Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Signs That You Are Your Own Worst Enemy
4 สัญญาณเตือนว่าคุณนั่นแหละคือศัตรูแสนร้ายกาจของตัวเอง

สัญญาณเตือนว่าคุณคือศัตรูแสนร้ายกาจของตัวเอง

ว่ากันว่าเราควรเก็บเพื่อนสนิทไว้ใกล้ๆ แต่จงเก็บศัตรูไว้ให้ใกล้ยิ่งกว่า ฉันเข้าใจดีเลยล่ะ เพราะศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของฉันอยู่ใกล้มาก..จริงๆแล้วเธออยู่ในร่างฉันนี่แหละ บางครั้งศัตรูตัวฉกาจที่สุดของคนเราก็คือตัวเองค่ะ แต่คุณอาจไม่ทันรู้ตัว คุณอาจเป็นสายลับที่ปลอมตัวเป็นใครสักคนที่หวังดีกับคุณแต่ก็พร้อมที่จะทรยศคุณได้ทุกเมื่อ ด้านล่างนี้คือวิธีง่ายๆในการสังเกตศัตรูที่อยู่ในตัวคุณ

ศัตรูไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่าง

โดยปกติศัตรูจะต้องการเอาชนะหรือทำลายอีกฝ่ายเนื่องจากความเกลียดชังไม่ว่าจะเป็นรูปร่างลักษณะของคุณ วิธีพูดของคุณ ความคิดของคุณ หรือทั้งหมดที่กล่าวมา ลองนึกถึงสิ่งที่น่ารังเกียจของตัวเองสิ ใช้เวลาน้อยกว่าสิบวินาทีไหม? ถ้าใช่..เป็นไปได้ว่าศัตรูตัวฉกาจอาจกำลังจ้องมองคุณอยู่ ทางที่ดีที่สุดคือเริ่มฝึกการยอมรับ..ไม่จำเป็นว่าจะต้องรักหรือชอบสิ่งที่ตัวเองเกลียด เช่น พุงกระเพื่อม ความกังวลต่อการเข้าสังคม ความสามารถในการทำกุญแจหาย เป็นต้น คุณไม่มีทางเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ได้ในเสี้ยววินาทีหรอก แต่ถ้าคุณปล่อยวางได้ก็จะรู้สึกเครียดน้อยลง คุณต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง ไม่นานทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น

ศัตรูจะชอบโฆษณาชวนเชื่อ

การใช้ภาษาที่รุนแรงและขาดความเป็นมนุษย์สามารถหว่านล้อมให้คนทั่วไปห้ำหั่นกันเองได้ดีที่สุด เช่น เมื่อสวมกางเกงยีนส์ได้ไม่พอดี คุณจะคิดไหมว่า..น่าเกลียดจริงๆ? หรือถ้าคุณลืมจ่ายค่าโทรศัพท์ คุณจะพูดไหมว่า..ฉันนี่ซื่อบื้อสุดๆ? คุณสามารถทำจิตใจให้สงบได้โดยการหลีกเลี่ยงคำพูดที่สร้างความเกลียดชังไม่ว่าคุณจะพูดกับตัวเองหรือผู้อื่น พยายามเลือกใช้คำพูดที่เป็นมิตร

ศัตรูจะอาศัยประโยชน์จากความอ่อนแอของคุณ

คุณมีอาการเหงื่อแตกพลั่กทุกครั้งที่เตรียมปาร์ตี้อาหารเย็น ทำรายงาน หรือเมื่อต้องเข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญอื่นๆไหม? หลังจากนั้นคุณจะคิดถึงแต่สิ่งที่คุณทำพร้อมกับก่นด่าและสาปแช่งความผิดพลาดของตัวเองไปด้วย นั่นล่ะศัตรูของคุณออกอาละวาดและจู่โจมไปที่จุดอ่อนเข้าให้แล้ว คราวหน้าถ้าคุณถูกทำร้าย อย่าลืมตอบโต้โดยการบอกตัวเองว่า “ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ดีแล้ว” หรือ “คุณทำดีที่สุดแล้ว ทำมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว” หรือ “โอ้..จะอะไรกันนักกันหนา?”

นักจิตวิทยาพบว่าคนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะคิดว่าการกระทำของพวกเขาได้รับความสนใจจากคนอื่นทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว..เปล่าเลย ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Spotlight Effect ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกประหม่า คุณควรเรียนรู้กฎ 20-40-60 โดยเมื่อคุณอายุ 20 ปีคุณจะมั่นใจว่าทุกคนต้องนึกถึงคุณ พออายุ 40 ปีคุณจะเริ่มสนใจความคิดของคนอื่นน้อยลง และเมื่อเข้าสู่อายุ 60 ปีคุณจะตระหนักถึงความจริงทั้งหมดคือไม่มีใครสนใจคุณเลย เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะมัวแต่ยุ่งอยู่กับศัตรูตัวฉกาจของตัวเองจนไม่ทันสังเกตข้อบกพร่องของคุณ

ศัตรูจะไม่มีวันให้อภัย

การให้อภัยตนเองจะช่วยให้คุณยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันรวมถึงพลังในการเปลี่ยนแปลงของคุณด้วย เช่น พฤติกรรมการบ่อนทำลายตนเอง การทำสงครามกับตัวเองไม่มีวันชนะหรอก วิธีเดียวที่จะเอาชนะได้คือวางอาวุธลงและผูกมิตรกับศัตรู และถ้าคุณสร้างสันติภาพกับตัวเองได้ สุดท้ายโลกนี้ก็จะเป็นสุขและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

Blogger : Martha Beck O, The Oprah Magazine

Source : huffingtonpost.com