Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Tips to Stop Obsessive Thinking
5 เคล็ดลับเลิกพฤติกรรมคิดหมกมุ่น

เคล็ดลับเลิกพฤติกรรมคิดหมกมุ่น

คุณเคยรู้สึกเหมือนถูกคุมขังอยู่ในจิตใจของตัวเองหรือเปล่า? คุณมักจะนึกถึงแต่สถานการณ์แย่ๆซ้ำไปซ้ำมาหรือเปล่า? หากคำตอบคือใช่ งั้นเราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคุณแล้ว การคิดหมกมุ่นหรือการย้ำคิดย้ำทำมีลักษณะไม่ต่างจากกงล้อหนูแฮมสเตอร์หรือแผ่นเสียงตกร่องที่เอาแต่เล่นเพลงเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก ต่อให้ชีวิตกำลังดำเนินไปได้สวยพวกเราก็ยังมีแนวโน้มที่จะคิดหมกมุ่นอยู่ดีราวกับว่าสมองจดจำได้แต่ประสบการณ์แย่ๆและสลัดความคิดดีๆออกไป พฤติกรรมเช่นนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาได้เนื่องจากสมองจะไม่สนใจวิธีแก้หรือมุมมองใหม่ๆในการรับมือกับสถานการณ์แต่จะสร้างความรู้สึกในแง่ลบออกมาเพียงอย่างเดียว งั้นลองพิจารณาวิธีเหล่านี้เพื่อลดความรู้สึกตึงเครียดลง

1. เพิ่มการตระหนักรู้ให้มากขึ้น

ขั้นตอนแรกในการเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างคือเราต้องมีสติกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราต้องจดจำรูปแบบของตัวเองก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงมัน เมื่อคนเรากระทำสิ่งใดซ้ำๆสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นนิสัยที่ถูกสร้างขึ้นเช่นเดียวกับการกัดเล็บหรือการติดโซเชียลมีเดียทุกๆนาทีโดยที่คุณไม่รู้ตัว ครั้งหน้าถ้าคุณเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังคิดหมกมุ่น จงสั่งว่า “หยุด!” และขจัดมันทิ้งไปซะ

2. พูดออกมา

เมื่อคุณตกอยู่ในวังวนของการคิดหมกมุ่น เช่น ความผิดพลาดในที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับคนรัก การทะเลาะกับเพื่อน หรือการใช้ชีวิตที่ไม่ตรงกับความปรารถนาของตัวเอง เป็นต้น คุณก็อาจรู้สึกกลัวว่าจะมีสิ่งที่ไม่ดีกำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามพยายามสรุปความคิดของคุณให้เหลือเพียงประโยคเดียว เช่น “ฉันกลัวว่าจะตกงาน” หรือ “ฉันโกรธที่เพื่อนทำตัวไม่ดีกับฉัน” เพื่อให้ตัวเองรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงและสามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

3. ฝึกตั้งสติ

คนส่วนใหญ่มักจะเอาแต่นึกถึงความผิดพลาดในอดีตหรือเป็นห่วงอนาคตในวันข้างหน้ามากกว่าแทนที่จะใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน การฝึกตั้งสติจะช่วยทำให้เราลดพฤติกรรมการคิดหมกมุ่นและเพิ่มความตระหนักรู้ในตนเองมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นคราวหน้าถ้าคุณกำลังรับประทานอาหารมื้อเที่ยงพยายามห้ามตัวเองไม่ให้เช็คอีเมล (หรือสื่อโซเชียลอื่นๆ) แต่จงใส่ใจกับสิ่งที่คุณเห็น จงฟังเสียง ดมกลิ่น สัมผัส และลิ้มรสชาติของมันเพื่อระลึกถึงช่วงเวลาปัจจุบัน

4. รู้จักยอมรับ

จงให้เวลากับตัวเองในการคิดถึงต้นตอของความวิตกกังวลทั้งหมดและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยอมรับสถานการณ์เหล่านั้น ฉันรู้ว่ามันยากแต่ความเจ็บปวดและความทรมานเหล่านั้นจะยิ่งแย่ลงไปอีกเนื่องจากความคิดของเราเอง ดังนั้นจงยอมรับในสภาพปัจจุบันและเลิกพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ลองถามตัวเองว่า “ตอนนี้ฉันสามารถทำอะไรได้บ้างไหม?” หากคำตอบคือไม่ก็จงยอมรับมัน หายใจเข้าลึกๆและทำในสิ่งที่คุณมีความสุข แต่ถ้าคำตอบคือใช่ก็ลงมือทำได้เลย

5. กำหนดเวลาพักและคลายเครียด

ฉันมักจะได้ยินคนอื่นพูดว่าพวกเขานอนไม่หลับเพราะไม่สามารถทำให้จิตใจสงบลงได้ ขณะที่ฉันก็รู้สึกเหนื่อยและปัญหาเหล่านั้นก็ทำให้ฉันเครียดอยู่ตลอดเช่นกัน หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาสักพักหนึ่งฉันก็พบว่าการให้เวลาตัวเองในการคิดเรื่อยเปื่อยประมาณ 15-30 นาทีทำให้ฉันรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้น ส่วนในตอนกลางคืนหากฉันเริ่มคิดมากก็จะบอกกับตัวเองว่า “ตอนนี้เราแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก นอนเถอะไว้ค่อยคิดใหม่พรุ่งนี้แล้วกัน”

ฉันรู้ว่าวิธีเหล่านี้ไม่ง่ายเลยแต่เราก็สามารถลงมือทำได้ไม่ใช่เหรอ? ไม่ว่าอะไรก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ความขยันหมั่นเพียร และการรู้จักรักตัวเอง อย่าลืมว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในคราวเดียวและอย่ารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวเพียงเพราะว่ารู้สึกกลัวหรือวิตกกังวล เนื่องจากความกลัวและความวิตกกังวลก็เป็นเรื่องปกติทั่วไป อย่างไรก็ตามหากพฤติกรรมการคิดหมกมุ่นกำลังแทรกแซงชีวิตของคุณอยู่ก็ควรมองหาทางช่วย ดังนั้นการบำบัดและรับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการประยุกต์ใช้เคล็ดลับเหล่านี้

Blogger : Jodee Virgo

Source : theeverygirl.com