Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Believe It Or Not, There’s A Smart Way To Procrastinate
ผัดวันประกันพรุ่งอย่างไรไม่ให้กระทบกับงาน

ผัดวันประกันพรุ่งอย่างไรไม่ให้กระทบกับงาน

กี่ครั้งแล้วที่คุณเริ่มต้นทำงานสำคัญทว่าอีก 20 นาทีให้หลังคุณกลับอ้อยอิ่งอยู่กับอินสตาแกรม? คนส่วนใหญ่จะรู้สึกผิดและมีความคิดในแง่ลบกับคำว่าผัดวันประกันพรุ่ง แต่การผัดวันประกันพรุ่งก็ใช่ว่าจะเลวร้ายขนาดนั้น การผัดวันประกันพรุ่งคือ “การเลื่อนหรือทำอะไรบางอย่างล่าช้าไปจากเดิม” แต่หลายคนกลับมองว่านี่คือสัญญาณแห่งความกลัว ความขี้เกียจ หรือพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนั้นการผัดวันประกันพรุ่งให้เกิดประโยชน์ก็คือการใช้วิธีรุกแทนที่จะตั้งรับเฉยๆ เราเรียกวิธีนี้ว่า “แผนการผัดวันประกันพรุ่ง” โดยคุณต้องถามตัวเองว่าทำไมต้องเลื่อนการกระทำบางอย่างออกไป บางทีคุณอาจรู้สึกเหนื่อย อดนอน ไม่มีสมาธิ หรือยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องก็เลยเลื่อนวันและเวลาออกไปซึ่งข้อแตกต่างอยู่ที่เจตนา ก่อนอื่นคุณควรหยุดและถามตัวเองว่า..

  1. ฉันไม่มีเวลาสำหรับงานนี้หรือเปล่า?
  2. ฉันมีเวลาแต่ไม่อยากทำหรือเปล่า?
  3. ฉันกลัวที่จะทำหรือเปล่า?
  4. หรือเป็นเพราะฉันไม่รู้วิธีทำ?

จงปฏิบัติตามกลยุทธ์ดังต่อไปนี้เพื่อกระตุ้นตัวเองให้เตรียมพร้อมที่จะทำงาน

เลิกคิดฟุ้งซ่านและก้าวต่อไป

หากคุณรู้สึกเหนื่อยหรือเครียดเกินกว่าที่จะทำงานต่อได้งั้นก็ควรออกไปเดินเล่นข้างนอก ลองหาชั้นเรียนโยคะที่คุณอยากลองมานานแล้ว หรือวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆแถวบ้าน งานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและทำให้จิตใจฮึกเหิมได้ในเวลาเดียวกัน การเคลื่อนไหวร่างกายเพียง 10 นาทีก็ช่วยได้แล้ว

จัดพื้นที่ให้เป็นระเบียบ

ความไม่เป็นระเบียบสามารถทำให้เสียสมาธิและก่อให้เกิดความเครียดได้โดยเฉพาะถ้าปริมาณข้าวของเกะกะหรือรกรุงรังจนรบกวนการทำกิจกรรมอื่นๆ คุณควรเลือกจัดระเบียบพื้นที่สำคัญๆอย่างโต๊ะทำงาน เคาน์เตอร์ห้องครัว หรืออ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เป็นต้น เชื่อหรือไม่ว่าการจัดระเบียบพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาต่างๆได้โดยที่ไม่ต้องเสียสมาธิเลย

ฝึกสมาธิหรือจดบันทึก

การศึกษาหนึ่งพบว่าการฝึกสมาธิเป็นประจำจะช่วยลดความดันโลหิต ลดความตึงเครียด และเสริมสร้างทักษะในการแก้ปัญหา เพียงฝึกสมาธิ 2-5 นาทีหรือ 10 นาทีตามที่คุณสะดวก ขณะที่หายใจก็ลองสำรวจความคิดและฝึกยอมรับสิ่งต่างๆโดยที่ไม่มีการตัดสินใดๆทั้งสิ้น หากคุณไม่นิยมการฝึกสมาธิก็ลองจดบันทึกแทน เช่น การจดบันทึกความฝัน แนวความคิดใหม่ๆ เรื่องที่วิตกกังวล หรือสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ การใส่ใจความคิดของตัวเองจะช่วยกำจัดความคิดฟุ้งซ่านและทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม

เลือกทำสิ่งที่สร้างสรรค์

บางทีอาจเป็นการจัดดอกไม้ วาดอะไรเรื่อยเปื่อยตามจินตนาการ หรือเขียนประโยคต่างๆลงไป งานวิจัยชี้ว่าการแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านดนตรี การเขียน ทัศนศิลป์ การเต้นรำ และอื่นๆ จะช่วยลดระดับความตึงเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จงเลือกกิจกรรมที่คุณชอบไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร งานฝีมือ การเต้นรำ หรือเล่นกีตาร์ จากนั้นก็ปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระโดยปราศจากกฏเกณฑ์หรือแรงกดดันใดๆ คราวหน้าถ้าคุณรู้สึกไม่อยากทำงานก็ลองปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ ไม่แน่นะคุณอาจจะได้รับพลังและแรงบันดาลใจใหม่ๆกลับมาก็ได้

Blogger : Paige Smith

Source : huffpost.com