Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Reminders You Need When You Feel Like Giving Up
15 ข้อเตือนใจที่สำคัญในยามที่คุณเริ่มรู้สึกท้อแท้

ข้อเตือนใจในยามที่เริ่มรู้สึกท้อแท้

อารมณ์และนิสัยของคนเราส่วนใหญ่มักจะมีขึ้นมีลง จงรู้จักถ่อมตัวเมื่ออยู่บนยอดเขา จงเข้มแข็งเมื่ออยู่ในหุบเขา และจงศรัทธากับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทำไมเราต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยล่ะ? เดี๋ยวเข้มแข็งเดี๋ยวอ่อนแอ เมื่อล้มลงแล้วทำไมเราไม่พยายามที่จะลุกยืนขึ้นมาใหม่ หรือเมื่อสูญเสียสิ่งหนึ่งไปทำไมเราไม่พยายามที่จะหาสิ่งอื่นมาทดแทนล่ะ? นั่นเป็นเพราะเรายอมแพ้เร็วเกินไป เราปล่อยให้ปีศาจร้ายที่ชื่อว่าการปฏิเสธมากัดกิน หลังจากนั้นก็ทิ้งให้เราสงสัยและไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง ดังนั้นนี่คือข้อแนะนำที่ควรท่องจำให้ขึ้นใจ

1

เมื่อชีวิตคู่หรือการเป็นพ่อแม่เริ่มมีปัญหาติดขัด นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังทำอะไรผิด แต่อันที่จริงวิถีชีวิตเหล่านี้จะยากที่สุดตอนที่คุณทำทุกอย่างถูกต้อง เช่น การอุทิศเวลา การมีบทสนทนาในเรื่องยากๆ และการเสียสละในแต่ละวัน

2

หากวันใดคุณรู้สึกท้อแท้ ให้เตือนตัวเองว่าคุณต้องพยายามอย่างเต็มที่ 100%

3

จงเชื่อว่าทุกอย่างได้ถูกวางแผนมาหมดแล้วและจะเผยออกมาในเวลาที่เหมาะสม อย่าคิดว่าคุณตัดสินใจผิดพลาด มันก็แค่ตัวเลือกที่ทำให้เส้นทางชีวิตของคุณเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งเท่านั้นเอง บางครั้งคุณต้องเจ็บปวดเพื่อให้ตัวเองเติบโตต่อไป หรือยอมแพ้เพื่อให้ได้มาบ้าง

4

ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่เรายังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังหายใจอยู่บนโลกใบนี้

5

ชีวิตไม่ใช่แค่การรักษาสถานภาพทางสังคม ไม่มีชีวิตของใครที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลา ชีวิตไม่ใช่การอยู่นิ่งๆและสงสัยในความสามารถของตัวเอง แต่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อจิตวิญญาณ การเคารพความสามารถของตัวเอง ชีวิตคือการเดินก้าวเล็กๆโดยไม่คำนึงว่าจะยากลำบากแค่ไหน

6

คุณต้องตัดสินใจแน่วแน่ว่าคุณจะก้าวไปข้างหน้า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรืออัตโนมัติ บางครั้งคุณก็ต้องลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ฉันไม่สนว่ามันจะยากแค่ไหน ฉันไม่สนว่าจะต้องผิดหวังมากเพียงไร ฉันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ฉันจะทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าให้ได้”

7

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณสามารถต่อสู้และผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้อย่างแน่นอน ศัตรูตัวฉกาจในชีวิตของคนเราคือเมื่อวานกับพรุ่งนี้ ขณะที่ปัจจุบันไม่เคยทำร้ายคุณ ดังนั้นคุณควรใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด

8

เมื่อคุณเลิกกังวลในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ คุณจะมีเวลาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่สามารถควบคุมได้

9

ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดและความล้มเหลว แต่ควรกังวลถึงสิ่งที่คุณกำลังจะยอมแพ้หรือไม่แม้แต่ที่จะพยายามจะดีกว่า

10

การทำผิดพลาดหมายความว่าคุณได้ลงมือทำจริงๆและกำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น การฟังหรือการอ่านมักจะหยุดอยู่แค่นั้นแหละ มันไม่ใช่การเรียนรู้ที่แท้จริงสักหน่อย

11

ถ้าไม่คิดที่จะตามหา คุณก็จะไม่มีวันเจอ ถ้าไม่คิดที่จะถาม คุณก็จะถูกปฏิเสธอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่คิดที่จะก้าวไปข้างหน้า คุณก็จะย่ำอยู่กับที่

12

ช่องว่างระหว่างคำว่า “ฉันจะลองอีกครั้ง” กับ “ฉันยอมแพ้” นั้นกว้างมหาศาลเลยล่ะ เป็นความแตกต่างระหว่างเส้นทางที่คุณเดินกับเส้นทางที่คุณทิ้งไว้เบื้องหลัง เป็นช่องว่างระหว่างคนที่คุณสามารถเป็นได้กับคนที่คุณเป็นไปแล้ว และเป็นช่องว่างสำหรับเทพนิยายที่คุณจะเล่าให้ตัวเองฟังในอนาคต

13

ทุกคนย่อมมีพรสวรรค์ด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่ยากก็คือความกล้าที่จะพาเราไปยังสถานที่อันมืดมิด

14

ความกล้าไม่ได้มาพร้อมกับเสียงดังตลอดเวลา บางครั้งก็เป็นแค่เสียงกระซิบที่บอกว่า “พรุ่งนี้ฉันจะลองใหม่อีกครั้ง”

15

คุณควรใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันและมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่คุณสามารถทำได้แล้วพรุ่งนี้ก็จะดีเอง เหมือนกับเมื่อวานที่ผ่านพ้นมาแล้ว จงอย่าลืมสิ่งที่คุณสมควรได้รับและเดินหน้าต่อไป สิ่งดีๆจะปรากฏขึ้นมาในชีวิตคุณถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่ตรงกับที่คุณคาดหวังเอาไว้ก็ตาม และเมื่อคุณมองย้อนกลับไป จงยิ้มและถามตัวเองว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงเนี่ย?”

Blogger : Marc Chernoff

Source : marcandangel.com