Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Why Your House Is Making You Tired
เหตุใดเวลาอยู่บ้านแล้วคุณยังรู้สึกอ่อนเพลีย

เหตุใดเวลาอยู่บ้านแล้วยังรู้สึกอ่อนเพลีย

การอดนอนอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้คุณอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน เป็นไปได้ว่าบ้านของคุณอาจอยู่เบื้องหลังความรู้สึกอ่อนเพลียนี้ หากคุณเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี นอนหลับอย่างเพียงพอ และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แต่ยังรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงและง่วงนอนอยู่ เราขอแนะนำว่าคุณควรตรวจสอบภายในบ้านของตัวเองได้แล้วเนื่องจากมีโอกาสว่าวิถีชีวิต อุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือแม้แต่การตกแต่งบ้านจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการนอนรวมถึงระดับพลังงานของคุณด้วย

1. โทรทัศน์

โทรทัศน์อันตรายมากสำหรับคุณเนื่องจากมันจะปล่อยแสงประดิษฐ์ที่ทำให้ปริมาณสารเมลาโทนินซึ่งเกี่ยวข้องกับการนอนหลับของคุณลดลง นอกจากนี้ยังอาจทำให้ช่วง REM เลื่อนออกไปและส่งผลต่อพฤติกรรมการนอนของคุณด้วย คุณจะรู้สึกเพลียและไม่มีสมาธิในวันถัดไป อย่าคิดว่ามีแค่จอโทรทัศน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณเพราะยังมีหน้าจอโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่อันตรายพอๆกัน!

2. เครื่องชงกาแฟ

แม้ว่ากาแฟจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นและทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในตอนเช้าแต่คุณควรรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น แถมหลังจากที่กาแฟหมดฤทธิ์คุณจะรู้สึกแย่ลงอีกด้วย นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนและอ่อนเพลีย

3. การเชื่อมต่อ Wi-Fi

คุณไม่เคยมีปัญหาการนอนหลับและคิดว่าจะไม่มีวันมีแน่ๆใช่ไหม? คุณอาจคิดผิดโดยเฉพาะถ้าคุณใช้ Wi-Fi ที่บ้าน รู้ไหมว่ามันทำให้คุณเป็นโรคนอนไม่หลับได้? แต่บางคนแย้งว่าเป็นเพราะสนามแม่เหล็กจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หอส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ Wi-Fi และอุปกรณ์ไร้สายทุกชนิดต่างหากที่ทำให้คุณตื่นตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังพบอีกว่าการอยู่ในบ้านที่มี Wi-Fi หรือในอาคารที่มีสัญญาณ Wi-Fi จำนวนมากอาจทำให้คุณมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังและกระทบต่อรูปแบบการนอนหลับจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา

4. เครื่องปรับอากาศ

บ่อยไหมที่คุณใช้เวลาอยู่ในห้องแอร์และรู้สึกอ่อนล้ากว่าที่ควรหรือมีอาการปวดศีรษะตามมา? แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อคุณออกจากห้องแอร์ ปรากฏการณ์เช่นนี้มีชื่อเรียกว่า “sick building syndrome” หรือภาวะผิดปกติด้านสุขภาพทางตา จมูก ลำคอ การหายใจส่วนล่าง ผิวหนัง และอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นคล้ายกันในกลุ่มคนทำงานในอาคาร

5. โทรศัพท์มือถือ

นอกเหนือจากการปล่อยรังสีอันตรายแล้วโทรศัพท์มือถือยังอันตรายในรูปแบบอื่นๆอีกด้วย เช่น การอำนวยความสะดวกในการสื่อสารของมันทำให้หลายคนติดโทรศัพท์งอมแงม อันที่จริงผลการสำรวจปี 2011 พบว่าร้อยละ 20 ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 19-29 ปีจะตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ เสียงข้อความเข้า หรืออีเมลอย่างน้อย 2-3 คืนต่อสัปดาห์ การรบกวนการนอนหลับเช่นนี้จะทำให้คุณรู้สึกเบลอในวันถัดไป

6. การตั้งค่าอุณหภูมิ

หากคุณนอนไม่หลับในตอนกลางคืนเป็นไปได้ว่าอุณหภูมิในห้องนอนของคุณไม่เหมาะสม คุณควรตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 65-72 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 18-22 องศาเซลเซียส หากต่ำกว่านั้นจะทำให้ห้องของคุณเย็นเกินไปจนหลับไม่ลง การนอนหลับที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าในเช้าวันถัดไป

7. ความยุ่งเหยิงวุ่นวาย

บ้านที่รกรุงรังจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หดหู่ เหนื่อยล้า และทำให้คุณรู้สึกเพลียเนื่องจากการมีสิ่งเร้ามากเกินไป (การมองเห็น การได้กลิ่น และการสัมผัส) จะทำให้ประสาทสัมผัสของคุณทำงานหนัก ดังนั้นคุณควรทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยเพื่อให้จิตใจได้พักผ่อน

8. สีผนัง

สีสันต่างๆที่อยู่รอบตัวอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตได้แม้แต่สีผนังบ้านของคุณ ผนังสีฟ้าจะช่วยทำให้จิตใจของคุณสงบ ชะลออัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต และทำให้นอนหลับสบาย แต่สีบางสีก็อาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าได้เช่นกัน บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นตัวการใหญ่ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของคุณ ดังนั้นคุณควรสังเกตและหมั่นหาวิธีเก็บรักษาพลังงานไว้อย่างสม่ำเสมอ

Blogger : Eva Hines

Source : sheknows.com