Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

วิทยาศาสตร์ชี้ว่าหากคุณเห็นผี
อาจไม่ได้แปลว่าคุณบ้า

วิทยาศาสตร์ชี้ว่าหากคุณเห็นผีอาจไม่ได้แปลว่าคุณบ้า

เอ่อ..อะไรนะ คุณเห็นผีเหรอ คนที่เพิ่ง “ตาย” อ่ะนะ คุณอาจไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวว่าคนอื่นจะหาว่าคุณ “บ้า”

มีชายหนุ่มคนหนึ่งเก็บความลับไว้จนกระทั่งอดรนทนไม่ไหวต้องพูดมันออกมา ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้เลวร้ายกว่าการเห็นผีเสียอีก โชคดีที่เขาบอกผู้เชี่ยวชาญซึ่งเชื่อในสิ่งที่เขาพูดและไม่คิดว่าเขาเป็นบ้า แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้โชคดีเช่นนั้น! ข่าวดีคือถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นผีหรือสัมผัสได้ถึงพลังงานดังกล่าว..ขณะนี้ในทางวิทยาศาสตร์มีการทำความเข้าใจแล้วว่าการเห็นผีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เชิงจิตวิทยาซึ่งเป็นอย่างเดียวกันในเชิงฟิสิกส์หลังจากที่มีการค้นพบในทฤษฎีควอนตัมและการเปลี่ยนแปลงนี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นด้วย จิตวิทยาสาขานี้ใช้หลักการสสารนิยมซึ่งแปลว่าเครื่องบินที่เราสามารถมองเห็นก็คือความจริงเท่านั้นและยังอยู่ในกรอบของฟิสิกส์แบบนิวตั้น อันที่จริงนักฟิสิกส์อนุภาคจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการตามหา “อนุภาค” ที่มีขนาดเล็ก ในทางกลับกันจิตวิทยาแนวใหม่จะขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจทฤษฎีควอนตัมที่ถือกำเนิดในช่วงต้นยุค 1920 มากกว่า เราจะ “เข้าใจ” ว่าเรามองไม่เห็นสสารในโลก (ราวร้อยละ 93-99.9999) มากกว่าสิ่งที่เรามองเห็นเสียอีก

เห็นผีอาจไม่ได้แปลว่าบ้า

การมองเห็นบางส่วนของสเปกตรัมแสงแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเพียงเศษส่วนเล็กๆของความถี่แสงทั้งหมด..เหมือนกับสีที่เรามองเห็นในสายรุ้งตั้งแต่สีแดงไปจนถึงสีม่วง การสั่นสะเทือนช้าหรือเร็วกว่านั้นและเรามองไม่เห็นมัน!! (เหมือนกับที่สุนัขได้ยินเสียงแต่เราไม่ได้ยินเนื่องจากเกินช่วงความกว้างของคลื่นความถี่เสียง) การค้นพบนี้พัฒนาทฤษฎีควอนตัมอย่างไร? แล้วมันเกี่ยวข้องกับผีตรงไหน? เอาล่ะนี่คือทฤษฎีควอนตัม 3 ข้อที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจถึงความเป็นไปได้ของผีมากขึ้น

1. การหาคำตอบว่าแสงเกิดจากอะไร เรารู้ว่าแสงไม่ต่างจากคลื่นและอนุภาคซึ่งเป็นทวิภาพ

คล้ายๆกับว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังมีวิญญาณเด็กสิงอยู่ในร่าง บางครั้งเราจะทำตัวเหมือนเด็กและบางครั้งก็ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ ขณะที่แสงบางครั้งก็ดูเหมือนกับคลื่นแสงแต่บางครั้งก็ดูราวกับว่าเป็นแค่อนุภาคหรือโฟตอน

2. แสงจะดูเหมือนกับคลื่นหรืออนุภาคนั้นขึ้นอยู่กับเรา!

ใช่ถูกต้องแล้ว ถ้าเราตัดสินใจให้มันเคลื่อนไหวเหมือนคลื่น..มันก็เป็นเช่นนั้นหรือจะเป็นแค่อนุภาคก็ได้ เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าความเอนเอียงของผู้ทดลอง

3. ลักษณะของคลื่นดูเหมือนกับพิมพ์เขียวของอนุภาค

คลื่นคือพลังงานเคลื่อนที่และรูปแบบของมันก็เกิดจากการเคลื่อนที่ของพลังงาน (สังเกตเวลาที่พายุก่อตัวโดยเฉพาะทอร์นาโดหรือเฮอร์ริเคน) รูปแบบคลื่นเหล่านี้จะทำหน้าที่ออกแบบการก่อตัวของอนุภาค

หากคุณต้องการเห็นตัวอย่างของจริง ลองชมวิดีโอ “การถอดรหัสเสียง” ซึ่งเป็นผลงานของ ดร.ฮันส์ เจนนี่ กับบรรดาผู้ติดตาม จากนั้นก็สังเกตว่าคลื่นเสียงเหล่านี้มีรูปแบบในวัสดุต่างๆอย่างไร

เริ่มเห็นหรือยังว่า “ผี” จริงๆเป็นอย่างไร? เป็นไปได้ว่านี่คือคลื่นของมนุษย์ ร่างกายอาจสูญสลายไปแล้วแต่คลื่นพลังงานยังคงอยู่ และรูปแบบคลื่นดังกล่าวนี้แหละที่คุณอาจมองเห็น (ผู้มีตาทิพย์) นอกจากนี้ผู้ที่มีตาทิพย์อาจสัมผัสได้ถึงการส่งคลื่นความถี่พลังงานชัดเจนกว่าคนอื่นๆ คุณไม่ได้ “บ้า” แค่มีพรสวรรค์และพลังวิเศษ ชาวฟิสิกส์นามว่าวิลเลี่ยม เอ.ทิลเลอร์อาจเรียกคุณว่า “ผู้หยั่งรู้” เนื่องจากคุณมีความจุของสัญญาณมากกว่าคนส่วนใหญ่! ดังนั้นถ้าคุณเห็น “ผี” จงจำไว้ว่าไม่ใช่คุณคนเดียวและยังมีนักจิตบำบัดผ่านพ้นตัวตนอีกมากมายที่เชื่อคุณ เรารู้ว่าคุณไม่ได้บ้า..นี่เป็นแค่ทฤษฎีควอนตัมเท่านั้น! ทั้งในนิมิตและโลกแห่งความเป็นจริง

Blogger : Valerie Varan

Source : yourtango.com