Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

กฎเหล็ก 1 ข้อที่ช่วยให้ทุกบทสนทนา
ลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ

กฎเหล็กที่ช่วยให้ทุกบทสนทนาลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

บ่อยไหมที่คุณพูดคุยกับเพื่อนใหม่และรู้สึกว่าการสนทนากำลังไปได้สวยแต่จู่ๆก็..ถูกความเงียบเข้าปกคลุม คุณไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเช่นกัน สถานการณ์ช่างน่ากระอักกระอ่วน แล้วคุณจะทำอย่างไร? โชคดีที่มีกฎง่ายๆอยู่หนึ่งข้อที่สามารถทำให้ทุกการสนทนาลื่นไหลไปตามธรรมชาติโดยไม่สนใจว่าคู่สนทนาอีกฝ่ายจะเป็นใคร

ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรขอให้ประเด็นที่พูดร้อยละ 30 เป็นข้อมูลใหม่

รู้หรือไม่ว่าข้อมูลเดิมๆที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก หากคุณไม่ใส่ข้อมูลใหม่ๆเข้าไปบ้างบทสนทนาก็จะกลายเป็นเหมือนพีระมิดกลับหัว ยิ่งคุณพูดมากเท่าไหร่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลก็จะยิ่งน้อยลง แต่ถ้าใช้กฎร้อยละ 30 ทั้งคุณกับเพื่อนๆก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลาทำให้บทสนทนามีความสดใหม่และน่าสนใจ

ตัวอย่าง 1

เพื่อน : “อาหารร้านนั้นอร่อยมากเลยนะ!”

คุณไม่ควรพูด : “ใช่อร่อยมาก”

คุณควรพูด : “ใช่จ้ะ ฉันชอบวิธีปรุงรสเฟรนช์ฟรายของร้านนั้นทำให้ฉันนึกถึงอีกร้านนึงที่ฉันไปมาเมื่อสัปดาห์ก่อน..(เติมชื่อร้านเข้าไปด้วย)”

ตัวอย่าง 2

เพื่อน : “ข้อสอบยากมาก สงสัยฉันตกแน่เลย”

คุณไม่ควรพูด : “จริง ยากสุดๆเลย”

คุณควรพูด : “ถูกของเธอ เธอว่าข้อไหนยากสุด? เรียงความภาษาก็ไม่น่าแย่เกินไป ฉันเขียนเกี่ยวกับ..(เล่าว่าคุณตอบคำถามนั้นอย่างไร)

ทำไมต้องข้อมูลใหม่แค่ร้อยละ 30?

หากคุณใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปมากเกินไป บทสนทนาก็จะกลายเป็นการพูดคนเดียว อีกฝ่ายอาจรู้สึกว่าคุณไม่ได้ฟังพวกเขาเลย คุณกำลังพูดแต่เรื่องของตัวเองและอาจกลายเป็นการบรรยายมากกว่าการสนทนา!

ปัจจัยสองอย่างที่ทำให้กฎร้อยละ 30 ใช้ได้ผล

  • ทั้งสองฝ่ายสนใจเรื่องที่กำลังสนทนา

    หากคู่สนทนาของคุณเริ่มรู้สึกเบื่อและไม่ชอบหัวข้อการพูดคุย กฎข้อนี้ก็อาจใช้ไม่ได้ผลแล้ว ไม่เป็นไร..ไว้คุยต่อคราวหน้าเมื่อคุณทั้งคู่มีอารมณ์พูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง

  • หัวข้อที่กำลังพูดคุยขยายออกไปไม่ได้แล้ว

    ไม่ใช่ทุกหัวข้อที่จะสามารถเพิ่มข้อมูลใหม่ๆเข้าไปได้อีก หากอีกฝ่ายพูดว่า “กล้วยลูกนี้อร่อยจัง” คุณอาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเพิ่มเข้าไปได้แล้ว ในกรณีนี้ควรยอมรับคำพูดของอีกฝ่ายและหยิบยกประเด็นใหม่ขึ้นมาแทน

Blogger : Eloise Best

Source : lifehack.org