระ ฉันยืนยันได้เลยว่ามันต้องมีเหตุผล เพราะเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทที่ชอบใครหรือให้ใครมาชอบก็ได้ สิ่งที่เราชอบต่อให้เป็นวัตถุหรือคนจริงๆยังไงก็ต้องมีเหตุผลอยู่ดี

2. เรานั่งอยู่ด้วยกันแบบเงียบๆได้ไหม

ความเงียบเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ แต่ถ้าคุณนั่งอยู่กับคนที่คุณจะแต่งงานด้วยและรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางความเงียบก็ไม่ควรแต่งงานกับเขา เมื่อใช้ชีวิตคู่กันจริงๆคุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาตลอดเวลา คุณควรไปเที่ยวบ้างหรืออยู่กับตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องพูดสักคำ นี่ไม่ได้หมายถึงเวลาโกรธกันแล้วให้อยู่กันอย่างเงียบๆเพื่อสงบศึกหรอกนะ แต่หมายถึงคุณสองคนสามารถมีความสุขได้ในความเงียบสงบจริงๆ

3. ชงกาแฟให้ฉันแก้วหนึ่งได้ไหม

คนพิเศษของคุณควรจะตอบคุณโดยอัตโนมัติว่าได้สิ! และรู้ด้วยว่าต้องใส่น้ำตาล 2 ช้อนชาและนมอีกนิดหน่อยในกาแฟถ้วยโปรดของคุณ (และเสิร์ฟมาในถ้วยกาแฟลายกวางน้อยด้วยนะ) ซึ่งไม่ต่างอะไรจาก “คุณช่วยหยิบเสื้อของฉันที่อยู่ข้างบนบ้านให้หน่อยได้ไหม?” ซึ่งเขาควรรู้ทันทีว่าคุณหมายถึงเสื้อสีดำที่คุณใส่ทุกวัน

4. คุณคิดยังไงถ้าวันหนึ่งเรามีลูกด้วยกัน

บางคนรักเด็กแต่ไม่อยากมีลูกเป็นของตัวเอง คำถามเรื่องลูกยังคงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับชีวิตคู่ ต่อให้พวกคุณตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีลูกก็ตาม แม่ของฉันมักจะบอกเสมอว่าเมื่อเราโตขึ้นบางครั้งมุมมองหรือความคิดบางอย่างอาจเปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่คำถามเฉพาะในช่วงแรกของชีวิตคู่หรอกนะ แต่เป็นคำถามที่คุณเก็บมาครุ่นคิดอยู่ตลอดจนกระทั่งสายเกินไปที่จะมีลูกเลยแหละ

5. คุณคาดหวังว่าความสัมพันธ์ของเราจะเป็นแบบไหน

ทุกคนย่อมคาดหวังที่จะมีความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคุณสองคนไปด้วยกันไม่ได้ทุกอย่างก็จบ! และเมื่อคุณรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งความหวังไว้อย่างไรก็ได้เวลาที่จะมาประนีประนอมกัน บางทีคุณอาจต้องลดความหวังของตัวเองลงบ้างและใส่ใจกับความต้องการของอีกฝ่ายเพื่อให้ความปรารถนาของทั้งคู่บรรลุผลไปพร้อมๆกัน

6. ถ้าเราไม่เจอกัน คิดไหมว่าตอนนี้คุณจะอยู่ที่ไหน

เขาจะประสบความสำเร็จกว่านี้ไหม? เขาเสียใจหรือเขาคิดว่าตัวเองน่าจะไปได้ดีกว่านี้ไหมถ้าเขาไม่เจอคุณ? นี่อาจกลายเป็นบทสนทนาที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองเติบโตไปด้วยกัน หรืออาจจะเป็นกำแพงกั้นในความสัมพันธ์ที่ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้

7. ถ้าตัดเรื่องรูปร่างหน้าตา จะเหลืออะไรบ้างในความสัมพันธ์ของเรา

ความสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียว ถ้าคุณกับคนพิเศษไม่สามารถคุยกันเรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่านี้ได้ก็เป็นปัญหาแน่ๆ คุณควรพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์เข้าใจไหม?

