Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

How to Read Body Language
วิธีอ่านภาษากายและการสื่อสารสิ่งที่คุณต้องการไปยังผู้อื่น

วิธีอ่านภาษากาย

ร่างกายของคุณกำลังสื่อสิ่งที่คุณต้องการจะพูดหรือไม่? มาเรียนรู้วิธีการอ่านภาษากายและสิ่งที่บุคคลอื่นเข้าใจจากภาษากายและท่าทางของคุณกันดีกว่า

ภาษากายของคุณมีความสามารถในการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณอาจแสดงท่าทีต้อนรับบุคคลที่คุณไม่ต้องการให้เข้ามาในชีวิตหรือก่อกำแพงกั้นบุคคลที่คุณต้องการผูกมิตรโดยไม่ตั้งใจ ถือเป็นดาบสองคมเลยทีเดียว

เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการอ่านภาษากาย คุณต้องมั่นใจว่าสื่อข้อความที่ถูกต้องออกไปไม่งั้นคุณอาจเชื้อเชิญคนที่คุณไม่ต้องการเข้ามาในชีวิตได้ นอกจากคุณจะสามารถสื่อภาษากายได้อย่างถูกต้องแล้ว คุณยังนำไปประยุกต์ใช้เพื่ออ่านภาษากายของคนอื่นได้อีกด้วย ซึ่งทำให้คุณรู้ว่าพวกเขารู้สึกกับคุณอย่างไร ความเป็นมิตรนั้นจะจริงใจหรือหลอกลวง งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า…

สีหน้า

ใบหน้าบอกอะไรเกี่ยวกับคุณได้บ้าง? อย่างแรกเลย ถ้าคุณเป็นคนยิ้มแย้มก็สามารถบอกได้ว่าคุณเป็นคนมีความสุขซึ่งมักมองโลกในแง่ดี ที่สำคัญรอยยิ้มยังสื่อได้อีกว่าคุณเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่มีแนวโน้มที่จะขย้ำคอใครแน่ๆ

คนที่เอียงศีรษะเวลาที่คุยกับคุณอาจเป็นได้ว่าเขากำลังจีบคุณอยู่ หรือไม่ก็กำลังรู้สึกเสียใจ ซึ่งเป็นภาษากายที่ต่างกันสุดขั้ว ขณะที่การเอียงศีรษะเล็กน้อยอาจหมายถึงความก้าวร้าวหรือแม้แต่กำลังสับสน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในการเอาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาพิจารณาก่อนที่จะตัดสินว่าภาษากายดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร

ดวงตา

การสบตาจะสื่อถึงความมั่นใจในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น หัวหน้าจะรู้ว่าคุณสามารถจัดการงานที่ได้รับมอบหมายได้หรือไม่ หรือบอกได้ว่าคุณให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูดอยู่หรือไม่

แต่มีข้อยกเว้นเนื่องจากบางวัฒนธรรมมองว่าการสบตาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่เคารพหรือแม้แต่ความก้าวร้าว ฉะนั้นอย่าทำบ่อยเกินไปไม่งั้นคนอื่นอาจจะประทับใจคุณในทางที่ผิด

อย่างไรก็ตาม การหลบตาอาจสื่อได้ถึงความไม่ซื่อสัตย์ เนื่องจากคู่สนทนาไม่กล้าสบตาคุณตรงๆ การมองไปรอบๆหรือทำสายตาหลุกหลิกไปมาก็สามารถสื่อได้ถึงความหมายแบบเดียวกัน ควรระวังบุคคลที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ระหว่างที่คุยกับคุณ บางคนเชื่อว่าการสบตาบ่งบอกได้ถึงความซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่จริงเสมอไป บางคนพยายามจ้องตาคุณเพื่อต้องการให้คุณเชื่อเรื่องโกหกของพวกเขา จงระวังข้อนี้ไว้ให้ดี!

