Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

คุณไม่จำเป็นต้องไอคิวสูงเพื่อประสบความสำเร็จ
ขอแค่ควบคุมตนเองได้ก็พอ

ไม่จำเป็นต้องไอคิวสูงเพื่อประสบความสำเร็จ

เราควบคุมตนเองมากเกินไปหรือเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นการพยายามลดน้ำหนักหรือตื่นให้เช้าขึ้น นี่คืองานวิจัยที่เกี่ยวกับการควบคุมตนเอง

คุณไม่จำเป็นต้องไอคิวสูงเพื่อประสบความสำเร็จ ขอแค่ควบคุมตนเองได้ก็พอ

หากต้องการพูดถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับการควบคุมตนเอง เราควรทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของการควบคุมตนเองเสียก่อน ตลอดชีวิตของคนเรามักจะมีพฤติกรรมแย่ๆมากมายที่เราต้องเอาชนะให้ได้ สำหรับบางคนอาจเป็นการเลิกรับประทานอาหารขยะ ขณะที่บางคนอาจเป็นการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผลัดวันประกันพรุ่ง เมื่อคุณพยายามที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆนี่คือผลที่ได้จากการวิจัย

กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการควบคุมตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมีทางเลือกว่าผู้ที่ต้องการรับเงินทันทีจะได้เงินมูลค่า 1 ดอลลาร์ ส่วนผู้ที่รอ 1 สัปดาห์ก็จะได้รับเงินมูลค่า 2 ดอลลาร์ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าสนใจมาก นักเรียนที่ตัดสินใจรอไปอีก 1 สัปดาห์เพื่อรับเงินมูลค่า 2 ดอลลาร์มีอัตราการเข้าชั้นเรียนและคะแนนสอบที่ดีกว่า ทั้งนี้ยังมีแนวโน้มว่าจะสอบติดสถาบันที่ดีกว่าด้วย พูดง่ายๆคือการควบคุมตนเองมีความสำคัญกว่าไอคิวในความสำเร็จทางวิชาการ ขณะที่อีกการทดลองหนึ่งของมหาวิทยาลัยดุคโดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมจำนวน 1,000 คนพบว่าผู้ที่มีการควบคุมตนเองสูงมีแนวโน้มที่จะมีประวัติอาชญากรรมน้อยกว่าและยังมีสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจดีกว่าด้วย

การควบคุมตนเองไม่ใช่การบังคับตนเอง

นักวิจัยพบว่ากุญแจสำคัญในการควบคุมตนเองไม่ใช่การพยายามที่จะเพิ่มพลังจิตแต่เป็นการมองหาทางเลือกอื่นๆ สมมติว่าคุณอยากจะเลิกบุหรี่แทนที่จะหาวิธีในการทำลายพฤติกรรมแย่ๆนี้คุณควรตอบสนองความต้องการของตัวเองด้วยช็อคโกแลต เป็นต้น กลุ่มนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกได้เชิญผู้ที่สูบบุหรี่เข้าไปในห้องทดลองโดยให้ครึ่งหนึ่งอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยขนมหวาน ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในห้องที่มีแต่ผัก ไม่นานนักพวกเขาก็ถูกเชิญให้ไปพักข้างนอก และเมื่อพวกเขากลับมาก็พบว่าผู้ที่ต่อต้านขนมหวานมีแนวโน้มว่าจะสูบบุหรี่ในช่วงพัก

การควบคุมตนเองมีขีดจำกัด ลองปฏิบัติตามเป้าหมายไปทีละอย่าง

ทฤษฎีนี้ชี้ว่าการควบคุมตนเองนั้นมีขีดจำกัด อาการต่อต้านขนมหวานจะมาในรูปแบบของ ‘ความเครียด’ และถ้ายิ่งต่อต้านความเครียดก็ยิ่งมีแนวโน้มที่พวกเขาจะยอมจำนนต่อความต้องการของตัวเอง สรุปคือแทนที่จะพยายามเพิ่มการควบคุมตนเอง คุณควรยอมรับว่าการควบคุมตนเองมีขีดจำกัด นอกจากนี้คุณยังไม่ควรฝืนที่จะหยุดพฤติกรรมแย่ๆทีละ 2 อย่างพร้อมกัน ลองค้นหาสิ่งที่สำคัญกว่าและรับมือกับมันไปทีละอย่าง

Blogger : Sean Kim

Source : lifehack.org