Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

ชายหนุ่มคนหนึ่งพบว่าภรรยานอกใจเขามานาน 10 ปีแล้ว
แต่เขากลับไม่โกรธเธอเลย

ชายหนุ่มพบว่าภรรยานอกใจมานานแต่กลับไม่โกรธ

เมื่อฉันได้อ่านเรื่องราวนี้ใน Instagram และคิดว่าข้อความดังกล่าวน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้างไม่มากก็น้อย ลองอ่านและเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง

ข้อความในอินสตาแกรม

“ผมรู้สึกหนักอกและมีเรื่องจะมาเล่าให้ทุกคนได้รับรู้กัน ผมทำงานธนาคาร ปัจจุบันอายุ 46 ปีและใช้ชีวิตตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผมต้องการ ผมละทิ้งทั้งความปรารถนาและความฝันหมดทุกอย่าง ผมเข้างาน 9 โมงเช้าและเลิกงาน 1 ทุ่มสัปดาห์ละหกวันติดต่อกันมา 26 ปีแล้ว ผมใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆอย่างระมัดระวังจนในที่สุดตัวตนของผมก็เปลี่ยนไป

วันนี้ผมพบความจริงที่ว่าผมถูกภรรยานอกใจมานานกว่าสิบปีแล้ว ส่วนลูกชายของผมนั้นไม่รู้สึกอะไรเลย ผมรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะคิดถึงงานศพของพ่อ ผมเขียนนิยายไม่จบ ไม่ได้เที่ยวรอบโลก และไม่ได้ช่วยเหลือบรรดาคนไร้บ้าน ผมเคยตั้งเป้าหมายว่าจะทำทั้งหมดนี้ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายและช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ ถ้าผมในช่วงวัยรุ่นได้มาเจอผมในตอนนี้ก็คงโดนต่อยหน้าไปแล้วและอีกสักพักผมก็คงจะเข้าใจว่าความฝันเหล่านั้นได้ถูกทำลายลงไปแล้วเช่นกัน

ผมจะเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ตอนที่ผมอายุ 20 ปี ดูเหมือนว่าจะมีแต่เมื่อก่อนเท่านั้นที่ผมมั่นใจว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ใครๆก็รักผมและผมก็รักทุกคน ผมเป็นคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทำอะไรใหม่ๆ มีสัญชาตญาณในตัวเอง กล้าได้กล้าเสีย และเข้ากับทุกคนได้ดี ผมมีความฝันอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกเลยคือการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับโลกในจินตนาการหรืออุดมคติ และอย่างที่สองคือการเดินทางไปรอบโลกและช่วยเหลือผู้ยากไร้กับคนไร้บ้าน ตอนนั้นผมคบหากับภรรยามานานสี่ปีแล้ว เป็นความรักในช่วงวัยรุ่น เธอหลงรักในตัวตนของผม ความสามารถในการทำให้คนอื่นหัวเราะและมีความสุข ผมรู้ว่าหนังสือของผมจะต้องเปลี่ยนแปลงโลกได้แน่ๆ ตอนอายุ 20 ปีผมเขียนหนังสือได้ทั้งหมด 70 หน้าและปัจจุบันผมอายุ 46 ปีแล้วก็ยังค้างอยู่ที่ 70 หน้าเท่าเดิม และในช่วงเดียวกันนั้นผมก็เคยแบ็คแพ็คไปทั่วนิวซีแลนด์กับฟิลิปปินส์ด้วย จากนั้นผมก็วางแผนว่าจะไปท่องเที่ยวทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา แต่ในปัจจุบันผมก็ยังเคยไปแค่นิวซีแลนด์กับฟิลิปปินส์เหมือนเดิมครับ

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด ความเสียใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของผมตอนอายุ 20 ปีผมเป็นลูกเพียงคนเดียว ผมต้องการความมั่นคง ต้องการงานที่กำหนดชีวิตของผม ผมอุทิศชีวิตของตัวเองเพื่องานออฟฟิศธรรมดา ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่? ผมจะอยู่ได้อย่างไรในเมื่องานคือชีวิตของผม? พอถึงบ้านผมจะรับประทานอาหารมื้อค่ำ เตรียมงานสำหรับวันถัดไป และเข้านอนตอน 4 ทุ่มเพื่อตื่นนอนตอน 6 โมงเช้าของอีกวัน ให้ตายเถอะผมจำไม่ได้ว่าร่วมรักกับภรรยาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

