Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

I Lost 180 Pounds. Here’s How I’ve Kept It Off for 10 Years
ฉันลดน้ำหนักได้ 80 กิโลกรัมและคุมน้ำหนักให้คงที่มาเป็นสิบปีแล้ว

ลดน้ำหนักได้ 80 กก. และคุมน้ำหนักมาเป็นสิบปีแล้ว

เครดิตรูปภาพ : greatist.com

เท่าที่จำความได้ฉันก็อยากลดน้ำหนักมาโดยตลอด เด็กน้อยตุ้ยนุ้ยผู้มักถูกเพื่อนๆในชั้นเรียนแกล้ง ฉันจึงเริ่มไดเอตครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบและโตมาเป็นวัยรุ่นร่างอวบที่เอาแต่ขลุกอยู่กับถาดบราวนี่ในคืนงานพรอม สุดท้ายฉันก็กลายเป็นผู้ใหญ่อ้วนตุ๊บที่มีทางเลือกแค่สองทางได้แก่ฝากฝังความเจ็บปวดไว้กับร้านอาหารไดรฟ์ทรูใกล้บ้านหรือพยายามแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยการไดเอต

นี่แหละคือชีวิตของฉันจนกระทั่งวันที่ฉันขึ้นไปยืนบนตาชั่งและพบว่าน้ำหนักของตัวเองพุ่งทะยานไปที่ 150 กิโลกรัมฉันรู้สึกขยาดและสิ้นหวังเหลือเกิน จากนั้นฉันก็นั่งลงบนโซฟาและหยิบแผ่นมันฝรั่งเข้าปากขณะที่ดูรายการของโอปราห์ไปด้วย นับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้วฉันเห็นภาพเปรียบเทียบก่อนหลังในรายการโอปราห์ วินฟรีย์ ทว่าจู่ๆภาพการขึ้นไปเหยียบบนตาชั่งกับสิ่งที่เห็นในรายการก็ทำให้กงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มเคลื่อนไหว ฉันเริ่มจัดระเบียบชีวิตของตัวเองใหม่ ฉันไม่ต้องการทางลัดที่ไม่ยั่งยืนแต่ปรารถนาการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ฉันเริ่มฟังร่างกายของตัวเองแทนที่จะไปต่อล้อต่อเถียงกับมัน ฉันเริ่มฟังคนอื่นๆมากขึ้นโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและนักโภชนาการ ในที่สุดน้ำหนักตัวของฉันก็ลดลงไป 80 กิโลกรัมและคงที่อยู่อย่างนั้นนานเกือบสิบปี ฉันนี่แหละคือหลักฐานตัวเป็นๆว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง! คำตอบของการคุมน้ำหนักในครั้งนี้คือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด แต่ก็มีสุดยอดกลยุทธ์ง่ายๆไม่กี่ข้อที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวร

1. “ความล้มเหลว” คือประสบการณ์อันมีค่าในการเรียนรู้

ไม่มีคำว่าล้มเหลวในโลกนี้หรอก มีแต่คำว่าการเรียนรู้ ฉันรู้ว่าการมองย้อนกลับไปเพื่อประเมินความก้าวหน้าที่ยั่งยืนถาวรเป็นสิ่งสำคัญ ในตอนแรกฉันพุ่งเป้าไปที่การไดเอตแต่คราวนี้ฉันรู้แล้วว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับฉันในการกะปริมาณสัดส่วนและการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในระยะยาวอย่างมีความสุข

2. เรียนรู้คุณค่าของการเคลื่อนไหว

คำขวัญของฉันคือ “คุณไม่ต้องชอบก็ได้แต่คุณแค่ต้องลงมือปฏิบัติ” ฉันเคยนั่งทำงานติดต่อกันแปดชั่วโมง จากนั้นก็กลับบ้านไปนั่งดูทีวีบนโซฟาพร้อมกับมันฝรั่งทอดกรอบห่อใหญ่ ใช่..การนั่งเฉยๆย่อมสบายกว่าการเดินหรือการฝึกโยคะแต่บอกตามตรงนะว่าผลตอบแทนที่ได้ก็สูงกว่ากันเยอะเลย การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันและกระชับกล้ามเนื้อแถมยังสามารถขจัดความเครียดได้ดีอีกด้วย! ผู้สูงอายุส่วนมากที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะแลดูเปล่งประกายอ่อนเยาว์ นอกจากนี้การหมั่นออกกำลังกายยังช่วยในการลดน้ำหนักและทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีพลัง

3. เจรจาต่อรองกับตัวเองอย่างยุติธรรม

ฉันเคยบอกกับตัวเองว่าฉันจะกินอะไรก็ได้และเมื่อไหร่ก็ได้ถ้ารู้สึกว่ามันอร่อย แต่สุดท้ายฉันก็ทำอะไรหลายๆอย่างตามที่ต้องการไม่ได้เนื่องจากขนาดตัวของฉันใหญ่มากแถมระดับพลังงานก็ไม่เหลือหลอเลย อย่างไรก็ดีฉันรู้ว่าการเข้มงวดกับการกินมากเกินไปจะทำให้แผนพังทลาย ฉันจึงค่อยๆเริ่มเจรจากับตัวเองที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายโดยฝ่ายแรกต้องการอิสระในการกินกับฝ่ายหลังที่ต้องการชีวิตของตัวเองกลับคืนมา อย่างแรกฉันต้องกำจัดอาหารที่ไร้ประโยชน์ที่สุดออกไปเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยๆเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผักและผลไม้ ข้าวกล้องและข้าวควินัว ไข่ ปลา และถั่วเปลือกแข็ง เป็นต้น

4. จงตระหนักถึงทางเลือกของตัวเอง

ไม่มีใครน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 40 กิโลกรัมได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนหรอก ฉันเป็นคนที่ชอบกินตามอารมณ์และนิยมเก็บความรู้สึกไว้แทนที่จะแสดงออกมาหรือแม้แต่ยอมรับกับตัวเอง ฉันกินเพื่อเบี่ยงเบนตัวเองจากความเครียดและเหตุการณ์ที่ไม่สบอารมณ์อื่นๆ ทว่ายิ่งฉันกล้าเผชิญหน้ากับปัญหามากเท่าไหร่ความอยากอาหารกลับยิ่งลดลง กระบวนการนี้หมายถึงเราต้องใส่ใจผู้อื่นน้อยลงและกำหนดขอบเขตระหว่างอีกฝ่ายขึ้นมา

5. ดูแลตัวเองด้วยความเอาใจใส่

การเป็นเพื่อนที่ดีและรู้จักให้กำลังใจตัวเองเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีชีวิตที่สมดุลและการคุมน้ำหนักของตัวเองได้ ฉันรู้ว่าการกล่าวโทษตัวเองไม่มีประโยชน์ตรงไหนเลยฉันจึงเปลี่ยนมาหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยข้อความดีๆและคำชื่นชม ฉันปฏิบัติแบบนี้มาเรื่อยๆและแนะนำคนอื่นที่กำลังประสบปัญหาถูกทารุณทางอารมณ์ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องน้ำหนักตัว ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ฉันยังเด็กทำให้ฉันกล้าพูดว่า “แม้ว่าการลดน้ำหนักกับการคุมน้ำหนักจะเป็นเรื่องยากแต่การปฏิบัติต่อตนเองด้วยความรักนั้นมีความสำคัญมากพอๆกับแคลอรี่”

Blogger : Stacey Morris

Source : greatist.com