Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

This Chart Shows Why You Should Never Worry About Getting Older
แผนภูมินี้เผยว่าเหตุใดคุณจึงไม่ควรกังวลเรื่องความแก่

คนส่วนใหญ่ยืนยันว่าชีวิตของเรามีแนวโน้มว่าจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อแก่ตัวลง แต่ถ้าคุณต้องการหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนมุมมองของความแก่ล่ะก็..นี่ไงล่ะ

Business Insider ได้สร้างลำดับเวลาของทุกช่วงอายุไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญ ตัวบ่งชี้สุขภาพ ความสำเร็จ และทักษะความสามารถ โดยเรียงตั้งแต่อายุช่วงไหนของคุณที่สามารถจดจำชื่อต่างๆได้ดีที่สุดไปจนถึงความสามารถในการรับรู้ถึงสาเหตุของการเกิดอารมณ์ ขณะที่บางเรื่องอย่างมวลกระดูกจะมีปริมาณสูงสุดในช่วงวัยรุ่นเช่นเดียวกับการมีความสุขกับร่างกายของตัวเองและสุขภาวะทางจิต และด้านล่างนี้เป็นช่วงอายุที่ดีที่สุดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

แผนภูมินี้เผยว่าเหตุใดจึงไม่ควรกังวลเรื่องความแก่

Photo Credit : Skye Gould/Business Insider

อายุ 7 ปี : เรียนรู้ภาษาใหม่

อายุ 18 ปี : พลังในการประมวลสมอง

อายุ 22 ปี : จดจำชื่อ

อายุ 23 ปี : พอใจในชีวิต และผู้หญิงมีเสน่ห์ดึงดูดผู้ชาย

อายุ 25 ปี : ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

อายุ 26 ปี : หาคู่เพื่อแต่งงาน

อายุ 28 ปี : วิ่งมาราธอน

อายุ 30 ปี : มวลกระดูก

อายุ 31 ปี : เล่นหมากรุก

อายุ 32 ปี : จดจำใบหน้า

อายุ 39 ปี : เงินเดือน (หญิง)

อายุ 40 ปี : ได้รับรางวัลโนเบลสำหรับการค้นพบ

อายุ 48 ปี : เงินเดือน (ชาย)

อายุ 50 ปี : ทักษะด้านคณิตศาสตร์

อายุ 51 ปี : เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น

อายุ 69 ปี : พอใจในชีวิต (อีกครั้ง)

อายุ 71 ปี : คำศัพท์

อายุ 74 ปี : มีความสุขกับร่างกายของตัวเอง

อายุ 82 ปี : สุขภาวะทางจิต

แน่นอนว่าคุณไม่ควรปล่อยให้ “ช่วงอายุที่ดีที่สุด” มาเป็นตัวกำหนดคุณ คุณสามารถเป็นแชมป์หมากรุกได้ตอนอายุ 16 ปีหรือ 50 ปี คุณสามารถวิ่งมาราธอนได้ตอนอายุ 70 ปี ขณะที่การศึกษาล่าสุดชี้ว่าการเรียนรู้เทคโนโลยีก็ไม่เกี่ยวกับอายุอย่างที่ใครหลายๆคนคิด แต่ช่วงอายุที่ดีที่สุดจะมีความสำคัญโดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ แม้ว่าแหล่งข้อมูลบางส่วนของ Business Insider จะไม่เป็นทางการและบทสรุปจะเน้นความบันเทิงเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่นการศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิตปี 2013 จากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งลอนดอน เป็นต้น

Blogger : Suzy Strutner

Source : businessinsider.com, huffingtonpost.com