Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How To Tell If Someone Will Ghost You
คุณจะถูกทิ้งกลางทางไหม..ดูได้จากการส่งข้อความของเขา

จะถูกทิ้งไหม ดูได้จากการส่งข้อความของเขา

ฤดูกาลใหม่กำลังจะมาถึงแล้วซึ่งหมายความว่าความสัมพันธ์ใหม่กำลังเบ่งบานราวกับดอกไม้นานาพันธุ์เลยทีเดียว ทว่าสถานการณ์ก็อาจแย่ลงได้เมื่อคุณเริ่มมีความรู้สึกดีๆกับใครสักคน ดังนั้นอย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเด็ดขาด แม้ว่าการเชื่อใจผู้อื่นจะเป็นสิ่งที่ดีแต่ความจริงคือยังมีมนุษย์งี่เง่าและนักล่าที่เปิดเผยตัวตนอีกมากมายบนโลกใบนี้ การที่ใครคนหนึ่งจู่ๆก็ชิ่งหนีจากคุณไปนั้นสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่าการบอกอีกฝ่ายไปตรงๆด้วยตัวเอง ถ้าคนรักใหม่ของคุณมีพฤติกรรมการส่งข้อความดังต่อไปนี้..ก็อย่าแปลกใจเลยถ้าเขาจะชิ่งหนีคุณไปในไม่ช้าก็เร็ว

1. คุณมักเป็นฝ่ายส่งข้อความไปก่อน

ถ้าใครบางคนส่งข้อความหาคุณเพียงเพราะว่าคุณส่งข้อความกลับหาเขา งั้นก็แสดงว่าเขาไม่มีความพยายามเลยในการติดต่อกับคุณ ความสัมพันธ์ควรจะแบ่งกัน 50-50 ดังนั้นถ้าคุณต้องใช้ความพยายามในการติดต่อกับเขามากกว่า เชื่อเลยว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะชิ่งหนีไปจากคุณ

2. เขาไม่เคยตอบข้อความคุณเพราะเขามักจะ “ยุ่ง” อยู่เสมอ

ชีวิตของคนเราช่างยุ่งเหยิงสุดๆ เช่น งานยุ่งหรือเส้นตายที่ปรากฏขึ้นลางๆ แต่ถ้าใครบางคนมักจะอ้างว่าตัวเองยุ่งและไม่มีเวลาไปเจอคุณหรือแม้แต่ส่งข้อความกลับไปหาคุณ งั้นก็หมายความว่าคุณไม่สำคัญพอสำหรับเขาและในที่สุดคุณอาจไม่ได้ยินข่าวคราวจากเขาอีกเลย หากใครสักคนอยากเจอคุณจริงๆเขาจะหาทางมาเจอให้ได้ ดังนั้นอย่ามอบพื้นที่ให้คนที่ไม่มีใจตั้งแต่แรกจะดีกว่า

3. ปฏิสัมพันธ์ส่วนใหญ่ของคุณอยู่ในโลกออนไลน์

ทั้งข้อความ ความคิดเห็นต่างๆบนสื่อโซเชียล หรือบางทีอาจเป็นบทสนทนาหรือการประชุม ใครบ้างล่ะไม่อยากรู้สึกเป็นคนพิเศษหรือได้รับการชื่นชม? แต่สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกดีเลย ชีวิตของคุณไม่ควรถูกกำหนดโดยคนที่ไม่ใส่ใจคุณอย่างจริงจัง คุณจะทำอย่างไรถ้ามีสัญญาณเตือนว่าเขาจะชิ่งหนีไปจากคุณ? คุณควรเป็นฝ่ายชิ่งเขาก่อนแต่นั่นอาจเป็นการลดตัวไปเทียบเคียงกับเขา ทางที่ดีคุณควรบอกให้เขาเลิกทำพฤติกรรมแย่ๆ ทำให้เขารู้ว่าคุณรู้และคุณไม่สนใจ จากนั้นก็เดินหนีไปและเดินไปเรื่อยๆ และถ้าคุณทำไม่ได้เขาก็จะฉุดรั้งคุณลงไปกับเขา ดังนั้น..ขอย้ำว่าอย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเหล่านี้เด็ดขาด!

Blogger : Caitlyn Luce Christensen

Source : elitedaily.com