Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

3 บทเรียนที่ได้รับ
หลังจากเลิกเล่นสื่อโซเชียลมีเดียเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

บทเรียนหลังจากเลิกเล่นโซเชียลมีเดียหนึ่งสัปดาห์

สื่อโซเชียลอาจทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้แต่มันก็ทำให้ความรู้สึกของเราแย่ลงได้ด้วยเช่นกัน เมื่อใดที่มันเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตก็ได้เวลาแล้วที่จะต้องหยุดพักเสียที การที่ฉันทั้งรักทั้งเกลียดเทคโนโลยีไม่ใช่ความลับใหญ่โตอะไร ฉันจำเป็นต้องอาศัยมันเพื่อติดต่อกับคนทั่วโลก แบ่งปันความคิด รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสและทักษะใหม่ในอาชีพการงาน ด้วยเหตุนี้ฉันจึงอาจใช้เวลาอยู่กับทวิตเตอร์และอินสตาแกรมนานเกินไปหน่อย ปกติฉันจะทำงานด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและเมื่อทำเสร็จฉันก็จะนั่งเล่นโทรศัพท์แทน เรียกได้ว่าฉันไม่ได้พักสายตาเลย แล้วก็รู้สึกเมื่อยล้ามาก ฉันรู้ว่าควรไปบำบัดอาการติดสื่อโซเชียลบ้างแต่ก็ยากที่จะรักษาให้หายขาด บ่อยครั้งที่ฉันมักจะอ้อยอิ่งอยู่ในทวิตเตอร์และไล่ส่องพฤติกรรมของคนอื่นว่าฉันพลาดข่าวสารอะไรไปหรือเปล่า แต่สุดท้ายฉันก็ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้แถมได้รับบทเรียนอย่างมหาศาล

ฉันชอบใช้เวลาอยู่คนเดียว

ตอนแรกฉันรู้สึกกังวลมากเกี่ยวกับการใช้เวลาอยู่คนเดียว โดยปกติฉันมักจะตอบโต้กับคนอื่นโดยการส่งข้อความผ่านทางสื่อโซเชียล ดังนั้นบอกตรงๆว่าถ้าจะให้หยุดก็คงเป็นเรื่องยาก แต่มันกลับง่ายกว่าที่ฉันคิดแฮะ การอยู่กับตัวเองทำให้รู้สึกสดชื่นได้จริงๆเนื่องจากไม่ต้องถูกกดดันในการพูดคุยกับคนอื่น นอกจากนี้คุณจะมีเวลาเพลิดเพลินกับกิจกรรมโปรดของตัวเองมากขึ้น ฉันมักจะเข้าหาสื่อโซเชียลเมื่อรู้สึกเบื่อขึ้นมา ดังนั้นฉันจึงพยายามจดจ่ออยู่กับกิจกรรมตรงหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง สุดท้ายฉันก็รู้ว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้ตัวเองมีเวลาอ่าน เขียน ฟังเพลง เดินเล่น และได้ผ่อนคลายความเครียดมากกว่าเดิม

ช่วงเช้าฉันรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก

สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่ทำทันทีที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าคือการหยิบโทรศัพท์และเลื่อนดูกระดานข่าวของตัวเอง ที่สำคัญเราไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกอยู่ในวังวนเดิมๆที่แสนน่าเบื่อ ดังนั้นแทนที่จะตื่นขึ้นมาและเปิดทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค หรืออินสตาแกรมเป็นอย่างแรก ฉันตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่นให้แก่ชีวิตและมีอารมณ์สร้างสรรค์ผลงานสำหรับในช่วงเวลาที่เหลือของวัน ฉันเริ่มต้นฝึกสมาธิ ฉันยอมรับว่าฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับการฝึกสมาธิเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ยินว่ามีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ฉันจึงคิดว่าถ้าลองฝึกก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร หลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาและสนใจสื่อโซเชียลน้อยลง ฉันก็รู้สึกเลยว่ากำลังจะได้รับสิ่งดีๆจากประสบการณ์นี้แน่นอน

ฉันได้รับประโยชน์หลายอย่าง

ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเสียเวลาไปกับการสอดส่องชีวิตของคนแปลกหน้ามากแค่ไหน แต่เราก็ยังเฝ้าติดตามไม่ว่าจะเป็นชีวิตรักที่ล้มเหลวครั้งล่าสุดของพวกเขาหรืออาหารที่พวกเขารับประทานในมื้อกลางวัน หากเราใช้เวลาคิดถึงเรื่องของตัวเองมากขึ้นหรือใส่ใจเพื่อนสนิทและคนในครอบครัวมากขึ้น เราก็น่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆในชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นฉันจึงเริ่มออกกำลังกาย การเลิกหมกมุ่นอยู่กับสื่อโซเชียลทำให้ฉันมีสมาธิกับสิ่งสำคัญในชีวิต เช่น การลดน้ำหนักและการไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเอง ฉันควรมีสมาธิอยู่กับตัวเอง แม้ว่าหนทางจะยังอีกยาวไกลแต่ฉันก็เห็นแล้วว่าความคิดของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น บอกตามตรงว่าฉันไม่ได้คิดที่จะเลิกเล่นสื่อโซเชียลไปเลย เนื่องจากฉันต้องอาศัยมันเพื่อหาโอกาสในการทำงานและเชื่อมต่อกับเพื่อนๆด้วย ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถกำจัดมันออกไปจากชีวิตประจำวันได้อย่างถาวร แต่ฉันจะค่อยๆลดเวลาในการใช้โทรศัพท์ของตัวเองให้น้อยลง ยิ่งจ้องหน้าจอน้อยลงเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งมีเวลาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น ดีจะตาย!

Blogger : Coralle Panrucker

Source : youqueen.com