Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

เหตุใดความมั่นใจในรูปร่างกับความรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกาย
จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

มั่นใจในรูปร่างกับรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

การดูแลตัวเองคือกุญแจสำคัญที่จะเปล่งประกายความสวยจากภายในสู่ภายนอก ทว่าแม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีสุดๆยังประสบกับปัญหาการรักรูปร่างของตัวเองเลย ดังนั้นมีแกน แคร็บบ์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Body Positive Power จึงมาบอกความหมายของคำว่าความมั่นใจในตนเองกับการเรียนรู้ที่จะรักร่างกายของตัวเองด้วย

แคร็บบ์กล่าวว่าความรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกายนั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึกมั่นใจในรูปร่างของตัวเองซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะใช้สลับกัน แต่จริงๆแล้วมันมีความหมายมากกว่านั้น ความรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกายจะขึ้นอยู่กับความเชื่อว่าร่างกาย..ทุกรูปร่าง ขนาด สีผิว อายุ เพศ และความสามารถ..ล้วนมีคุณค่าแก่การนับถือและไม่ควรมีใครได้รับการปฏิบัติราวกับว่าพวกเขาด้อยกว่าคนอื่น นี่คือการต่อสู้กับระบบต่างๆ เช่น การกลัวไขมันและวัฒนธรรมการอดอาหาร การเหยียดสีผิว การรังเกียจต่อกลุ่มอัญเพศ การเหยียดวัย และการกีดกันในเรื่องสภาพร่างกาย เป็นต้น ในทางกลับกันความมั่นใจในรูปร่าง (หรือความมั่นใจในตนเอง) จะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ภายในกับร่างกายของตัวเองและความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง สรุปง่ายๆคือความมั่นใจในรูปร่างจะเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองขณะที่ความรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกายจะเกี่ยวกับรูปร่างทั้งหมด และต่อไปนี้คือเคล็ดลับการพัฒนาความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง

1. เลิกอดอาหาร

แคร็บบ์โอดครวญว่า “ฉันขอสาบานว่าฉันจะไม่มีวันอดอาหารอีก ฉันรู้แล้วว่าถ้าการตั้งเป้าลดน้ำหนักไม่เคยทำให้ฉันมีความสุข งั้นก็อย่าทำดีกว่า”

2. เน้นหลักการกินอย่างเป็นธรรมชาติ

การฟังร่างกายของตัวเองคือสิ่งสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์กับอาหาร แคร็บบ์กล่าวว่า “ฉันเรียนรู้ที่จะรักษาความสัมพันธ์กับอาหารไว้โดยการเน้นหลักการกินอย่างเป็นธรรมชาติ”

3. ตั้งคำถามความเชื่อภายใน

แคร็บบ์อธิบายว่า “ฉันท้าทายอาการกลัวไขมันและอคติเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองโดยการรับฟังและเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นที่มีความสัมพันธ์กับร่างกายแตกต่างจากฉัน” เราทุกคนล้วนอยู่ในสังคมที่สอนให้เราตัดสิน วิจารณ์ และทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอายในรูปร่างของตัวเอง ทว่าอาการกลัวไขมันกลับทำร้ายเราทุกคนและสร้างความเสียหายให้แก่คนอ้วนทุกวัน ดังนั้นเราต้องเปิดใจกว้างรับแนวคิดใหม่ๆเพื่อเยียวยาตัวเองและหัดเคารพผู้อื่นอย่างจริงใจ

4. เน้นการเคารพผู้อื่นเป็นอย่างแรก

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญแต่แคร็บบ์ชี้ว่าการเคารพผู้อื่นก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน ความรู้สึกเชิงบวกต่อร่างกายนั้นเกี่ยวข้องกับการเคารพผู้อื่น คุณสามารถเคารพผู้อื่นได้โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงสุขภาพหรือรูปลักษณ์ของพวกเขาหรือต่อให้รูปร่างของพวกเขาแตกต่างจากคุณมากก็ตาม”

Blogger : Krista Gray

Source : brit.co