Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Why Thinking Positively Doesn’t (Always) Work
เคยสงสัยไหม? ทำไมการคิดบวกบางทีถึงไม่ค่อยได้ผล

ทำไมการคิดบวกบางทีถึงไม่ค่อยได้ผล

ทัศนคติเชิงบวกจะทำให้คุณเป็นคนที่น่าคบหา ส่งเสริมให้คนรอบข้างช่วยเหลือคุณ ช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้ชีวิตน่าอยู่มากขึ้น แต่ความเบิกบานภาคบังคับนี้ซึ่งทำให้ต้องฝืนยิ้มไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะเกิดจากบุคคลอื่นหรือจากการวิเคราะห์ภายในของตนเอง คุณอาจสงสัยว่าเพื่อนที่มักอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจคุณนั้นห่วงใยความรู้สึกของคุณจริงหรือไม่ บางทีคุณอาจฝังแรงกดดันของการมองโลกในแง่ดีไว้ข้างในและโทษตัวเองเมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่ไม่ว่ากรณีใดๆก็มีเหตุผลในการแบ่งปันความรู้สึกที่แท้จริงโดยไม่ต้องผลักไสคนรอบข้างหรือเปลี่ยนเป็นความคิดในแง่ลบสุดขั้ว

การฝ่าฟันอุปสรรค

  • แรงกดดันทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ที่ปรึกษาทางธุรกิจไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยเหลือตัวเอง วัฒนธรรมร่วมสมัยเหล่านี้บังคับว่าพวกเราต้องเป็นพวกคิดบวกตลอดเวลาและในทุกสถานการณ์
  • ปฏิเสธการตัดสินด้วยอารมณ์ การผลักดันอารมณ์ในทางบวกจะทำให้รู้สึกเหมือนว่าถูกบังคับและการมองโลกในแง่ดีเท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับ คุณอาจสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่
  • พลังแห่งความมุ่งมั่น เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ตัวเองหรือคนอื่นมีความมั่นใจ การตั้งเป้าถึงความสุขมักจะไม่ค่อยจบลงที่ความสุข ความพยายามที่หนักเกินไปจะบ่อนทำลายความพยายามเหล่านั้นเสียเอง
  • กลัวความโชคร้าย การด่วนสรุปว่า “ทุกอย่างจะออกมาดี” อาจเป็นการลัดวงจรกระบวนการดีๆของการสะท้อนความคิด ความหลักแหลม และการตรวจสอบความเป็นจริง
  • การสะท้อนกลับของความสุข เมื่อเรารู้สึกแย่ การได้ยินคำว่าเราควรจะทำจิตใจให้ร่าเริง หยุดกังวลและ “มีความสุข” อาจทำให้บ้าคลั่งได้ การรู้สึกว่าคนอื่นต้องการให้คุณฝืนเปลี่ยนอารมณ์ที่แท้จริงเพียงเพราะว่าเขาจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นอาจจะทำให้คุณยิ่งโกรธ ไม่พอใจ และรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก
  • ขาดความรู้สึกมีอารมณ์ร่วม รู้ไหมว่าคนเราต้องใช้พลังมหาศาลในการรับฟังปัญหาต่างๆของคนอื่นในกรณีที่ไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย หากคุณพ่นแนวคิดเชิงลบใส่คนอื่นนั่นก็เท่ากับว่าคุณกำลังสั่งพวกเขา หากพวกเขาไม่อยากฟังคุณแล้วอาจเป็นเพราะพวกเขากำลังพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองหรือแค่ไม่รู้ว่าคุณเต็มใจรับฟังนั่นเอง

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

  • ขอในสิ่งที่คุณต้องการ วิธีที่ดีที่สุดในการตอบสนองคนที่ตั้งใจเปลี่ยนความคิดของคุณไปยังด้านสว่างก็คือคุณต้องมีความชัดเจนในการจัดการแนวทางของตัวเองในช่วงเวลานั้น คุณอาจพูดว่า “ฉันแค่อยากระบายปัญหาออกไป” หรือ “ฉันกำลังใช้ความคิดแต่คงจะดีถ้าคุณรับฟังความทุกข์ใจของฉัน”
  • ค้นหาความพึงพอใจในความไม่พอใจ แม้ว่าทัศนคติในเชิงบวกจะเป็นสิ่งดีแต่ก็ไม่จำเป็นต้องดีสำหรับคุณเสมอไป ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นความคิดในแง่ลบแต่ก็อาจสร้างสิ่งดีๆให้กับคุณได้
  • คิดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด แทนที่จะคอยตอกย้ำว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี คุณควรเผชิญหน้ากับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นดีกว่า เช่น ความตายหรือการสูญเสียความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามมันไม่ถึงกับตายหรอก
  • กังวลอย่างสมเหตุสมผล อีกวิธีหนึ่งในการรักษาความคิดเชิงบวกคือการยอมรับกับปัญหาแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังและวางแผนไว้ ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดเสมอไป
  • ตัดความรู้สึกทั้งสองทาง คุณไม่มีทางเพลิดเพลินไปกับความสุขที่แท้จริงหรอกหากคุณไม่มีความรู้สึกเศร้า หากคุณพูดกับตัวเองว่า “ฉันจะรู้สึกแค่สิ่งดีๆเท่านั้น” นั่นหมายความว่าคุณจะไม่ได้รับประสบการณ์กับสิ่งดีๆอย่างเต็มที่และคุณอาจมีปัญหากับการแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อความทุกข์ของผู้อื่น
  • ฝึกการสงบจิตใจ การมองหาความสัมพันธ์ที่สมดุลและกลมกลืนกับสถานการณ์เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคิดบวก การทำจิตใจให้สงบหมายความว่าคุณจะอยู่กับปัจจุบันและยอมรับความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองพร้อมกับตระหนักว่าทุกอย่างจะก้าวไปด้วยกันเพื่อสร้างชีวิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์

Blogger : Jon Spayde

Source : experiencelife.com