Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

เหตุใด “การอยู่เคียงข้าง”
จึงช่วยป้องกันการฆ่าตัวตายได้

เหตุใดการอยู่เคียงข้างจึงช่วยป้องกันการฆ่าตัวตายได้

ก่อนที่ยุคโซเชียลมีเดียจะครองเมือง คนเราส่วนใหญ่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินมักจะเลือกโทรหาตำรวจหรือบุคคลที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้เราสามารถติดต่อกับคนแปลกหน้าได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนแปลกหน้าทำหน้าที่ไม่ต่างจากตำรวจขณะที่ตำรวจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของโลกสังคมออนไลน์ได้

เด็กหนุ่มคนนี้อายุ 17 ปี เขาโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คว่า “ช่วยผมด้วย ผมเจ็บปวดเหลือเกิน ได้โปรดช่วยผมด้วย” ฉันจึงรีบติดต่อเขาไปทันที ระหว่างที่คุยกันเขาเล่าว่าเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนเนื่องจากทำตัวเกเรและตอนนี้เขาก็ร้องไห้ไม่หยุดเลย ช่างเป็นคืนที่เลวร้ายสำหรับเขาเหลือเกิน เราคุยกันสักพักหนึ่งและจู่ๆเขาก็เงียบไปซึ่งตอนนี้แหละคือช่วงที่ยากที่สุด

ฉันโทรหาตำรวจ

ฉันจำได้ครั้งสุดท้ายตอนที่โทร 911 เพื่อแจ้งเหตุฆ่าตัวตาย ฉันรู้สึกกลัวมากและคิดไปต่างๆนานาว่า “ฉันทำเต็มที่แล้วหรือยัง? พวกเขาช่วยเต็มที่หรือเปล่า? คนๆนั้นจะได้รับการช่วยเหลือไหม?” ความจริงคืออาจจะไม่ ทั้งบุคลากรฉุกเฉิน หน่วยรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน และผู้บังคับใช้กฎหมายต้องปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีเหตุร้ายเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อยับยั้งการฆ่าตัวตายและช่วยชีวิตผู้คนไว้ ในตอนนั้นหน่วยรับแจ้งเหตุฉุกเฉินในท้องที่ของฉันบอกว่าเธอไม่สามารถติดต่อกับสถานีตำรวจจอร์เจียได้ เธอไม่ค้นข้อมูลทางกูเกิ้ล เธอไม่ขอให้ฉันถือสายไว้ และที่แย่ที่สุดคือเธอไม่แม้แต่ที่จะพยายามทำอะไรเลย ครั้งนี้เด็กหนุ่มที่ฉันคุยด้วยบอกฉันว่าเขาล้มลงบนพื้นแล้วและกำลังจะหมดสติ ฉันจึงตัดสินใจข้ามการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินและติดต่อไปยังสถานีตำรวจและเลือกโทรสายที่ไม่ฉุกเฉินแทน เจ้าหน้าที่บอกว่าเธอจะโทรกลับหาฉันในภายหลังถ้าติดต่อครอบครัวของเขาได้หรือได้ที่อยู่ของเขามา

ฉันทั้งเครียดและกังวลจึงย้อนกลับไปหาเฟซบุ๊คเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มคนนั้น เมื่อบทสนทนาของเราสิ้นสุดลง ฉันรู้สึกกังวลน้อยลงและหวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ฉันไม่ต้องการเดิมพันอะไรทั้งนั้น ฉันมั่นใจในการพูดคุยของเราและหวังว่าฉันจะสามารถติดต่อกับครอบครัวของเขาได้ทันเวลา

เราต้องพยายามมากกว่านี้หากต้องการช่วยชีวิตคนอื่น

หากฉันโทรแจ้งตำรวจว่ามีใครสักคนพยายามที่จะทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นๆ หน้าที่ของตำรวจคือทำทุกอย่างเพื่อหาตำแหน่งของคนๆนั้นและช่วยชีวิตของเขาไว้ ส่วนหน้าที่ของฉันคือรับฟังและทำให้พวกเขาอยู่ในสายตลอดจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง เมื่อคนเราต้องการฆ่าตัวตายก็จะไม่พยายามช่วยเหลือตัวเองและการที่เขาติดต่อคุณก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากให้คุณช่วยชีวิตเขาสักหน่อย บางครั้งเขาอาจติดต่อคุณเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองหรือแค่อยากพูดคุยเท่านั้น

เด็กวัยรุ่นที่ต้องการฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะไม่พูดว่า “ฉันอยู่ที่นี่ คุณช่วยโทรหาพ่อแม่ของฉันได้ไหม? โทรหาเพื่อนของฉันได้ไหม? ไปส่งฉันได้ไหม?” พวกเขาจะรอจนกว่าบ้านจะว่างเปล่า รอจนทุกคนหลับ จากนั้นก็เปิดเฟซบุ๊คเพื่อแชร์เพลงเศร้าๆและโพสต์ข้อความเศร้าๆลงไป เวลาทุกวินาทีมีความหมายในการช่วยชีวิต เราทำทุกอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง? ยังไม่พอหรอกหากเราต้องการช่วยชีวิตของเขา การฆ่าตัวตายสามารถป้องกันได้เพียงเริ่มจากสิ่งเล็กน้อยที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้ความคิดหรือเวลามากนัก เริ่มจากการกระทำที่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหน้าที่ เริ่มจากความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงและช่วยเหลือในทุกวิถีทาง อย่าลืมว่าเวลาไม่เคยคอยใคร บางคนต้องการฆ่าตัวตายทุกๆ 40 วินาที ฉันก็เคยพยายามฆ่าตัวตายเหมือนกันตอนที่อายุ 15 ปี ส่วนน้องสาวของฉันเคยพยายามฆ่าตัวตายตอนอายุ 30 ปีและเธอก็ทำสำเร็จด้วย

เวลามีค่าเท่ากับชีวิตจริงๆ…

Blogger : Grace Durbin

Source : elitedaily.com