Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Why I Stopped Reading Internet Comments
สาเหตุที่ฉันเลิกอ่านความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ต

สาเหตุที่เลิกอ่านความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ต

หลังจากที่ได้อ่านความคิดเห็นต่างๆจากผู้อ่านที่มีต่อบทความของฉัน บอกตามตรงว่าหัวใจของฉันหล่นลงไปที่ตาตุ่มเลยเนื่องจากความคิดเห็นเหล่านี้ไม่สมควรได้รับการพูดถึงซ้ำอีก ที่สำคัญผู้อ่านไม่เข้าใจอารมณ์ขันของฉันเลย ยกตัวอย่างเช่น “โอ้ตายแล้ว นักเขียนคนนี้ทึ่มและตลกฝืดมาก มีความสุขในชีวิตบ้างหรือเปล่า แค่อ่านหัวข้อของบทความนี้ก็น่าโมโหแล้ว”

ฉันตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้นักเลงคีย์บอร์ดเหล่านี้ทำให้ฉันน้ำตาแตก แต่ยิ่งกลั้นน้ำตาก็ยิ่งทำให้อารมณ์ทุกอย่างระเบิดออกมารุนแรงมากกว่าเดิมและสุดท้ายฉันก็ต้องร้องไห้อยู่ดี ไม่น่าเชื่อว่าการตอบโต้ที่ฉันได้รับจากผู้คนในโลกออนไลน์สำหรับงานนี้ยังถือว่าเบาเมื่อเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ เป็นไปได้ว่างานเขียนของฉันไม่ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างสามารถทำให้ชาวเน็ตหัวเราะลั่นออกมาได้ อย่างน้อยทุกๆสัปดาห์ฉันจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งบน Twitter ที่ชอบทวีตเรื่องน่ากลัวน่าตื่นเต้นหรือเรื่องขำขัน (ปกติจะทั้งสองอย่างเลย) ซึ่งเรื่องแบบนี้พบได้เป็นประจำจากใครหลายๆคน

ทุกวันนี้ฉันมักจะเห็นความคิดเห็นที่น่ารังเกียจตามบัญชีของเหล่าคนดัง บล็อกเกอร์ความงาม และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ความคิดเห็นของผู้ที่ชอบสันนิษฐานและตัดสินคนอื่นตั้งแต่เรื่องทรงผมไปจนถึงการเลี้ยงดูและอาหารที่รับประทานเข้าไป ความคิดเห็นเหล่านี้ดูราวกับว่าพวกเขาไม่ได้กำลังพูดถึงมนุษย์อยู่เลย ฉันรู้สึกทึ่งมากกับพฤติกรรมอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขา บางคนเขียนข้อความตอบโต้และยืนยันความคิดเห็นของตัวเอง ขณะที่บางคนลบข้อความหรือโพสต์ทิ้งไปเลย แต่หลายๆคนก็กลับเมินเฉยอย่างสิ้นเชิง

มีคนจำนวนไม่น้อยที่แสดงความคิดเห็นแบบไม่เปิดเผยชื่อลงบนอินเตอร์เน็ตเพื่อปลดปล่อยพลังด้านมืดหรือแนวคิดอันโหดร้ายของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา และระหว่างที่ทุกคนต้องตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรฉันก็เลิกอ่านความคิดเห็นเหล่านี้ทั้งหมด แม้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ฉันอดอ่านความคิดเห็นที่น่ารักแต่เพื่อปกป้องตัวเองจากข้อความที่บั่นทอนจิตใจฉันจึงจำเป็นต้องหยุด! ข้อความเหล่านี้เกิดจากความคิดชั่ววูบของคนกลุ่มหนึ่งแต่มันจะติดอยู่ในใจของฉันไปอีกตราบนานเท่านาน บางคนอาจแย้งว่าคุณสามารถเรียนรู้ได้จากคำวิจารณ์ ก็จริงอยู่ถ้าคำวิจารณ์เหล่านั้นเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ แต่รู้หรือไม่ว่า 9 ใน 10 ของความคิดเห็นทั้งหมดก็คือการใช้คุณเป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นเอง

ย้อนกลับไปสมัยที่ฉันเพิ่งเริ่มเป็นนักเขียน ในตอนนั้นโชคดีที่มีแต่ความคิดเห็นบวกๆเข้ามาและส่วนใหญ่ก็เป็นความคิดเห็นจากแม่ของฉันเอง แต่เมื่องานเขียนของฉันเริ่มออกสู่สาธารณชนและมีคนมากมายเข้ามาอ่านเมื่อนั้นแหละที่ฉันเริ่มได้ความคิดเห็นในแง่ลบ ตอนแรกฉันก็อ่านทุกตัวอักษรซึ่งมีทั้งข้อความให้กำลังใจไปจนถึงข้อความทำร้ายจิตใจ ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เขียนอะไรอีกแล้ว แต่แล้วสุดท้ายฉันก็ปัดฝุ่นและหวนคืนสู่สังเวียนนักเขียนอีกครั้ง ฉันตระหนักว่าถ้าฉันยังอ่านความคิดเห็นเหล่านั้นต่อไป ฉันคงไม่มีวันได้เป็นนักเขียนหรือคนที่ดีกว่านั้นเนื่องจากมันไม่ได้ทำให้ฉันกลายเป็นคนกล้าหาญ มีน้ำใจ หรือฉลาดขึ้นเลย การตอบรับที่สำคัญจริงๆต้องมาจากที่ปรึกษา บรรณาธิการ เพื่อนสนิท และสมาชิกในครอบครัวของฉัน เนื่องจากพวกเขารู้จักฉันและสามารถชี้ทางสว่างให้ฉันได้ในกรณีที่ฉันทำผิดพลาด ฉันแค่อยากจะบอกทุกคนว่าอย่าเลิกเขียนความคิดเห็นดีๆบนโลกอินเตอร์เน็ตเลยเพราะไม่ใช่ทุกคนที่ถือสุภาษิตแบบเดียวกับฉัน การป้อนสิ่งดีๆให้แก่โลกเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ

Blogger : Lyndsay Rush

Source : theeverygirl.com