Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Toxic Attitudes that Push Happiness Away From You
12 ทัศนคติอันตรายที่ผลักไสความสุขออกไปจากชีวิตคุณ

ทัศนคติอันตรายที่ผลักไสความสุขไปจากชีวิต

คนไข้วัย 14 ปีคนหนึ่งของฉันกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 10 ในรอบสองปีที่ผ่านมาเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง และในการผ่าตัดทุกครั้งฉันไม่เคยเห็นเธอแสดงอาการเครียดเลย เธอยังมั่นใจเต็มร้อยว่าเธอต้องหายจากโรคนี้ ฉันเชื่อว่าทัศนคติของเธอนี่เองที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาจนถึงบัดนี้ เพราะเธอใช้เวลาอยู่กับการเล่นสนุกและหัวเราะกับครอบครัวและบรรดาเพื่อนๆทุกวัน ที่สำคัญเธอยังมีเพื่อนเพิ่มอีกเป็นโหลภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย ในการทำงานของฉันมีผู้อ่านและนักเรียนจำนวนมากสมัครเข้ามาในคอร์สฟื้นฟูความสุขอยู่ทุกวี่ทุกวัน และฉันก็มักเห็นทัศนคติในแง่ลบที่บั่นทอนสุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วย ไม่ว่าทัศนคติในแง่ลบของคุณจะเกิดขึ้นเป็นปกติหรือเป็นช่วงๆ แต่บอกเลยว่ามันกระทบต่อความสุขและความสำเร็จในระยะยาวอย่างแน่นอน และนี่คือ 12 ทัศนคติสุดแสนอันตรายที่บั่นทอนสุขภาพของผู้คน รวมทั้งเคล็ดลับในการฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วย

1. ฉันยังมีไม่พอ

แทนที่จะคิดว่าสวรรค์ประทานร่างกายที่สมบูรณ์กับสองขาที่แข็งแรงมาให้ คนส่วนใหญ่กลับไม่พอใจกับน้ำหนักและรูปร่างของตัวเอง แทนที่จะดีใจที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของมนุษยชน หลายคนกลับบ่นเกี่ยวกับกฎหมาย ภาษี และนักการเมือง แทนที่จะรู้สึกขอบคุณที่มีบ้านไว้ซุกหัวนอนหลายคนกลับต้องการบ้านหลังใหญ่และรถที่เจ๋งกว่าเดิม อย่าเป็นส่วนหนึ่งของคนประเภทนี้ คุณอาจมีไม่ครบแต่เชื่อสิว่าคุณมีเยอะแล้ว แถมยังอาจโชคดีกว่าใครหลายๆคนด้วย

2. ความสุขควรถูกประเคนมาให้ฉัน

การไล่ตามความสุขไม่เหมือนกับการมีความสุขนะ เวลาแห่งความสุขควรเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสุขก็จบลงไปด้วย ในทางกลับกันเราหวังที่จะมีความสุขตลอดเวลาและคิดว่าความสุขจะถูกประเคนมาให้เราเสมอ ในที่สุดเราก็จะรู้สึกผิดหวังเพราะไม่มีใครสามารถเติมเต็มความสุขให้เราได้ตลอดเวลา เราต้องรู้จักสร้างมันขึ้นมาเองด้วยทัศนคติในแง่บวก

3. ทุกก้าวที่ฉันเดินต้องมีเหตุผลสำหรับทุกคน

ถ้ามัวแต่ทำตามเหตุผลตลอดเวลาเราจะไม่มีวันรู้จักกับความสัมพันธ์ที่แสนโรแมนติกอย่างแท้จริง เราจะไม่มีมิตรภาพอันยาวนานกับเพื่อนรักที่เต็มไปด้วยเรื่องเปิ่นๆโก๊ะๆ หรือบางทีเราอาจจะประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจเพราะมัวแต่มองโลกในแง่ร้าย เรามัวแต่คิดว่า “ฉันจะต้องล้มเหลว” หรือ “เขากำลังจะทำร้ายฉัน” หรือ “คู่รักของฉันไว้ใจไม่ได้” ไร้สาระน่า! ถ้าเอาแต่คิดแบบนี้ชีวิตคุณคงไปไหนไม่รอดแน่ หรือถ้าคุณคิดว่าจะรอจนกว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันว่าคุณคงต้องรอไปตลอดทั้งชีวิตนั่นแหละ

4. ฉันยังดีไม่พอ

บางครั้งอาจมีเหตุการณ์หรือใครบางคนบอกว่าคุณมีบางอย่างผิดปกติซึ่งคุณก็ดันไปยอมรับมันด้วยทั้งๆที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องแบกรับหรือเกี่ยวอะไรกับคุณเลย คุณควรเรียนรู้ที่จะคิดใหม่ในแง่บวกและรักตัวเองมากกว่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่มีวันเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่สามารถเริ่มต้นได้เมื่อคุณรู้จักปรับปรุงให้ดีขึ้น

