Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

‘I Love My Husband, But I Don’t Like Him’
‘ฉันรักสามีแต่ฉันไม่ชอบเขา’

ฉันรักสามีแต่ฉันไม่ชอบเขา

“ฉันรักสามีแต่ฉันไม่ชอบเขา” เป็นประโยคที่ฉันได้ยินบ่อยมากในการฝึกปฏิบัติวิปัสสนาชีวิตคู่ หลายปีแล้วฉันพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะสุภาพอ่อนน้อมกับคนแปลกหน้าและก้าวร้าวกับคู่สมรสของตัวเอง ความรู้สึกชอบพอจะเริ่มจางหายไปเนื่องจากความเครียดในเรื่องงาน บทบาทของการเป็นพ่อแม่ ความล้มเหลวในเรื่องการเงิน รวมถึงภาวะอดนอนที่เกี่ยวกับลูก สิ่งเล็กๆอาจดูเหมือนกับ “ฟางเส้นสุดท้าย” และคุณก็จะเริ่มสงสัยว่าคุณเลือกแต่งงานกับคนถูกหรือเปล่า?

ในฐานะทนายและที่ปรึกษาชีวิตคู่ ผู้คนจึงพากันมาขอคำแนะนำจากฉันเนื่องจากคิดว่าฉันมีคำตอบให้และต้องมีชีวิตแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ ความจริงคือฉันรักสามีและมีความสุขดี ทว่าลิ้นกับฟันกระทบกระทั่งกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะในฐานะคู่ชีวิต ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกตอบสนองอย่างไรเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นหรือแย่ลง อยู่มาวันหนึ่งสามีบอกฉันว่าวันนี้เขาอาจจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แถมยังบอกด้วยนะว่านั่งรถไฟเที่ยวไหนมา ฉันก็เลยจัดแจงเลื่อนเวลาทำงานและไปรับลูกชายวัยสองขวบมาเพื่อต้อนรับเขา ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดแล้วเขาก็ไม่มาซึ่งทำให้ฉันโกรธมาก สุดท้ายสามีของฉันมาสายเกินกว่าที่นัดไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงพร้อมกับผมทรงใหม่และทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วย

“นี่ไปตัดผมมาเหรอ?” ฉันถาม

เขาตอบว่า “ใช่พอดีมีเวลาก็เลยไป ทำไมเหรอ?”

แค่นั้นแหละฉันก็เปิดฉากทะเลาะทันที อันที่จริงฉันน่าจะทำความเข้าใจและอธิบายว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับการมาสายของสามี แต่ฉันกลับโวยวายใส่เขาอย่างกับเพิ่งจับได้ว่าเขาเป็นกิ๊กกับช่างตัดผม

ตัวตนที่ดีที่สุด

ในช่วงแรกของความสัมพันธ์เรามักจะเปิดเผยความเป็นตัวตนของตัวเองมากที่สุด เราจะเอาใจใส่กัน เคารพกัน และมีความอดทนต่อกัน เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่เราคาดหวังจากคู่สมรสก็จะเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ คำว่า “ขอบคุณ” และ “ขอร้อง” จะเริ่มหายากและถูกแทนที่ด้วยคำว่า “เธอต้อง..” และ “ทำไมเธอไม่ทำอย่างนี้ล่ะ..” ซึ่งสุดท้ายก็อาจตามมาด้วยการทะเลาะเบาะแว้งกัน คำตอบคือหยุดและลองถามตัวเองเมื่อคุณเริ่มรู้สึกหัวร้อน เช่น “คราวหน้าฉันอยากให้คู่สมรสทำตัวแตกต่างไปจากนี้อย่างไร?” ในสถานการณ์ของฉัน..ฉันอยากให้สามีโทรบอกในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทันทีที่ฉันรู้ตัวว่าเผลอหงุดหงิดไปแล้ว ฉันก็จะขอโทษและบอกในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป การพูดคุยห้านาทีของเราจบลงพร้อมกับข้อตกลงว่าหากแผนของเขาเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่เขาต้องโทรบอกฉันทันที การปรับความเข้าใจในวันนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คำแนะนำของฉันสำหรับคู่รักที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิตคือ..อย่าพุ่งเป้าไปที่ปัญหาแต่ควรใส่ใจที่วิธีแก้ปัญหามากกว่า ที่สำคัญจงจำไว้ว่าสติจะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

Blogger : Laurie Puhn

Source : huffingtonpost.com