Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

The Harsh But True Meaning Behind Every “I Don’t Have Time”
ความจริงอันโหดร้ายเบื้องหลังคำว่า “ฉันไม่มีเวลา”

ความจริงอันโหดร้ายเบื้องหลังคำว่า ฉันไม่มีเวลา

บ่อยแค่ไหนที่เราได้ยินคำพูดประมาณว่า “ขอโทษนะฉันไม่มีเวลาเลย” เมื่อคุณชวนทำกิจกรรมหรือร้องขอความช่วยเหลือ? บางทีคุณก็อาจเคยพูดแบบนี้กับคนอื่น แม้ว่าจะเป็นความจริงของใครหลายๆคนแต่ความจริงอันโหดร้ายคือ..เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นทั้งหมด

เบื้องหลังที่แท้จริงของคำว่า “ฉันไม่มีเวลา”

หากเราได้ฟังคำตอบแบบนี้ เรามักจะสงสัยว่าจริงๆแล้วพวกเขามีเวลาเท่าไหร่กันแน่? นี่คือคำแก้ตัวง่ายๆแบบขอไปทีหรือเปล่า? เหตุผลที่เราสงสัยก็เพราะบางครั้งเราก็แก้ตัวแบบนี้เหมือนกัน ว่าแต่ความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร? งานของฉันสำคัญกว่าการใช้เวลาอยู่กับคุณ อาจฟังดูโหดร้ายแต่บางครั้งเราก็ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญกว่า ฉันไม่มีอะไรทำแต่ฉันก็ไม่อยากทำสิ่งนั้นอยู่ดี อาจฟังดูเย็นชาแต่บางครั้งอีกฝ่ายก็ไม่มีอารมณ์ รู้สึกเหนื่อย หรือสิ่งที่คุณชวนไม่น่าสนใจสำหรับพวกเขา บางครั้งพวกเขาอาจต้องการแค่หนังสือดีๆสักเล่มกับไวน์สักแก้ว..มากกว่าที่จะออกไปเที่ยวกับคุณ ฉันไม่มีอะไรทำแต่ฉันก็ไม่อยากอธิบายเหตุผลว่าทำไมฉันถึงทำกิจกรรมนั้นไม่ได้ บางครั้งการโกหกก็ง่ายกว่าการอธิบาย บางทีคุณอาจไม่มีอารมณ์หรือไม่อยากออกไปเที่ยวกับคนอื่น แถมวิธีนี้ก็ไม่ทำให้เกิดคำถามที่ฟังแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนตามมาด้วย แม้ว่าเหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำตอบนี้อาจฟังดูโหดร้าย แต่เราทุกคนต่างก็ยอมรับว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยตอบไปแบบนั้น

คำโกหก

ประมาณร้อยละ 90 หากคุณได้ยินคำตอบนี้..ส่วนใหญ่จะเป็นคำโกหก แต่เราไม่ตกใจหรอกเพราะเราทุกคนต่างก็รู้ดี อย่างไรก็ตามแทนที่จะเพิกเฉยต่อคำโกหกนี้..บางทีเราควรพิจารณาว่ามันหมายความว่าอย่างไรกันแน่สำหรับมิตรภาพของเราและความสัมพันธ์กับคนอื่น คุณมีระดับความสำคัญต่ำ นี่คือพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีหรือเปล่าหากพวกเขามองไม่เห็นความสำคัญของคุณ? ความสัมพันธ์ต้องอาศัยความตั้งใจจากทั้งสองฝ่ายดังนั้นถ้าคุณทั้งคู่ใช้คำแก้ตัวดังกล่าวบ่อยมากก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง คนในครอบครัว หรือคนรัก เราทุกคนควรได้รับการเคารพอย่างเหมาะสม หากไม่ได้..ลองถามตัวเองว่าทำไม? พวกเขามอบคุณค่าให้คุณเป็นคนสำคัญในชีวิตของพวกเขาจริงๆหรือเปล่า? เพื่อนแท้จะบอกความจริงแก่คุณทุกอย่าง พวกเขาต้องการใช้เวลาร่วมกับคุณ หากพวกเขาจำเป็นต้องโกหกจริงๆก็คงเป็นเพราะมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น

