Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Things Divorce Experts Wish You Knew Before You Got Married
11 ข้อที่คุณควรรู้ให้ถ่องแท้ก่อนแต่งงาน

ข้อที่ควรรู้ให้ถ่องแท้ก่อนแต่งงาน

1. อันที่จริงสัญญาก่อนสมรสไม่ใช่สิ่งจำเป็น

การทำสัญญาก่อนสมรสมักจะเกิดขึ้นก่อนถึงวันแต่งงานไม่นาน ซึ่งโดยทั่วไปมองว่าเป็นการบีบบังคับและทำร้ายจิตใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากอันที่จริงก็มีกฎหมายที่คุ้มครองทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะมีสัญญาผูกพันกันก็ควรทำก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน

2. ควรตกลงเรื่องนิสัยการใช้เงินตั้งแต่วันออกเดท

ไม่ต้องถึงขั้นกางบันทึกรายรับรายจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ออกเดท แต่คุณควรตกลงเรื่องเงินกันตั้งแต่เนิ่นๆ คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความสำคัญของการมีนิสัยและเป้าหมายการใช้เงินที่เหมือนกันของคู่สมรส ชีวิตการแต่งงานของคุณจะก้าวไปผิดทางทันทีหากอีกฝ่ายเอาแต่ก่อหนี้บัตรเครดิต

3. ทั้งสองฝ่ายควรเปิดอกคุยกัน

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดการหย่าร้างคือเงินกับความไม่ซื่อสัตย์ และบ่อยครั้งที่ความไม่ซื่อสัตย์มักจะเกิดขึ้นโดยมีเรื่องเงินเป็นสาเหตุ เงินจะทำให้เกิดการขัดแย้ง จากนั้นเราก็จะหามือที่สามเข้ามาปรนเปรอความสุขของตัวเอง ดังนั้นคู่รักควรเปิดอกคุยกันเรื่องเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

4. ระบบอุปถัมภ์เป็นสิ่งจำเป็น

บ่อยครั้งที่การแต่งงานมักจะแบกความหวังของครอบครัวและเพื่อนๆเข้าไปด้วยจนอาจกลายเป็นแรงกดดันในชีวิตคู่และสร้างรอยร้าวให้แก่ผู้ที่ให้การสนับสนุน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกวิจารณ์หรือตำหนิหากคุณยอมรับกับเพื่อนๆและครอบครัวว่าความสัมพันธ์ของคุณต้องการความช่วยเหลือ ผู้คนเหล่านั้นพร้อมที่จะให้คำแนะนำที่ดีเสมอ

5. สินสมรส

เสียใจด้วย ต่อให้คุณแยกบัญชีของตัวเองไปต่างหาก แต่ก็ยังมีเรื่องของสินสมรสเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ดีไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ดอกเบี้ยในบัญชีออมทรัพย์ หรือเงินบำนาญ เป็นต้น ทั้งหมดนี้จัดเป็นสินสมรสและต้องแบ่งกันในกรณีที่มีการหย่าร้าง

6. มีวงเงินสินเชื่อของตัวเอง

ง่ายๆเลยคือคุณควรมีความสามารถในการกู้เงินโดยปราศจากคู่สมรสของคุณ

7. รักษาบัญชีของตัวเองให้ดีโดยเฉพาะเมื่อต้องแต่งงาน

แม้ว่าคุณจะไม่มีแผนล่วงหน้าว่าจะหย่า แต่คุณควรรักษาการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารตั้งแต่ก่อนแต่งงานให้ดี หากไม่มีเอกสารพิสูจน์ได้ว่าเงินก้อนนั้นเป็นของคุณและไม่เกี่ยวกับสินสมรสส่วนอื่นก็เป็นไปได้ว่ามันจะถูกรวมเข้ากับสินทรัพย์เพื่อใช้แบ่งในการหย่าร้าง

8. การหย่าร้างจะใช้เวลานานรวมถึงต้องใช้เงินด้วย

การแต่งงานขึ้นชื่อในเรื่องความสิ้นเปลืองและอาจก่อหนี้มหาศาลให้กับคู่สมรส ดังนั้นคุณควรไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ขณะที่การว่าจ้างทนายความเพื่อฟ้องหย่าก็ใช้เงินมหาศาลเช่นกัน แถมบางคดีก็มากกว่านั้นหลายเท่า แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกกรณีที่เหมือนกันแต่ก็อาจใช้เวลาเป็นปีกว่าการหย่าร้างจะสิ้นสุดลง

9. คุณจะไม่ได้ทุกอย่างเพราะเขานอกใจ

ในบางรัฐของอเมริกาการประพฤติผิด เช่น นอกใจ ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเรียกร้องค่าเสียหายได้เพิ่มขึ้น เงินกับสินทรัพย์อื่นๆจะถูกแบ่งเท่าๆกันตามปกติ แต่คุณอาจขอค่าเลี้ยงดูเพิ่มได้ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำงานของฝ่ายการเงิน

10. การหย่าจะมาพร้อมกับช่วงเวลาที่โศกเศร้า

คนเรามักจะรู้สึกสูญเสียแม้ว่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงมักทำให้จิตใจไม่สงบ

11. ทนายความของคุณไม่ใช่นักบำบัด

เมื่อได้พบปะทนายคนส่วนใหญ่ก็มักจะอยากเล่าเรื่องราวของตัวเองและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านั้นจะไม่ตรงกับผลลัพธ์ที่ได้จากศาล ทางที่ดีคุณควรไปพบนักให้คำปรึกษาเพื่อระบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่จะไปพบกับทนายจะดีกว่า

Blogger : Beth Kaufman

Source : redbookmag.com