Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ช่วงเวลาสุดตื้นตันเมื่อพ่อแม่ได้พบกับลูกน้อยของตัวเอง
หลังจากที่รอคอยมานาน

ช่วงเวลาสุดตื้นตันเมื่อพ่อแม่ได้พบกับลูกน้อย

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

กว่าจะผ่านช่วงเวลาและอุปสรรคนานัปการจนสามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ ในที่สุดโฮปกับฮันเตอร์ แมดเด็นก็ได้ต้อนรับเอเวอลีนสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในวันอันน่าประทับใจนี้เองพ่อแม่คู่นี้ได้เชิญช่างภาพมาเก็บภาพปฏิกิริยาของพวกเขาเมื่อได้พบกับลูกสาวตัวน้อยเป็นครั้งแรก เมื่อโฮปตั้งท้องเอเวอลีน เธอกับฮันเตอร์ก็ไม่แน่ใจว่าการตั้งครรภ์นี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากถึงเก้าครั้ง หลังจากนั้นเกือบปีโฮปก็ตั้งครรภ์เป็นเด็กผู้ชายซึ่งเธอกับโฮปตั้งชื่อว่าโอเว่น ทว่าน่าเศร้าที่การอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกของพวกเขาทำให้พบว่าเด็กหัวใจไม่เต้น

โฮปเล่าว่า “นี่เป็นการสูญเสียครั้งที่สามของเราหลังจากที่ล้มเหลวเพราะตัวอ่อนไม่ฝังตัวสองครั้งก่อนหน้านี้” จากนั้นเมื่อเข้ารับการรักษาครั้งต่อมาโฮปก็รู้ว่าเธอตั้งท้องเอเวอลีนและทั้งคู่ก็ทำใจยอมรับความผิดหวังเนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พวกเขาบอกครอบครัวว่าโฮปตั้งครรภ์แต่ก็เป็นไปได้ว่าเธอจะแท้ง โฮปกล่าวว่า “เราพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเลวร้ายได้ทุกวินาที” โฮปใช้เวลารอคลอดนานกว่า 31 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกบล็อกหลังเนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจของทารกเริ่มอ่อนลง เธอนอนหลับไปหลายชั่วโมงและหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาหนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาเบ่ง โฮปเล่าว่าประสบการณ์การคลอดลูกของเธอนั้น “สมบูรณ์แบบมาก” ขณะที่เพลง “Take Me There” ของแอนนา โกลเด้นก็เล่นไปพร้อมๆกับที่สามีช่วยเบ่งลูกสาว

ช่วงเวลาสุดตื้นตันเมื่อพ่อแม่ได้พบกับลูกน้อยของตัวเอง

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

“นั่นเป็นเพลงที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่สูญเสียโอเว่นมาได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมาก ฉันใช้เวลาเบ่งราว 15 นาทีและลูกก็ออกมา ไม่อยากจะเชื่อเลย!” ฮันเตอร์รู้สึกตื้นตันใจมากเมื่อได้เห็นเอเวอลีนเป็นครั้งแรกและพูดว่า “สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุด” เท่าที่เขาเคยเจอมา เขากล่าวว่า “แกตัวเล็กมากและน่ารักน่าทึ่งสุดๆ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าแกเป็นลูกของเรา ไม่อยากเชื่อว่าแกจะกลับบ้านมาพร้อมกับเราด้วย”

ช่างภาพ เลย์ลานี โรเจอร์ส แห่งเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เป็นผู้บันทึกภาพการเกิดที่น่าทึ่งของเอเวอลีน เธอกล่าวว่าเธอดีใจที่ได้รู้จักกับโฮปและฮันเตอร์ ที่สำคัญเธอได้เป็นพยานในช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตแบบนี้ด้วย “ไม่ว่าการคลอดครั้งไหนๆที่ฉันได้บันทึกเอาไว้ล้วนเป็นความทรงจำอันมีค่าของฉัน แต่ครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะที่พิเศษยิ่งกว่านั้น”

Facebook : facebook.com/leilani.rogers.photographer

Twitter : twitter.com/_PhotosByLei_

ช่วงเวลาสุดตื้นตันเมื่อพ่อแม่ได้พบกับลูกน้อยของตัวเองหลังจากที่รอคอยมานาน

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

หลังจากที่หน้าเพจ Love What Matters ในเฟซบุ๊คได้แชร์ภาพถ่ายไปเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้รับการตอบรับมากกว่า 32,000 ครั้งและถูกแชร์ต่อไปอีกมากกว่า 1,000 ครั้ง แม้ฮันเตอร์จะรู้สึกแปลกๆกับการมีช่างภาพมาถ่ายรูปขณะที่ภรรยากำลังคลอดลูกแต่เขาก็ยินดีที่โรเจอร์สอยู่ที่นั่นเพื่อเก็บบันทึกประสบการณ์เหล่านั้น “ภาพถ่ายเหล่านี้ถือเป็นงานศิลปะที่น่าทึ่งมาก ผมจะเก็บรักษาไว้ให้ดีตลอดทั้งชีวิตของผมเลย”

ถ่ายรูปขณะที่กำลังคลอด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพประทับใจ

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายในห้องคลอด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายตอนคลอดลูก

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายขณะคลอดลูก

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายแม่กับทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายรอยเท้าทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายพ่อกับทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายแม่กับทารกหลังคลอด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพถ่ายเด็กแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

เด็กแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

ภาพพ่อแม่กับทารกแรกเกิด

Photo Credit : Leilani Rogers / www.photosbylei.com

Blogger : Taylor Pittman

Source : huffingtonpost.com