Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ถึงอ้วนก็สวยได้ “สาวอ้วนและมีแผลเป็น”
ผู้จุดประกายสำคัญเกี่ยวกับความมั่นใจในรูปร่าง

 

A post shared by Michelle Elman (@scarrednotscared) on

มิเชล เอลแมน สาวน้อยวัย 23 ปีจากลอนดอน เธอไม่ค่อยมั่นใจในรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง ที่สำคัญการยอมรับแผลเป็นจากการผ่าตัดถึง 15 ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยตั้งแต่การรักษาโรคเนื้องอกในสมอง ลำไส้ทะลุ ลำไส้อุดตัน ถุงน้ำในสมอง และอาการที่ชื่อว่าภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ อย่างไรก็ตามการเห็นคุณค่าในตนเองของมิเชลเริ่มลดต่ำลงจริงๆตอนอายุ 11 ปีเมื่อเธอเริ่มให้ความสนใจกับขนาดรูปร่างของตัวเอง มิเชลต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานสามเดือนและไม่อาจรับประทานอาหารปกติได้ ในช่วงหกเดือนของการฟื้นตัวเธอไม่สามารถออกกำลังกายได้แต่เริ่มรับประทานอาหารได้ตามปกติทำให้น้ำหนักตัวของเธอเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การผ่าตัดยังทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนท้องด้วย มิเชลกล่าวว่า “สภาพของฉันไม่ต่างจากก้อนไขมันเลย”

 

A post shared by Michelle Elman (@scarrednotscared) on

คนที่มีแผลเป็นไม่สามารถสวมชุดบิกินี่ได้ ฉันเชื่อแบบนั้นมาตลอด 21 ปีที่ผ่านมาในชีวิต ฉันจึงไม่เคยสวมชุดบิกินี่เลย ฉันผ่านการผ่าตัดถึง 15 ครั้งไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคเนื้องอกในสมอง ลำไส้ทะลุ ลำไส้อุดตัน ถุงน้ำในสมอง และภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ แต่แผลเป็นก็เป็นส่วนที่ยากที่สุดของฉัน เหมือนกับตอนที่ฉันถอดเสื้อผ้าต่อหน้าแฟนหนุ่มเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกราวกับว่าอยู่คนเดียวในโลกและไม่มีใครเข้าใจเลย ตอน 7 ขวบฉันลองสวมชุดบิกินี่ครั้งแรก ทุกคนต่างมองฉันด้วยสายตาประหลาดแกมสงสาร ฉันเรียนรู้ว่าแผลเป็นเหล่านี้ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัดใจ ฉันเริ่มอายรูปร่างของตัวเองและไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ต่อมาในเดือนมกราคมฉันเริ่มพูดคุยถึงเรื่องนี้และชวนคนอื่นมาร่วมวงสนทนาด้วย ใครๆก็มีแผลเป็นกันทั้งนั้นและเราควรภูมิใจที่มีมันด้วย เมื่อเดือนก่อนฉันเพิ่งกล้าสวมชุดบิกินี่และฉันก็รักรูปร่างของตัวเองมาก ฉันรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ไม่มีใครควรรู้สึกอับอายรูปร่างของตัวเองไม่ว่าจะเป็นรอยผิวแตกลายหรือแผลเป็นจากการผ่าตัด ดังนั้น..ช่วงฤดูร้อนนี้เรามาภูมิใจในแผลเป็นของตัวเองกันดีกว่า! แท็กเพื่อนพร้อมกับแฮชแท็ก! #scarrednotscared

 

A post shared by Michelle Elman (@scarrednotscared) on

ในช่วงก่อนเข้าสู่วัยรุ่น มิเชลล์สังเกตว่าตัวเองเป็น “สาวอ้วน” และไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าของเพื่อนคนอื่นๆได้ พออายุ 15 ปี มิเชลล์รู้ว่าเธอไม่มีความสุขและรู้สึกอึดอัดกับรูปร่างของตัวเอง เธอจึงเริ่มเปิดอกพูดถึงแผลเป็นมากขึ้นซึ่งการกระทำแบบนั้นก็ช่วยได้เช่นกัน ครั้งหนึ่งมิเชลล์เคยแอบปิ๊งผู้ชายคนหนึ่งที่เคยชอบเพื่อนของเธอ แต่เมื่อเพื่อนของเธอรู้เข้าก็พูดว่ามิเชลล์ไม่เหมาะกับผู้ชายคนนั้นหรอกเนื่องจากน้ำหนักตัวของเธอ สุดท้ายมิเชลล์ก็เลิกคบกับเพื่อนคนนั้นเพราะใครก็ตามที่พูดล่วงเกินถึงเรื่องน้ำหนักก็ไม่สมควรได้รับคำว่ามิตรภาพอีกต่อไป

มิเชลล์เป็น “สาวอ้วน” ในกลุ่มเพื่อนและไม่มีแฟน เธอจึงได้แต่นั่งเงียบๆระหว่างที่เพื่อนๆคุยกันเรื่องความรัก และถ้าเธอมีแฟนก็คงรู้สึกอึดอัดหากต้องเปลือยกายต่อหน้าแฟนหรือในห้องนอน มิเชลล์ไม่เคยมั่นใจในรูปร่างของตัวเองเลย ความแตกต่างระหว่างตอนนั้นกับตอนนี้คือฉันไม่ลังเลอะไรอีกแล้วเมื่อเพื่อนมาชวนให้ไปเข้าร่วมภารกิจต่างๆ ก่อนหน้านั้นฉันเอาแต่ซ่อนรูปร่างของตัวเองและไม่ยอมถ่ายรูปอะไรทั้งสิ้น ส่วนตอนนี้ฉันเอ่ยปากขอถ่ายรูปเองเลย การคิดบวกในเรื่องรูปร่างไม่ใช่แค่การเซลฟี่ตัวเองตอนที่สวมกางเกงในหรือชุดว่ายน้ำ และเมื่อคุณอยู่ท่ามกลางคนที่ใช่คุณจะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองเป็น “สาวอ้วน” เลย

มิเชลล์เดินทางมาถึงจุดที่ว่าคุณจะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองเป็น “สาวอ้วน” เลยถ้าได้อยู่ท่ามกลางคนที่ใช่ นี่คือข้อพิสูจน์แล้วว่าเพื่อนของเธอไม่ใช่แค่กล้าหาญเท่านั้นแต่ยังเป็นเพื่อนที่ดีระดับ A+ อีกด้วย

Blogger : Elizabeth Narins

Source : cosmopolitan.com