Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

The 7 Most Damaging Phrases In A Relationship
7 คำพูดที่สร้างความร้าวฉานต่อความสัมพันธ์อย่างรุนแรง

คำพูดที่สร้างความร้าวฉานต่อความสัมพันธ์

นี่คือสิ่งที่ไม่ควรพูด การมีความสัมพันธ์อันดีกับคู่รักจำเป็นต้องอาศัยทักษะขั้นสูง บางคนถนัดเอาแต่บ่นจู้จี้จุกจิกมากกว่าอย่างอื่น ยกตัวอย่างเช่นการพูดคำว่า “เธอนี่ทำตัวโอเว่อร์เหลือเกิน!” ในระหว่างที่ทะเลาะกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงควรหมั่นขัดเกลาทักษะการสื่อสารของตัวเองอยู่เสมอ

7 ประโยคข้างล่างดังต่อไปนี้คือคำพูดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์แนะนำว่าคุณควรลบออกไปจากพจนานุกรมได้เลย และเรายังรวบรวมคำพูดที่คุณควรนำมาใช้แทนมาฝากด้วย

1. “ฉันว่าเธอควรสงบสติอารมณ์หน่อยนะ”

เราอาจรู้สึกเหมือนโดนดูถูกและด้อยความสำคัญลงไปเมื่อถูกอีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ แต่การโต้ตอบว่า “สงบสติอารมณ์หน่อย” ก็น่าจะทำให้เขารู้สึกแย่ไม่แพ้กัน ประโยคดังกล่าวจะยิ่งทำให้เรื่องบานปลายมากกว่าช่วยกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้น เนื่องจากการบอกให้อีกฝ่ายสงบปากสงบคำนั้นหมายความว่าตอนนี้เราเหลืออดเหลือทนแล้ว

เมื่อคู่ของคุณกำลังโกรธ จงเตือนตัวเองว่าสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้คือเหตุผลกับความเห็นอกเห็นใจ เราควรพูดคำว่า “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ เรามานั่งลงและสูดอากาศสดชื่นไปพร้อมๆกันดีกว่า” หรือ “บอกได้ไหมว่าทำไมเธอถึงโกรธ ฉันฟังเธอไม่เข้าใจเลยถ้าเธอยังตะโกนเสียงดังแบบนี้”

2. “เธอไม่เคยช่วยดูแลลูกๆเลย”

หากคุณกับคู่รักมีลูกด้วยกันก็อาจมีบ้างที่คุณรู้สึกว่าตัวเองทำงานและทำหน้าที่พ่อแม่ในแต่ละวันมากกว่าอีกฝ่าย ทางที่ดีคือคุณต้องค่อยๆพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจและเพิ่มบทบาทในการดูแลลูกมากขึ้น แต่อย่าพูดจาขวานผ่าซากเกินไป แทนที่จะพูดว่า “เธอไม่เคยช่วยดูแลลูกๆเลย” ควรเปลี่ยนเป็น “ลูกดีใจมากเลยเวลาที่เธอไปรับที่โรงเรียน เขาจะดีใจสุดๆเวลาที่เห็นรถของเธอ” อย่างไรก็ตามพยายามหาเวลาว่างในวันอาทิตย์สัก 15 นาทีเพื่อวางแผนสิ่งที่จะทำในสัปดาห์ถัดไป คุณกับคู่รักจะได้ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับลูกๆ

3. “เธอไม่เคยฟังฉันเลย”

อันที่จริงไม่ควรใช้คำพูดนี้เด็ดขาด เพราะว่านี่คือการปิดประตูใส่หน้าคู่รักของคุณและปล่อยให้เขาจมอยู่กับความสิ้นหวัง อีกทั้งยังเป็นการปิดโอกาสในการอธิบายเหตุผลของเขาด้วย คุณควรพูดเกริ่นนำว่า “เวลาที่คุยโทรศัพท์กันฉันรู้สึกเหมือนว่าเธอไม่ได้ฟังฉันเลย” หรือ”ฉันไม่แน่ใจว่าเธอกำลังฟังฉันอยู่หรือเปล่า?” แทนที่จะพูดแค่ว่า “เธอไม่เคยฟังฉันเลย”

