Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

อยากมีชีวิตที่ดี
ได้เวลาเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณแล้วหรือยัง?

ได้เวลาเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิตแล้วหรือยัง

ทุกคนต่างต้องเคยมีช่วงเวลาที่จิตหลุดกันบ้าง บ่อยครั้งอาจเกิดขึ้นในรถเมื่อมีใครมาขัดจังหวะและเราก็เลือกที่จะบันดาลโทสะทางคำพูดหรือการกระทำโดยลำพัง แต่บางครั้งก็อาจเกิดขึ้นในที่สาธารณะอย่างเหตุการณ์ที่ฉันเคยเห็นในสนามบินดังต่อไปนี้

เหตุการณ์นี้มีคู่สามีภรรยาเดินทางมาต่อเครื่องไม่ทัน พวกเขามาช้าจนเกทปิดและเครื่องบินก็ออกไปเรียบร้อยแล้ว ฉันนั่งดูฝ่ายหญิงทุบประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางขอร้องให้คนที่อยู่อีกฝั่งของประตูเปิดให้ จากนั้นทั้งคู่ก็ไปหาเจ้าหน้าที่และตะโกนถามว่าทำไมเครื่องบินถึงออกไปโดยไม่รอพวกเขา บอกตามตรงว่าเป็นภาพที่ทั้งน่าสนใจและกระอักกระอ่วนเหลือเกินโดยเฉพาะภาพลูกน้อยของพวกเขาที่เดินเตาะแตะไปทั่วสนามบินอย่างมีความสุขโดยไม่รู้สึกถึงความคับแค้นใจของพ่อแม่

เราเลือกทัศนคติของตัวเองได้

เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรมของคนอื่นได้แม้กระทั่งการทำให้คนอื่นเป็นเพื่อนที่ดีขึ้น คู่ครองที่ดีขึ้น หรือเพื่อนร่วมงานที่ดีขึ้นได้ แน่นอนว่าการทุบประตูที่สนามบินก็ไม่ทำให้เครื่องบินกลับมาได้รวมถึงการตะโกนเย้วๆใส่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ช่วยทำให้คุณได้รับการบริการที่ดีขึ้นได้เช่นกัน ชอว์น อาเคอร์ นักวิจัยด้านจิตวิทยาเชิงบวกกล่าวว่าร้อยละ 90 ของความสุขระยะยาวไม่ได้ถูกกำหนดโดยสิ่งที่อยู่รอบตัวเราแต่มาจากการประมวลผลของสมองต่างหาก หากคุณมองโลกในแง่ร้ายคุณก็จะเจอแต่แบบนั้น ขณะเดียวกันถ้ามองโลกในแง่บวกก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดี ความสัมพันธ์ในที่ทำงานของเราก็เช่นกัน การอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่ขยันและช่วยเหลือเกื้อกูลกันจะทำให้ชีวิตการทำงานราบรื่นและมีความสุข ในทางกลับกันก็อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานของเราได้หากเพื่อนร่วมงานไม่ถนัดในงานของตัวเองหรือปฏิบัติกับเราอย่างไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะระเบิดอารมณ์ใส่พวกเขา ลองหายใจเข้าลึกๆและคิดดูดีๆ

อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้?

ฉันรู้สึกหงุดหงิดมากตอนที่อยู่ในรถและรู้ว่ากำลังจะไปสาย แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความผิดของคนอื่นที่อยู่รอบตัว คิดสิว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการกระทำของคนอื่นหรือตัวเราเอง?

ปฏิกิริยาของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

คุณพอใจไหมที่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่คนอื่น? คุ้มค่าไหมถ้าการกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระยะยาวของคุณ? นี่คือผลลัพธ์ที่คุณต้องการหรือ?

คุณรู้เรื่องราวในสถานการณ์นั้นดีแล้วแน่หรือ?

คนอื่นมีเหตุผลในการแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นไหม? มีคำถามที่เราควรถามเพื่อที่จะได้คำตอบรึเปล่า?

มีใครมองดูคุณอยู่หรือเปล่า?

ใครจะได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์นี้? อะไรคือสิ่งที่พวกเขาจะได้เรียนรู้จากพฤติกรรมที่เหมาะสมจากคุณบ้าง? งานวิจัยล่าสุดจาก European Journal of Work and Organizational Psychology พบว่าการระบายอารมณ์และพร่ำบ่นในที่ทำงานจะส่งผลกระทบในทางลบมากขึ้น แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องโลกสวยในที่ทำงานหรือในชีวิตประจำวันและปฏิเสธที่จะยอมรับว่าความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เราสามารถมีความสุขได้จากทัศนคติที่เราเลือกแม้ว่าจะมีอุปสรรคสูงมากก็ตาม

Blogger : Allison Mcwilliams, Ph.D.

Source : huffingtonpost.com