เมื่อวานนี้ภรรยาของผมได้ยอมรับว่าเธอนอกใจผมมานาน 10 ปีแล้ว 10 ปีอาจดูเหมือนว่าเป็นเวลาที่ยาวนานแต่ผมไม่เข้าใจเลย ไม่แม้กระทั่งรู้สึกเจ็บปวด เธอบอกว่าเป็นเพราะผมเปลี่ยนไป ผมไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาผมทำอะไรอยู่? นอกจากงานผมก็นึกอะไรอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ผมไม่ใช่สามีที่ดีพร้อม ไม่ใช่ผมเลย แล้วผมเป็นใคร? เกิดอะไรขึ้นกับผม? ผมไม่ได้ขอหย่าหรือโวยวายหรือคร่ำครวญใดๆทั้งสิ้น ผมไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ตอนนี้ผมรู้สึกได้ว่ามีน้ำตาคลอๆขณะที่เขียนอยู่ ไม่ใช่เพราะถูกภรรยานอกใจหรอกนะ แต่เพราะผมรู้ว่าจิตใจของผมตายด้านไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับคนที่เคยรักความสนุก กล้าได้กล้าเสีย เปี่ยมไปด้วยพลังอย่างผม ความกระหายที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอีกล่ะ? ผมยังจำได้ตอนที่ดาวโรงเรียนมาขอเดทกับผมแต่ผมปฏิเสธไปเพราะภรรยาคนปัจจุบันคนนี้นี่แหละ พระเจ้า..ผมเคยเป็นที่หมายปองของสาวๆในโรงเรียนรวมถึงในมหาวิทยาลัยด้วย แต่ผมเป็นคนซื่อสัตย์ จำที่ผมบอกคุณเรื่องแบ็คแพ็คกับเขียนหนังสือได้ไหม? นั่นคือสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆเลยนะ ผมทำงานพาร์ทไทม์และผลาญเงินจนเกลี้ยง แต่ตอนนี้ผมประหยัดสุดๆ ผมจำตอนที่ซื้อของเพื่อความบันเทิงหรือเพื่อตัวเองไม่ได้แล้ว ผมยังต้องการอะไรอีกเหรอ?

พ่อของผมเสียชีวิตไป 10 ปีแล้ว ผมจำตอนที่แม่โทรมาบอกว่าอาการของพ่อทรุดลงเรื่อยๆได้ ตอนนั้นผมยุ่งมากเพราะมัวแต่ลุ้นว่าจะได้เลื่อนขั้นไหม ผมหวังว่าพ่อจะดีขึ้นแต่ปรากฏว่าในที่สุดพ่อก็จากพวกเราไป ที่สำคัญผมได้เลื่อนขั้นด้วย ผมไม่ได้เจอพ่อมา 15 ปีแล้ว ตอนที่ท่านเสียชีวิต ผมบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่? ผมหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเองทุกอย่าง ทั้งข้อแก้ตัวและการผลัดวันประกันพรุ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย ผมคิดว่าความมั่นคงทางการเงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่ ผมเสียใจที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปโดยสูญเปล่า ทั้งความฝัน พลัง และวัยหนุ่ม ผมปล่อยให้งานครอบงำชีวิตไปทั้งหมด ผมเสียใจที่เป็นสามีที่ไม่ได้เรื่อง อย่างกับเครื่องผลิตเงิน ผมเสียใจที่เขียนนิยายไม่เสร็จ ไม่ได้เดินทางรอบโลก ไม่ได้คอยให้กำลังใจลูกชาย แต่เป็นกระเป๋าสตางค์ที่ด้านชา

หากคุณอ่านสิ่งที่ผมเขียนและมีชีวิตรอคุณอยู่เบื้องหน้า อย่าผลัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด อย่าทิ้งความฝันไว้เบื้องหลัง จงปลดปล่อยพลังและความปรารถนาออกมา อย่าอยู่แต่หน้าคอมตลอดช่วงเวลาที่คุณว่าง (ถ้าไม่เกี่ยวกับความฝันของคุณ) ได้โปรดลงมือทำในขณะที่คุณยังเป็นหนุ่มสาว อย่าหยุดอยู่แค่อายุ 20 ปี อย่าลืมเพื่อนๆและครอบครัวรวมถึงตัวคุณเองด้วย อย่าปล่อยให้ชีวิตไร้ค่า อย่าละทิ้งความฝัน อย่างที่ผมเคยทำ อย่าเป็นเหมือนผมเลย”

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ชายคนนี้คือเราไม่ควรละทิ้งความฝันหรือตัวตนของเราเอง อาจมีบ้างที่ชีวิตทำให้เราไขว้เขวแต่สุดท้ายเราก็ยังมีโอกาสครั้งที่สอง บางครั้งโอกาสอาจจะโผล่มาในช่วงที่เศร้าหรือเลวร้ายแต่ก็ขึ้นอยู่กับเราในการตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นใหม่และทำตามความฝันต่อไปหรือไม่ อย่างที่ผู้ชายคนนี้บอกว่า “อย่าเป็นเหมือนผม” จงเป็นตัวของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ

ชายหนุ่มพบว่าภรรยานอกใจมานาน แต่กลับไม่โกรธ

Blogger : Charlotte Jurd-Gibbens

Source : lifehack.org