Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Ways I Know I Grew Up With Social Anxiety
26 เหตุการณ์บ่งชี้ว่าฉันเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม

เหตุการณ์บ่งชี้ว่าเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม

ฉันโตขึ้นมาพร้อมกับนิสัยขี้อายและชอบเก็บตัวเงียบๆ ฉันไม่คิดอะไรจนกระทั่งอายุ 19 ปีและพบว่าตัวเองเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม ตอนแรกฉันไม่เชื่อและคิดว่าตัวเองสามารถออกนอกบ้าน คุยกับคนอื่น และใช้ชีวิตไปเรื่อยๆก็ไม่น่าจะเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมนะ พอรู้ว่าตัวเองเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมฉันก็มองหาคำอธิบายเกี่ยวกับโรคนี้และอ่านเจอว่าหากคุณสามารถคุยกับคนอื่น ทำงานหรือไปเรียนหรือมีเพื่อนได้ คุณก็ไม่ได้เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมจริงๆหรอก แต่จู่ๆฉันก็รู้สึกอ่อนแอราวกับว่าฉันกำลังฝันไป และนี่คือเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าฉันกำลังเผชิญหน้ากับโรคกลัวการเข้าสังคม

  1. เมื่อตอนที่ฉันอายุ 4 ขวบและเริ่มไปโรงเรียน ฉันรู้สึกว่าการมีเพื่อนเป็นเรื่องยาก ฉันไม่กล้าเข้าไปหาใครในสนามเด็กเล่นเลย
  2. ตลอดช่วงเวลาในวัยเรียน ฉันกลัวการถามคำถามหรือคุยกับคุณครู ฉันได้แต่นั่งงงอยู่อย่างนั้น
  3. ฉันกลัวผู้มีอำนาจทุกคน กลัวที่เข้าไปพัวพันกับเรื่องเดือดร้อน ฉันไม่เคยพูดตอนที่ครูกำลังพูดอยู่เลย แม้แต่ก้าวออกไปนอกเขตสนามยังไม่กล้าเลย
  4. ตอนฉันอายุ 5 ขวบฉันไม่คุยกับครูแม้แต่คำเดียวเป็นเวลาหกเดือน ทุกครั้งที่ครูขานชื่อ ฉันก็ไม่เคยตอบ ฉันจะส่ายหน้าหรือพยักหน้าเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยนะแต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้
  5. ตอนฉันอายุ 12 ปี ฉันต้องออกไปนำเสนอผลงานแบบปากเปล่าเป็นครั้งแรก ฉันสั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ซึ่งก็เป็นคำติชมแรกที่ได้จากเพื่อนๆด้วย
  6. อาการสั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอีก 2-3 ปีและทุกครั้งที่นึกถึงการนำเสนอผลงาน ฉันก็จะรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน
  7. การพบปะระหว่างคุณครูกับผู้ปกครองมักจะมาพร้อมกับความเห็นที่ว่าฉันไม่ค่อยให้ความร่วมมือในชั้นเรียน
  8. ฉันมีเพื่อนน้อยมาก บางทีก็ไม่มีเพื่อนเลยเพราะฉันกลัวการปฏิเสธ หลายคนบอกว่าฉันเงียบเกินไปหรือไม่ก็น่าเบื่อมาก
  9. การพูดคุยทางโทรศัพท์หมายถึงฉันต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวางแผนว่าจะคุยอะไรบ้าง ฉันจึงเลือกที่จะไม่โทรเลย
  10. ฉันมักจะซ้อมพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนที่จะสั่งอาหารในร้าน
  11. จากนั้นฉันก็จะตกใจมากหากเขาขอรายละเอียดเพิ่มเติม
  12. ฉันชอบกังวลว่ามีคนแปลกหน้ากำลังจ้องและตัดสินฉันอยู่
  13. เมื่อเพื่อนๆทำกิจกรรมโดยที่ไม่มีฉัน ฉันก็จะคิดว่าพวกเขาเกลียดฉันและกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่
  14. และทุกครั้งที่ฉันเห็นเพื่อนๆคุยกันโดยที่ไม่มีฉัน ฉันก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน
  15. ทุกครั้งที่มีใครแจ้งยกเลิกงานหรืออะไรก็ตาม ฉันก็จะทึกทักว่าพวกเขาไม่อยากอยู่ใกล้ๆฉัน
  16. ถ้าฉันบังเอิญได้ยินใครพูดชื่อฉัน ฉันก็จะคิดว่าพวกเขากำลังพูดถึงความเลวร้ายของฉัน
  17. ฉันต้องระวังคำพูดและความคิดเห็นของตัวเองเนื่องจากกลัวว่าจะถูกคนอื่นตัดสิน ทางที่ดีฉันจะอยู่เงียบๆและเออออห่อหมกไป
  18. การวางแผนบทสนทนาล่วงหน้าเป็นงานที่น่ากลัวมาก
  19. และทุกอย่างก็ไม่เคยเป็นไปตามแผนเลย
  20. เมื่อต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวิเคราะห์บทสนทนา ฉันมักจะคิดถึงทุกอย่างที่ฉันควรทำแตกต่างไปจากนี้
  21. จากนั้นฉันก็จะนอนจมกองน้ำตาอยู่บนเตียงและเกลียดตัวเองที่ไม่ยอมพูดออกไป
  22. ฉันจะรู้สึกเครียดเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักและไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลย
  23. จากนั้นฉันก็จะมั่นใจว่าพวกเขาต้องเกลียดฉันเพราะว่าฉันเงียบเกินไป
  24. การที่อีกฝ่ายส่งข้อความตอบกลับช้ามากทำให้ฉันคิดว่าเขาไม่อยากคุยกับฉันแล้วหรือไม่ก็มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น
  25. การเริ่มเข้าสู่กระบวนการบำบัดและการพูดคุยกับคนแปลกหน้าทำให้ฉันร้องไห้ไม่หยุดติดต่อกันหลายวัน
  26. ฉันกลัวว่าทุกคนจะเกลียดฉันและไม่อยากคุยกับฉัน

หากมีเหตุการณ์บ่งชี้ข้อไหนที่คล้ายกับประสบการณ์ของคุณ จงรู้ไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกและคุณก็ไม่จำเป็นต้องทนอยู่ในสภาพนั้น คุณสามารถขอรับความช่วยเหลือและในไม่ช้าอาการของคุณก็จะดีขึ้น

Blogger : Vania C.

Source : themighty.com