Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Can You Be Friends With An Ex?
คุณสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้หรือไม่

สามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้หรือไม่

คุณสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้หรือไม่? โดยปกติเมื่อคนเราเลิกรากันแล้วก็แทบจะตัดขาดความสัมพันธ์กันในทันที การเยียวยารักษาใจจำเป็นต้องใช้เวลาหรือบางทีก็ต้องอาศัยไวน์หรือซีรีส์ละครน้ำเน่าทั้งหลาย และเมื่อวันเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี เราก็สามารถกลับมาผูกมิตรเป็นเพื่อนสนิทกับอดีตคนรักได้ อย่างไรก็ตามคำว่ามิตรภาพอาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะกับแฟนเก่าที่แอบนอกใจไปหลับนอนกับคนอื่นในขณะที่คุณกำลังนั่งปลูกต้นไม้อยู่ที่บ้าน รวมทั้งแฟนเก่าที่ไม่เคยให้กำลังใจอะไรคุณสักอย่าง งั้นก็..บ๊าย! แต่แฟนเก่าที่ทั้งฉลาด ซื่อสัตย์ และมีนิสัยเฮฮาล่ะ? หรือแฟนเก่าที่อยากมีลูกทั้งๆที่คุณไร้ซึ่งสัญชาตญาณความเป็นแม่ ถ้าคุณจะผูกสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับแฟนเก่าประเภทนี้ก็คงไม่มีอะไรผิดหรอก

นี่คือสัญญาญที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ลักษณะนี้มีโอกาสเป็นไปได้และไม่สร้างปัญหาให้คุณอย่างแน่นอน เอาล่ะมาดูกันดีกว่า!

1. เวลาผ่านไปแล้ว

“เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผล” แม้พลังในการรักษาบาดแผลจะมีจำกัดแต่มันก็ช่วยได้นะ เวลาจะทำให้จิตใจของเราแข็งแกร่งขึ้น หากคุณเปลี่ยนสถานภาพของคนรักเก่ามาเป็นเพื่อนสนิทเร็วเกินไป ร่างกายกับสมองของคุณก็อาจสับสน คุณต้องทำใจให้สงบและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวลา

2. ต้องไม่มีเจตนารมณ์แอบแฝง

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอกเห็นใจ,ความต้องการที่จะแก้แค้น หรือความปรารถนาที่กลับมาคบกันใหม่ คุณต้องไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าคุณอาจจะรู้สึกแย่ที่เคยทำให้คนอื่นต้องเจ็บ แต่ความรู้สึกผิดดังกล่าวก็มักจะบั่นทอนเหตุผลในการผูกมิตร ส่วนอารมณ์อยากแก้แค้นถือเป็นแรงจูงใจที่ไม่ดี การที่คุณกับแฟนเก่ามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันและทำตัวเหินห่างออกจากกลุ่มก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการพยายามรักษามิตรภาพหลังจากที่เลิกรากันแล้ว และถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเพียงเพื่อต้องการทำให้เขากลับมาตกหลุมรักคุณอีกครั้งก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเช่นกัน แถมโอกาสประสบความสำเร็จก็น้อยสุดๆด้วย

3. คุณรู้สึกถึงอิสระที่เปี่ยมล้นอีกครั้ง

คุณสามารถเป็นเพื่อนกับคนรักเก่าได้ถ้าคุณกำจัดอารมณ์ที่ต้องการครอบครองและคิดจะพึ่งพาเขาทิ้งออกไป แม้แต่ผู้ที่รักอิสระที่สุดที่เคยมีความสัมพันธ์แบบนี้จะรู้สึกว่าตัวเองพึ่งพาคู่รักมากเกินไป นั่นหมายความว่าคุณต้องหัดซ่อมปรินท์เตอร์ด้วยตัวเองได้แล้ว ต่อให้เขากลายเป็นเพื่อนของคุณ คุณก็ไม่ควรเอาภาระทั้งหลายแหล่ไปให้เขาช่วยแก้ เช่นโทรหาเขาตอนตี 2 เพื่อถามทาง ขอแนะนำให้ถามเด็กปั๊มหรือเปิด Google Map เอาจะดีกว่า

4. คุณไม่อยากเห็นร่างอันเปลือยเปล่าของเขาอีก

เพื่อนไม่ควรคิดถึงกันในเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต่อให้แค่คิดก็ตามคุณก็อาจมีโอกาสที่จะเกิดความรู้สึกปรารถนาขึ้นมาอีก คุณเคยนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่มีร่วมกันเหล่านั้นไหม? แม้ว่าคุณทั้งคู่อาจจะมีอารมณ์เร่าร้อนด้วยกันบ่อยๆ แต่อย่าลืมว่าคุณไม่ควรคิดถึงมันอีกทั้งทางกายและจิตใจ

5. คุณกุ๊กกิ๊กหรือลัลล้ากับคนอื่นได้แล้ว

เพราะมันเหมือนกับว่าคุณสามารถสลัดอดีตของตัวเองทิ้งไปและเริ่มต้นใหม่ได้อย่างเสรี และนี่คือโอกาสที่คุณจะทดลองความสัมพันธ์ข้ามคืนดู

6. มองข้ามนิสัยหรือการกระทำแย่ๆของเขาได้โดยไม่รู้สึกอะไร

คุณไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอีกแล้วเวลาที่เขาทำเสียงประหลาดตอนกินเฝอ นอกจากนี้คุณยังสามารถทนต่อสิ่งปลุกเร้าที่ทำให้เกิดการทะเลาะในยามที่คุณทั้งคู่เป็นคนรักกันได้ เมื่ออดีตคนรักเปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นเพื่อน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำเสียงฟึดฟัดน่ารำคาญเวลาที่พวกคุณออกไปร้านอาหารเวียดนามด้วยกันอีกแล้ว เสียใจด้วยนะ

7. คุณสามารถจินตนาการหรือเห็นเขาอยู่กับคนอื่นโดยที่คุณไม่รู้สึกหึงอีกต่อไป

นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมา กำจัดความคิดเหล่านี้ออกไปให้ได้ก่อนที่คุณจะผูกสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับอดีตคนรักของคุณ

8. พวกคุณต่างเคารพในอาณาเขตใหม่ของทั้งคู่

คุณจะไม่ตื่นเต้นเวลาที่ไปดูหนังและพูดคุยหนุงหนิงใส่กันอีกแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากหลังจากที่เลิกรากันไป (ซึ่งการพูดคุยนี้ก็ไม่สร้างความอึดอัดระหว่างคุณทั้งคู่ด้วย) และที่สำคัญที่สุดคุณจะไม่มีวันรู้สึกอยากส่งข้อความหาเขาขณะที่เมาอยู่ด้วย

9. คุณอยากให้เขามีความสุขจริงๆ

ลองคิดถึงมิตรภาพอันยาวนานและดีที่สุดของคุณสิ คุณรู้สึกเช่นไรเมื่อได้ยินว่าเขาทำผิดพลาดหรือมีใครทำร้ายเขา คุณรู้สึกโกรธใช่ไหม? และเมื่อเขามีความสุข คุณก็ดีใจด้วยใช่ไหม? นั่นไงเพื่อนเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งและซึมซับเข้ามาในชีวิตของเรา เรารักเพื่อนอย่างไม่มีเงื่อนไขและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หากอดีตคนรักกลายมาเป็นเพื่อนของคุณ แน่นอนว่าเขาก็ต้องการความเอาใจใส่และความเคารพแบบนี้เช่นกัน คุณทำได้ไหม? เชื่อสิว่าคุณต้องทำได้อยู่แล้ว

Source : bustle.com