อานุภาพความรุนแรงของคำโกหก

แน่นอนว่าเราทุกคนย่อมรู้สึกผิดกับคำแก้ตัว ลึกๆแล้วเราทุกคนต่างรู้ความหมายของมันไม่ว่าจะได้ยินจากคนอื่นหรือคุณเป็นคนพูดออกไปเอง การที่เราไม่ยอมรับไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีผลกระทบ แต่จริงๆแล้วความรู้สึกก็จะถูกเก็บสะสมไปเรื่อยๆจนสามารถทำลายความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นลงได้

ความคิดของคนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำว่า “ไม่มีเวลา” คือ..

“ไม่ได้เรื่องเลย แบ่งเวลาแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้”

“อวดดีมากจนไม่กล้าบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมถึงทำไม่ได้”

“คนๆนี้ไม่เคารพความสัมพันธ์ของเราเลย ฉันเริ่มเสียความรู้สึกดีๆไปแล้วนะ”

เผื่อเวลาหรือบอกความจริง

ปัญหานี้เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญ เราทุกคนต่างรู้ว่าไม่ว่าใครก็มีเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันเท่ากัน เราควรรู้จักวิธีบริหารเวลาของตัวเอง เรามีทางเลือกว่าจะเผื่อเวลาทำอย่างอื่นหรือไม่ กุญแจสำคัญคือโยนคำแก้ตัวทิ้งไปซะและบอกเหตุผลตามตรง อธิบายว่าทำไมคุณถึงไม่มีเวลาแม้ว่าจะฟังดูโหดร้ายก็ตาม ไม่มีอะไรโหดร้ายมากไปกว่าผลกระทบจากคนที่สงสัยว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรและการสูญเสียความเคารพของทั้งสองฝ่าย

บอกพวกเขาว่านี่ไม่ใช่ธุระสำคัญของคุณ

ลำบากใจที่จะพูดออกไปใช่ไหม? แต่วิธีนี้คือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่ง เวลาของเราคือทรัพยากรที่มีจำกัดและไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสแสร้งว่าไม่ใช่ อาจฟังดูโหดร้ายมากแต่อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยคำโกหกที่อาจสร้างความเสียหายมากกว่านี้

ตามด้วยการให้เหตุผล

และคุณควรอธิบายเหตุผลด้วยเพื่อลดระดับความโหดร้าย อีกฝ่ายจะเข้าใจจุดยืนของคุณมากขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคุณในระยะยาว

จัดเตรียมทางเลือก

หากคุณต้องการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสัมพันธ์ คุณควรแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาก็มีความสำคัญกับคุณไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างเช่น..เพื่อนคนหนึ่งชวนคุณไปชมงานนิทรรศการใหม่ของเธอในคืนวันศุกร์หน้าแต่บังเอิญคุณติดงาน แทนที่จะกล่าวคำขอโทษและแก้ตัวว่าไม่มีเวลา..คุณควรอธิบายเหตุผลไปตามตรง อวยพรให้เธอโชคดี และนัดดื่มกาแฟในสัปดาห์ถัดไปเพื่อถามไถ่ถึงนิทรรศการดังกล่าว จงจำไว้ว่าคำแก้ตัวอาจส่งผลเสียได้มากกว่าที่คุณคิด หากคุณใช้มันบ่อยเกินไป ควรตั้งคำถามถึงความสำคัญของมิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนอื่นได้แล้ว คุณควรมีความจริงใจมากกว่านี้หากยังต้องการเชื่อมความสัมพันธ์กับคนสำคัญต่อไปในชีวิตของคุณ

Blogger : Anna Chui

Source : lifehack.org