5. ทุกคนต้องชอบฉัน

คนที่ใช้เวลาอยู่แต่กับการทำให้ผู้อื่นยอมรับรวมทั้งหวังที่จะเอาชนะทุกคนที่อยู่รอบตัวจะมีชีวิตที่เหนื่อยและแย่มาก ภาพรวมในชีวิตของคุณไม่ใช่การประสบความสำเร็จในสายตาของคนจำนวนมาก แต่เป็นการเดินทาง กระบวนการความคิด เส้นทางชีวิต หรือสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้ต่างหาก

6. ฉันเคยเห็นและเคยได้ยินทุกอย่างมาหมดแล้ว

ไม่สำคัญหรอกว่าคุณรู้มากขนาดไหน เพราะยังมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายในโลกนี้ที่คุณยังไม่รู้ การที่คุณเต็มใจยอมรับว่ายังมีสิ่งอื่นที่คุณยังไม่รู้สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ ดังนั้นจงเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมและโอกาสใหม่ๆก็จะมาเยือนถึงมือของคุณในไม่ช้า แค่หมั่นเปิดใจให้กว้างก็พอ

7. ฉันต้องการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนด้วย

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับรถและติดแหง่กอยู่บนถนนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณและคุณจำเป็นต้องอดทน อย่างไรก็ตามคุณก็ยังพยายามเปลี่ยนเลน ตัดหน้ารถคันอื่น หรือแม้แต่เปลี่ยนเส้นทางไปเลยเพียงเพราะว่าคุณอยากเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ แต่ปรากฏว่าคุณไม่ประสบความสำเร็จและต้องผิดหวังในที่สุด พอถึงบ้านคุณก็จะระบายอารมณ์ใส่คนที่คุณรัก แย่มากเลยใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรคุณควรปล่อยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

8. ฉันบาดเจ็บเกินกว่าที่จะก้าวต่อไป

หนึ่งในบทเรียนที่ยากที่สุดคือการปล่อยวาง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิด โกรธ รัก หรือสูญเสีย การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่ายคุณจะสู้ต่อไปหรือสู้เพื่อปล่อยมันไป และบ่อยครั้งที่การปล่อยวางจะทำให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งกำจัดความคิดแย่ๆออกไป คุณจะสามารถลืมความเจ็บปวดและความผิดพลาดในอดีตพร้อมกับเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆได้

9. นี่คือเรื่องส่วนตัว!

คุณอาจรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการหรือรู้สึกน้อยใจเมื่อคนอื่นไม่สนใจในตัวคุณมากพอ เพราะคนส่วนใหญ่มักสนใจแต่ปัญหาและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองจนไม่มีเวลาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่สนใจนะ พวกเขาแค่ยุ่งเกินไปเท่านั้นเอง

10. ฉันยุ่งเกินกว่าที่จะมีเวลาให้กับเพื่อนหรือครอบครัว

การเพิกเฉยหรือละเลยความสนใจคือตัวการที่ทำลายความสัมพันธ์ต่างๆของคุณ งานอาจเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในชีวิต แต่คุณควรมีเวลาให้กับคู่รัก พูดคุยกับพี่น้องบ้าง รวมทั้งหาเวลาสนุกสนานกับเพื่อนซี้ของคุณ ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าที่จะทำแต่งานนะ

11. ถ้าพวกเขาไม่รู้ก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก

ไม่ดีนะถ้าจะปิดบังความจริงเพราะมีแต่จะกลายเป็นปัญหาในระยะยาว ถ้าคุณปิดบังความจริงรังแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้พวกเขาไปเรื่อยๆ ดังนั้นคุณควรบอกเขาไปตรงๆแม้ว่าจะทำให้พวกเขาเจ็บปวดก็เถอะ เจ็บแต่จบน่ะรู้จักไหม

12. ฉันดีกว่าพวกเขา

คุณควรยอมรับความผิดของตัวเอง ควรเอ่ยคำขอโทษ ควรยอมรับว่าคุณไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง คุณมีความฝันอันยิ่งใหญ่และควรยอมรับว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งของคุณมาจากคนอื่น รวมทั้งยอมรับความล้มเหลวและพยายามใหม่อีกครั้งอย่างเต็มใจ อย่าลืมรู้จักทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนและใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีประโยชน์ นี่ล่ะคือสิ่งที่คนมีความสุขและประสบความสำเร็จเขาทำกัน

Source : idealistrevolution.org