4. “ไม่เป็นไรฉันทำเองได้”

ประโยคนี้มีอานุภาพในการทำลายล้างไม่ต่างจากประโยคข้างบนเลย เมื่อคุณพูดว่า “ไม่เป็นไร” นั่นหมายความว่าคุณกำลังปฏิเสธคู่รักของคุณและไม่อนุญาตให้เขาฟังในสิ่งที่คุณต้องการ ดังนั้นคุณควรพูดว่า “ฉันคิดว่าคุณน่าจะช่วยฉันแก้ปัญหา..ได้ เพราะมันจะช่วยประหยัดเวลาหรือแบ่งเบาภาระของฉันได้เยอะเลย”

5. “ฉันไม่มีความสุขเลย..ฉันต้องการหย่า”

ถ้าคุณยังอยากรักษาชีวิตแต่งงานอยู่ก็อย่าพูดคำว่าหย่าออกมาเด็ดขาด เพราะคำๆนี้จะทำให้เกิดความลังเลและไม่มั่นคง หากคุณไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานก็สามารถระบายออกมาได้ไม่มีปัญหาแต่ก็ควรคิดด้วยว่าคุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากคำตอบคือ “ฉันอยากให้ชีวิตแต่งงานเดินหน้าต่อไป” ก็จงเลือกทางอื่นที่ไม่มีคำว่าหย่า คุณควรพูดว่า “ฉันอยากปรับปรุงชีวิตคู่ของเราให้ดีขึ้น เธอจะร่วมมือกับฉันไหม?”

6. “เธอมีคนอื่นหรือเปล่า?”

คุณเริ่มใช้เวลาอยู่ด้วยกันน้อยลงทุกทีและเริ่มสงสัยว่าคู่รักของคุณแอบมีใครคนอื่นหรือเปล่า แม้ว่าคุณจะร้อนใจแต่ก็ห้ามใจร้อนด่วนสรุป คุณต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง การถามไปตรงๆว่า “เธอมีคนอื่นหรือเปล่า?” นับว่าเป็นประโยคที่อันตรายมากเนื่องจากเป็นการแสดงถึงความไม่ไว้ใจและไม่เคารพซึ่งกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้นการกล่าวหาเช่นนี้จะทำให้คู่รักของคุณโกรธและหมดศรัทธาจนหนีออกจากการสนทนา

ดังนั้นคุณควรพูดว่า “ฉันรู้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไประหว่างเราแต่ฉันกับเธอก็ยังอยู่ด้วยกันใช่ไหม?” วิธีนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ายังมีโอกาสที่จะให้ในสิ่งที่คุณต้องการแทนที่จะผลักไสกันออกไป

7. “ฉันเกลียดเวลาที่เธอทำแบบนั้น”

ไม่ว่าจะเป็นซากอารยธรรมจากการโกนหนวดที่กองอยู่ในอ่างล้างหน้า หรืออีกฝ่ายสนใจแต่โทรศัพท์มากกว่าคุณในคืนออกเดท อย่างไรก็ตามคุณควรพยายามรักษาท่าทีขณะที่บอกอีกฝ่ายว่าคุณไม่พอใจ คู่รักควรระมัดระวังการใช้คำพูด เช่น คำว่าเกลียด เพราะมันมีความหมายที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ควรใช้คำพูดแนวขอบคุณถ้าอีกฝ่ายสามารถช่วยคุณได้ เช่น ทำความสะอาดอ่างล้างหน้าด้วยนะ หรือ ช่วยตั้งใจหน่อยเมื่อถึงเวลาที่ต้องกอดกันในคืนออกเดท

Blogger : Brittany Wong

Source : huffingtonpost.com