Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Reasons Why Being A Super Empathetic Person Actually Really Sucks
5 ข้อเสียของการเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มันทำร้ายฉันเอามากๆ

ข้อเสียของการเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ฉันเป็นห่วงคนอื่นมากเกินไป มากเกินกว่าปกติด้วยซ้ำ เช่น เมื่อเพื่อนถูกแฟนทิ้งฉันอาจจะทำบางอย่างเพื่อแสดงความเสียใจกับการยุติความสัมพันธ์ของเธอ ฉันร้องไห้ราวกับว่าตัวเองเป็นคนที่ถูกทิ้ง นั่นเป็นเพราะฉันรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่นสุดๆ อารมณ์ของฉันจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคนรอบข้าง หากรอบตัวฉันมีแต่ความสบายใจและมีความสุขฉันก็พลอยสบายใจและมีความสุขไปด้วย แต่หากพวกเขาไม่มีความสุขฉันก็จะทุกข์ตามไปด้วย ฉันอาจดูเป็นคนจิตใจดี ทว่าฉันกลับรู้สึกเหนื่อยมากตลอดเวลา ทั้งนี้การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจะหมายถึงการยอมรับอารมณ์ของผู้อื่นเข้ามาแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยก็ตาม พูดง่ายๆคือมันห่วยแตกมากจริงๆและนี่คือเหตุผล

1. ฉันพยายามที่จะไม่ทำร้ายคนอื่น แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจแต่ฉันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี

หากคุณเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นสุดๆคุณจะไม่อยากทำร้ายพวกเขาเนื่องจากคุณรู้ว่าพวกเขาจะเจ็บปวดมากขนาดไหน ดังนั้นคุณจึงพยายามที่จะไม่สร้างความเจ็บปวดให้ใคร แต่หากคุณบังเอิญทำร้ายคนอื่นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจคุณจะรู้สึกผิดมากๆและซึมซับความเจ็บปวดนั้นพร้อมกับเกลียดชังตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คุณจะโทษแต่ตัวเองและคิดว่าตัวเองช่างร้ายกาจเหลือเกิน ที่เลวร้ายกว่านั้นคือคุณรู้สึกว่าตัวเองจะต้องชดใช้ไปตลอดทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย ที่สำคัญคุณจะไม่มีวันกลับมามีความสุขได้อีก

2. ฉันรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของฉันในการทำให้คนที่อยู่ด้วยสบายใจ แต่อันที่จริงมันทำให้ฉันเหนื่อยสุดๆ

เมื่อฉันออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนและรู้สึกว่าบางคนอึดอัดหรือไม่สบายใจ ฉันจะทำให้คนๆนั้นรู้สึกดีขึ้นซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ฉันพยายามช่วยเหลือและผ่อนคลายความรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจของคนอื่นๆหรือแม้แต่การสร้างบทสนทนาง่ายๆแต่โดยส่วนใหญ่ฉันประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้อื่นเปิดใจได้ แต่บางครั้งฉันก็ไม่ยอมหยุดแม้จะได้รับการปฏิเสธก็ตาม

3. ยอมให้ตัวเองเจ็บปวดหากสามารถป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเจ็บปวดได้

ฉันมักจะทำแบบนี้เพื่อข่มใจในสิ่งที่ต้องการและให้คนอื่นเป็นผู้ได้ไป บางครั้งฉันก็ลืมแม้แต่ความต้องการหรือความจำเป็นของตัวเองเพราะมัวแต่ไปจัดหาให้คนอื่น ยกตัวอย่างเช่นหากมีเพื่อนมาหาฉันที่นิวยอร์กและเธออยากมารับประทานมื้อเย็นด้วยกัน แต่เธอต้องรีบขึ้นรถไฟกลับบ้านในอีกสองสามชั่วโมง ฉันจะเลือกร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแม้ว่าสถานีนั้นจะอยู่ไกลจากบ้านของฉันมากก็ตาม ฉันเลือกร้านอาหารที่สะดวกสำหรับเพื่อนของฉันแต่ไม่สะดวกสำหรับฉันเลย อย่าถามว่าทำไมเพราะคำตอบของฉันคือไม่รู้เหมือนกัน

4. ภาพยนตร์สะเทือนใจสามารถส่งผลกระทบต่อฉันได้ในระยะยาว

หนังสือเรื่อง “ผู้ให้” เขียนโดย Lois Lowry เป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ฉันร้องไห้และรู้สึกสะเทือนใจเป็นเวลานาน นอกจากนี้ฉันยังมีไฟล์เอกสารในคอมพิวเตอร์ที่มักจะเก็บบทความออนไลน์ที่ส่งผลลึกซึ้งต่ออารมณ์ของฉัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าฉันจะเก็บบทความเหล่านั้นไว้แต่ฉันก็ไม่กล้าเปิดอ่านอีกเพราะการอ่านซ้ำจะทำให้ฉันตกเป็นทาสอารมณ์ของตัวเองและยังมีภาพยนตร์บางเรื่องที่ฉันไม่สามารถดูซ้ำได้อีกเพราะมันจะทำให้ฉันเสียน้ำตา

5. ฉันเอาใจใส่เรื่องเล็กๆน้อยๆมากเกินไป

ฉันพยายามทำสิ่งต่างๆให้ง่ายขึ้นสำหรับผู้คนที่อยู่รอบข้างเสมอ เช่น เวลาไปซื้อของฉันจะบีบตัวเองและรถเข็นให้ชิดด้านข้างมากที่สุด หรือถ้าเดินอยู่ตามทางเดินหรือในรถไฟใต้ดินฉันจะไม่นั่งเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับคนท้องหรือคนที่อาจจะตัวใหญ่กว่าฉัน หรือถ้านั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งมีเพื่อนร่วมงานนั่งอยู่ทั้งกลุ่มฉันจะพยายามใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่นหรือถูกแขนคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ

Blogger : Alexia Lafata

Source : elitedaily.com