Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Smart Ways to Stop Fearing Rejection
7 วิธีช่วยลดอาการกลัวการถูกปฏิเสธ

วิธีช่วยลดอาการกลัวการถูกปฏิเสธ

เมื่อใดที่คุณรู้สึกกลัว คุณจะมองไม่เห็นคนนับร้อยที่ยอมรับในตัวคุณ แต่คุณกลับไปสนใจคนเพียงไม่กี่คนที่มองไม่เห็นค่าเหล่านั้น ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ไหมถ้าคุณไม่สนใจว่าคนอื่นจะเห็นด้วยกับคุณหรือไม่? แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าความกลัวและความวิตกกังวลของคนส่วนใหญ่คือ..การสูญเสีย

  • สูญเสียความอ่อนเยาว์
  • สูญเสียสถานะทางสังคม
  • สูญเสียเงิน
  • สูญเสียอำนาจ
  • สูญเสียความสะดวกสบาย
  • สูญเสียชีวิต

ความกลัวคืออารมณ์ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้เราระวังตัวและปลอดภัย ไม่ต่างจากไฟหน้ารถที่ส่องให้เห็นทางคดเคี้ยว แต่ถ้ารู้สึกกลัวมากเกินไปก็ไม่ต่างจากไฟสูงที่ทำให้เรามองไม่เห็นพื้นถนนที่อยู่ตรงหน้าและยิ่งทำให้เกิดการสูญเสียเพิ่มขึ้น

แล้วคุณล่ะต้องการการยอมรับและความมั่นใจจากบุคคลอื่นด้วยหรือไม่? การเอาแต่มองหาการยอมรับจากบุคคลอื่นไม่ต่างจากทางตัน เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะพบได้จากในตัวคุณเองเท่านั้น ทั้งคำพูด หรือการกระทำจากคนอื่นอาจทำให้คุณเข้าใจผิดว่านี่คือการปฏิเสธแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ดังนั้นในบทความนี้ฉันจึงขอแบ่งปันแนวทางที่จะช่วยเอาชนะอาการกลัวการถูกปฏิเสธเหล่านี้ได้

1. ความกลัวคือศัตรูที่แท้จริง

ถ้าคุณเชื่ออย่างผิดๆว่าคนกลุ่มนี้จะปฏิเสธคุณ คุณก็เลยรู้สึกกลัวไว้ก่อน เผลอๆอาจทำตัวไม่เป็นมิตรใส่พวกเขาด้วย ความคิดแบบนี้แหละมักจะทำลายโอกาสและฉีกความสัมพันธ์ออกเป็นชิ้นๆ ในที่สุดพฤติกรรมของคุณก็จะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พวกเขาปฏิเสธ และคุณก็จะพูดว่า “เห็นไหมล่ะพวกเขาไม่ชอบฉัน!” ดังนั้นแทนที่จะปล่อยให้ความกลัวทำลายความสัมพันธ์ของคุณ คุณควรเริ่มมองหาสัญญาณที่น่าจะใช่ดีกว่า

2. เลิกคิดว่านี่คือวันสิ้นโลก

อาการกลัวต่างๆรวมถึงอาการกลัวการถูกปฏิเสธมักเกิดจากความคิดแบบสิ้นหวัง หรืออธิบายง่ายๆคืออารมณ์ของเราคือตัวการที่ทำให้เราเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะต้องหายนะแน่นอน

  • แล้วถ้าพวกเขาไม่ชอบฉันล่ะ?
  • แล้วถ้าเขาปฏิเสธฉันล่ะ?
  • แล้วถ้าฉันถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในงานปาร์ตี้ล่ะ?

ความจริงคือมนุษย์เราไม่เก่งในเรื่องการเดาอนาคตว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร อันที่จริงส่วนใหญ่เรามักจะหลีกเลี่ยงไม่คิดถึงมันมากกว่าเพราะรังแต่จะทำให้เราเกิดความรู้สึกกลัว ดังนั้นควรถามตัวเองว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้วฉันถูกปฏิเสธจริงๆฉันต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้?” ลองอธิบายหรือเขียนความรู้สึกของตัวเองหลังจากที่ถูกปฏิเสธลงไปในสมุด และคุณจะระบายความโกรธอย่างไร รวมทั้งวิธีที่จะทำให้คุณเติบโตจากประสบการณ์ที่ผ่านมาและก้าวต่อไป เพียงเท่านี้อาการกลัวการถูกปฏิเสธของคุณก็จะลดลง

3. การถูกปฏิเสธจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่

เมื่อมีการปฏิเสธเกิดขึ้นย่อมหมายความว่ามี “ผู้ปฏิเสธ” และ “ผู้ถูกปฏิเสธ” ถ้าเราใส่ใจความคิดเห็นของคนอื่นมากเกินไป คุณเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นนักโทษ ดังนั้นอย่าปล่อยให้คำพูดของคนอื่นมีอิทธิพลต่อชีวิตของคุณ อย่าทิ้งตัวตนของตัวเองเพียงเพราะคนอื่นไม่ชอบ ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกด้อยค่าได้หรอกถ้าคุณไม่ได้เป็นคนมอบพลังเหล่านั้นให้พวกเขาเอง

4. จงทำตัวให้มีอำนาจเหนือกว่าความกลัว

เคยสังเกตไหมว่าคนที่กำลังต่อสู้กับปัญหาด้านอารมณ์มักบอกคุณว่าพวกเขาไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย แต่ในบางครั้งเราต้องตั้งเป้าว่าจริงๆแล้วเราต้องการรู้สึกอย่างไรกันแน่ เมื่อคุณอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด จงลืมความรู้สึกที่คุณไม่ต้องการไปก่อนและสนใจว่าตอนนี้ความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไรดีกว่า คุณควรใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่ารีบกลัวไปก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคิดและการตัดสินใจของคุณ

5. เลิกคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอ

บางครั้งเหตุผลที่คุณกลัวการถูกปฏิเสธเกิดจากการที่คุณเชื่อว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ เช่น คุณอาจคิดไปเองว่าเขาไม่ชอบคุณก็คือเขาไม่ชอบคุณ คุณคิดผิดค่ะ! ถ้าคุณคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง แล้วทำไมคุณถึงทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ? ดังนั้นคุณควรรู้จักผ่อนคลายและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติบ้าง จงท่องจำให้ขึ้นใจว่า “นี่คือชีวิตของฉัน ทางเลือกของฉัน ความผิดพลาดของฉัน และบทเรียนของฉัน ตราบใดที่ฉันไม่ได้ทำร้ายใครก็ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะคิดกับฉันอย่างไร

6. มีความสุขกับเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง

การมัวแต่กลัวว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดีคือสิ่งที่จะพรากเอาความสุข สติปัญญา และความเป็นธรรมชาติออกไปจากชีวิตของเรา คุณควรคิดใหม่ซะเพราะถ้าโชคดีพอคุณจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากคนอื่น จงอย่าอายและอย่าพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เอกลักษณ์เฉพาะคือคุณค่าที่ไม่อาจประเมินได้ ถ้าพวกเขาหัวเราะเยาะที่คุณไม่เหมือนคนอื่นคุณก็ควรหัวเราะกลับไปด้วยเหตุผลเดียวกัน

สรุป : อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นมาชอบ จงเป็นตัวของตัวเอง ในไม่ช้าคนที่ใช่ก็จะเข้ามารักและชื่นชมในตัวคุณ

7. ใช้การปฏิเสธนี้เป็นโอกาสที่จะเจริญเติบโตต่อไป

ตราบใดที่ยังมีคนวิจารณ์และปฏิเสธคุณ คุณก็จะเอาแต่คิดว่า “เห็นไหมล่ะว่าฉันไม่คู่ควร” สิ่งที่คุณควรคิดคือ คนอื่นต่างหากที่ไม่คู่ควรกับฉัน” การปฏิเสธคือยาชั้นดีที่จะสอนให้คุณรู้จักปฏิเสธความสัมพันธ์และโอกาสที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพื่อที่คุณจะได้หาใหม่ได้ทันท่วงที การปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าคุณดีไม่พอ แต่หมายถึงคนอื่นมองไม่เห็นสิ่งที่คุณมี ซึ่งข้อดีคือทำให้คุณมีเวลาในการพัฒนาตัวเองและสำรวจทางเลือกมากขึ้น คุณอาจถามตัวเองว่า..

  • ฉันทำอะไรผิด?
  • ทำไมพวกเขาไม่ชอบฉัน?
  • ทำไม?

เมื่อลองมองย้อนกลับไป คุณจะพบว่าหลายครั้งที่คุณคิดว่าตัวเองถูกปฏิเสธจากสิ่งที่ดี แต่อันที่จริงแล้วคือคุณกำลังจะได้ไปเจอกับสิ่งที่ดีกว่า คุณควบคุมทุกอย่างไม่ได้หรอกโดยเฉพาะความคิดของคนอื่น บางครั้งคุณควรผ่อนคลายและเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะต้องสำเร็จ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ควรจะเป็น เพราะบางครั้งคุณก็เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ไม่ได้ ในที่สุดคุณก็จะเติบโตเป็นคนใหม่ที่แข็งแกร่งและฉลาดหลักแหลมที่สุด

Blogger : Marc Chernoff

Source : marcandangel.com