ลองสังเกตว่าหลังจากที่คุณตั้งคำถาม เขาหันหน้าไปทางไหน สมมุติว่าคนๆนั้นถนัดขวา ก็มีแนวโน้มที่เขาจะเงยหน้าขึ้นและหันหน้าไปทางขวาขณะที่คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเงยหน้าและหันไปทางซ้ายนั่นหมายถึงเขากำลังกุเรื่องขึ้น ส่วนคนถนัดซ้ายถ้าเขากำลังโกหกคุณอยู่เขาจะหันหน้าไปทางขวา

ร่างกายท่อนบน

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณเห็นคนนั่งเอนตัวไปในทิศทางหนึ่ง คุณอาจรู้สึกแย่เนื่องจากพวกเขาดูเศร้าหรือน่าสงสารใช่ไหม? อย่างไรก็ตามหากพวกเขานั่งหลังตรงความมั่นใจก็จะเปล่งประกายออกมา

หากต้องการสื่อว่าคุณกำลังสนใจในตัวพวกเขา ให้หันหน้าเข้าหาพวกเขาหากคุณนั่งอยู่ตรงกันข้าม หรือให้บิดตัวเข้าหาเล็กน้อยหากนั่งอยู่ข้างๆกัน ในกรณีเดียวกันหากมีคนทำแบบนี้กับคุณ นั่นหมายความว่าพวกเขาสนใจในสิ่งที่คุณกำลังพูดและต้องการทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้น

มือและแขน

การกอดอกจะหมายถึงเครื่องหมายหยุดเลยทีเดียว บางทีคุณอาจไม่ชอบใจคำพูดของพวกเขา หรือเบื่อ หรือรู้สึกไม่พอใจจนสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง รับรองได้เลยว่าคนที่อ่านภาษากายนี้ออกจะต้องเดินหนีออกไปให้ไกลจากคุณแน่นอน

ในทางกลับกันหากคุณต้องการให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณเป็นคนเปิดกว้าง สบายๆ ให้วางมือลงบนตัก (หากนั่งอยู่) หรือห้อยไว้ข้างลำตัว หรือไว้ข้างหลังก็ได้ ภาษากายทั้งหมดนี้คือสัญญาณบอกว่าคุณเต็มใจต้อนรับพวกเขาเข้ามาในชีวิตของคุณ

นอกจากนี้หากคุณวางมือไว้ในตำแหน่งเดียวอาจหมายความได้ว่าคุณกำลังเบื่อหรือรำคาญใจ อาการกระสับกระส่ายก็บ่งบอกถึงความกังวลเช่นกัน แต่อาจเป็นสัญญาณลวงก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น คนที่เอามือปิดปากไว้อาจกำลังพยายามซ่อนอาการโกหกที่พวกเขาเพิ่งบอกคุณไป

ร่างกายท่อนล่าง

เช่นเดียวกับร่างกายท่อนบนที่ทำให้คนอื่นสามารถอ่านภาษากายของคุณได้ การวางตำแหน่งนิ้วเท้าชี้ไปทางผู้ที่คุณกำลังสนทนาด้วยบ่งบอกว่าคุณสนใจในสิ่งที่พวกเขาพูด 100% แต่ถ้าชี้ออกจากพวกเขาจะหมายความว่าคุณกำลังหาทางหนีออกจากกลุ่มสนทนานี้

การไขว้ขาก็มีความหมายแบบเดียวกันกับการกอดอก ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้สนใจพวกเขาและไม่แคร์หากพวกเขาจะเดินออกไป แต่ถ้าคุณนั่งยืดขาไปข้างหน้าหรือไขว้ขาแบบหลวมๆนั่นหมายความว่าคุณยินดีที่จะสนทนากับพวกเขา

การอ่านท่าทางและภาษากาย

เมื่อพูดถึงวิธีการอ่านภาษากายและท่าทางต่างๆ ต้องอย่าลืมว่าทุกคนมักจะเลียนแบบท่าทางของคนที่พวกเขากำลังคุยอยู่ด้วย หากมีคนเริ่มทำท่าทางเลียนแบบคุณนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขาชอบคุณและอยากทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้น

ที่สำคัญภาษากายเหล่านี้ไม่มีความหมายที่แน่นอน และทุกอย่างจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ไม่งั้นคุณอาจเข้าใจความรู้สึกหรือความคิดของพวกเขาผิดก็ได้

ความสามารถในการอ่านและเข้าใจภาษากายของบุคคลอื่นอาจต้องใช้เวลา แต่เมื่อคุณเข้าใจภาพที่พวกเขาต้องการสื่อออกมาแล้ว คุณก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่กำลังจะนำพาสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตของคุณ

Source : youqueen.com/life/how-to-read-body-language/