Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

No One Tells You This About Loss, So I Will
ความจริงที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับการสูญเสีย

ความจริงที่อาจยังไม่รู้เกี่ยวกับการสูญเสีย

ไม่มีใครบอกคุณหรอก..งั้นฉันจะบอกคุณเอง

ไม่มีใครบอกคุณว่าคุณอาจจะอยากตาย ไม่มีใครบอกคุณว่าคุณอาจจะนอนอยู่บนเตียงและภาวนาขอให้หัวใจหยุดเต้น แม้แต่ลูกๆและสามีที่คุณรักมากที่สุดก็ไม่อาจทำให้คุณคลายความโศกเศร้าได้ ฉันไม่ได้พูดถึงภาวะซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย หรือความสิ้นหวัง แต่พูดถึงว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรหากคนรักหรือคนรู้จักซึ่งอยู่เคียงข้างคุณมาตั้งแต่เกิดและควรจะอยู่กับคุณตลอดไปจนวันตาย..จู่ๆก็มาเสียชีวิตไปโดยไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า

ไวแอตต์ พี่ชายของฉันเสียชีวิตกะทันหันในวัย 42 ปีด้วยโรคหลอดเลือดโป่งพองเมื่อเกือบหนึ่งปีมาแล้ว เราสนิทกันมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ เขาคือที่ยึดเหนี่ยว ที่พักพิง และมักกางปีกปกป้องฉันตั้งแต่เกิดไปจนถึงวันสุดท้ายเลย เมื่อเขาเสียชีวิตทุกอย่างในชีวิตของฉันก็พังทลาย ฉันปิดกั้นตัวเองทันที ฉันพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “พาฉันไปด้วย” ความรู้สึกสับสนไปหมดและบางครั้งฉันก็เหมือนถูกกลืนเข้าไป นานหลายเดือนเลยล่ะที่ฉันล่องลอยไปมาในสภาพนี้

และเมื่อคุณอธิบายความรู้สึกของตัวเองกับเพื่อนๆและครอบครัว ทุกคนก็เริ่มกังวล วัฒนธรรมของเราไม่มีที่ว่างสำหรับความรู้สึกอันมืดหม่นและโศกเศร้าเหล่านี้ อย่างแรกการกระตุ้นให้ ‘ตาย’ จริงๆแล้วไม่เกี่ยวกับการตายเลย แต่เป็นการยื้อเวลาในการพลัดพรากของมนุษย์ไว้ให้นานที่สุด..เป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งที่สุดของมนุษย์ และเมื่อครึ่งหนึ่งหายไป อีกครึ่งหนึ่งก็ไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ นี่คือเรื่องปกติซึ่งเกิดมาจากความรักและความผูกพัน คุณจะใช้ชีวิตได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อมีโอกาสเห็นความลึกของความมืดมนนั้น อย่างที่สองการปลอบใจเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมอื่นและประเทศต่างๆทั่วโลก ในบางวัฒนธรรม..ความตายคือวัฏจักรชีวิตที่ไม่อาจหลบหนีได้ ผู้คนจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และไม่ยอมหลีกหนีความตาย พวกเขาเข้าใจและยอมรับความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความสูญเสีย ในตะวันออกกลางคำพูดที่มักจะกล่าวใส่คนเป็นในงานศพคือ “อย่าตายไปพร้อมกับคนตาย” เรารู้ว่าคุณอยากตายตามคนที่คุณรัก แต่อย่าทำเช่นนั้นเลย

ในศาสนายิวจะมีช่วงเวลา 7 วัน (Shiva) 30 วัน (Shloshim) และ 12 เดือน (Avelut) ที่คนในครอบครัวจะละเว้นจากงานเฉลิมฉลองและงานสังสรรค์ เราเข้าใจว่าคุณรู้สึกสูญเสีย ต้องการอยู่คนเดียว และค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิม ในประเทศมาลีและประเทศอื่นๆในแอฟริกาแม่ม่ายจะสวมชุดสีฟ้าตลอดทั้งปีหลังจากที่สูญเสียคนรัก ด้วยวิธีนี้พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องโศกเศร้าและมีพื้นที่ในการเสียใจ ดังนั้นขอให้เราทุกคนเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด เราทุกคนมีการแสดงความเสียใจแตกต่างกัน แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเก็บกดความเศร้าเนื่องจากกลัวว่าจะทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัดหรือไม่อยากถูกมองว่าตัวเองอ่อนแอมากเกินไป เรื่องราวของฉันไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดของคุณลดลงแม้แต่น้อย แต่ฉันหวังว่าจะช่วยให้คุณรู้ว่าความเจ็บปวดนั้นเป็นเรื่องปกติ และเมื่อคุณบอกฉันว่าคุณอยากตาย ฉันจะไม่ตกใจแต่จะพูดว่า “ฉันรู้ค่ะ” แทน ความเศร้าที่แผ่ขยายออกไปสามารถเปลี่ยนไปเป็นโรคซึมเศร้าได้ ดังนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์อยู่เสมอ

Blogger : Cora Neumann

Source : huffingtonpost.com