8. อดีตของคุณมีอะไรที่ฉันควรระวังไหม

บางเรื่องควรเก็บเป็นความลับและบางเรื่องก็ควรบอกให้รู้ แต่อย่าไปบังคับให้เขาพูดไม่งั้นคุณทั้งคู่จบไม่สวยแน่นอน แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าเขาไว้ใจคุณจึงกล้าเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง บางอย่างอาจทำให้คุณรำคาญกับเรื่องในอดีตของอีกฝ่าย เขาอาจจะเคยเจ็บปวดจากเหตุการณ์ที่คล้ายกับสิ่งที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันและอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาได้

9. ไว้ใจฉันเรื่องเงินไหม

การไว้ใจคุณโดยการเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังกับการไว้ใจคุณเรื่องเงินเป็นสิ่งที่สำคัญพอๆกัน คุณคงไม่อยากเป็นภาระของเขา และคุณก็คงไม่อยากให้เขาเป็นภาระของคุณเช่นกัน แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้ใจกันในเรื่องเงินๆทองๆก็ได้เวลาที่จะต้องหันหน้ามาปรึกษาพื่อให้เข้าใจตรงกันในเรื่องของการใช้เงิน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและต้องระวังให้มากๆ

10. ด่าอะไร? ฉันด่าเหรอ?

เราทุกคนต่างมีอารมณ์หงุดหงิดเมื่อถูกตำหนิ แต่การดุด่าหรือพูดจาแรงๆจะทวีความโกรธได้มากกว่าและปัญหาอาจบานปลายไม่จบไม่สิ้น คุณไม่ควรดุด่าแต่ควรที่จะคุยกับเขาเกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่ชอบด้วยวิธีอื่น

11. ถ้าคุณมีปัญหาสัญญานะว่าจะบอกฉัน

บางครั้งคุณจำเป็นต้องถามคำถามนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณจะแต่งงานด้วยเค้าจะบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาทุกเรื่องหรือเปล่า ถ้าเขามีท่าทีผิดไปหรือเครียดกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา คุณควรนั่งเป็นเพื่อนเขาและคุยกับเขาแทนที่จะทิ้งเขาไว้แบบนั้น และถ้าคุณมีปัญหาก็ควรบอกเขาเช่นกัน ไม่งั้นเขาไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณเป็นอะไร

12. มีปัญหาสุขภาพอะไรหรือเปล่า

การรู้ว่าคนที่คุณจะแต่งงานด้วยมีอาการแพ้ยาอะไรหรือมีปัญหาสุขภาพอะไรหรือเปล่าก็อาจจะมีประโยชน์ต่อคุณในภายหลังนะ เช่น ถ้าเขาแพ้อาหารที่คุณทำ คุณจะได้เลี่ยงไม่ต้องซื้อส่วนประกอบนั้นๆ หรือถ้าเขาแพ้ขนสุนัขหรือโรคต่างๆที่อาจถ่ายทอดไปยังรุ่นลูก ขอเพียงแค่ถาม คุณจะได้รู้ว่าปัญหานี้ใหญ่แค่ไหน

13. ถ้าฉันดูแลตัวเองไม่ได้ คุณจะช่วยดูแลฉันได้ไหม

ใครๆก็อยากรู้ว่าคู่รักของเราจะอยู่ดูแลเราในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่ เพราะพวกคุณต้องกล่าวคำปฏิญาณในงานแต่งงานว่าจะอยู่ดูแลกันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ หรือแม้แต่ยามล้มป่วยไม่สบาย ถ้าเขาสัญญาข้อนี้ไม่ได้ คุณจะเก็บเขาไว้ทำอะไรล่ะ

14. คุณชอบสุนัขหรือแมวไหม

คำถามข้อนี้สำคัญมาก ฉันหมายถึงถ้าคุณเป็นทาสแมวตัวจริง แต่คนที่คุณจะแต่งงานด้วยชอบพาสุนัขไปเล่นขว้างจานร่อนที่สวนสาธารณะ หรือถ้าเขาแพ้ขนแมวล่ะ ดังนั้นคุณต้องตัดสินใจเลือกระหว่างแมวสฟิงซ์ไร้ขนหน้าตาอัปลักษณ์กับลูกสุนัขตัวใหม่น่าเอ็นดู เชื่อสิว่าต้องมีการทะเลาะและต้องมีฝ่ายหนึ่งล่าถอยไป

Source :