Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Is Technology Ruining Our Lives?
เทคโนโลยีกำลังทำลายชีวิตของเราอยู่หรือเปล่า?

เทคโนโลยีกำลังทำลายชีวิตของเราอยู่หรือเปล่า

ทั้งโทรศัพท์ ยาแผนโบราณ หรือช่องซีรีส์ ล้วนเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว อย่างที่ปู่ย่าตายายหรือแม้แต่บรรพบุรุษของเราก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เราสามารถข้ามไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้ภายในวันเดียว เราสามารถขนความรู้ทั้งห้องสมุดมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ และสามารถเนรมิตสิ่งจำเป็นทุกอย่างมากองอยู่ตรงหน้าประตูได้ เพียงปลายนิ้วก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้เราจะออกไปข้างนอกเพื่ออะไร?

ในวีดิโอคือภาพปู่ย่ากำลังเล่าความทรงจำในวัยเด็ก เช่น การเก็บผลไม้ ตกปลา และวิ่งเล่นไปมาท่ามกลางธรรมชาติ แต่กิจกรรมต่างๆของเด็กในยุคนี้ได้แตกต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็นวีดิโอเกมส์ หรือการส่งข้อความหากัน ถึงขั้นประมาณว่าขาดแท็บเล็ตแล้วฉันยอมตายดีกว่า


ดูคลิป VDO

เทคโนโลยีปัจจุบันกำลังทำให้เด็กรุ่นใหม่ติดหน้าจอและไม่สนใจโลกภายนอก เราไม่มีทางรู้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลต่อพัฒนาการ ทักษะทางสังคม และมุมมองทั่วไปของเด็กๆอย่างไร ในแต่ละวันเราจะส่งข้อความ ทวีตข้อความ เล่นโปรแกรม Facebook และ Snapchat รวมถึงส่งอีเมลทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการพักผ่อนได้ถูกทำลายลงเนื่องจากเราสามารถเข้าสู่โลกโซเชียลได้ทุกที่ทุกเวลาโดยที่เราแทบไม่ต้องลุกจากเก้าอี้เลย นี่คือความผิดของเทคโนโลยีหรือความผิดของเราทุกคนกันแน่? แต่ท้ายที่สุดนี่ไม่ใช่หน้าที่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรอกเหรอที่ต้องทำทุกอย่างให้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และสะดวกมากขึ้น? อย่างไรก็ตามความรับผิดชอบเหล่านี้อาจตกอยู่กับเรา เราควรใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมและมีสติมากพอที่จะไม่ทำลายทั้งสุขภาพกายใจของตัวเอง ที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาบงการชีวิตของเราทั้งหมด

1. ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้สื่อโซเชียลของตัวเอง

ในแต่ละวันคุณใช้เวลาหมดไปกับสื่อโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่? ต่อให้แค่ไม่กี่นาทีก็อาจมากเกินไป หาเวลาว่างให้ตัวเองอยู่ห่างจากสื่อโซเชียลบ้าง อาจเป็นช่วงจิบกาแฟในตอนเช้าหรือขณะที่กำลังพักผ่อนในยามกลางคืน

2. รู้จักแบ่งเวลาทำงานกับเวลาพักผ่อน

วิธีนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน ทิ้งงานไว้ที่ทำงานและเมื่อกลับถึงบ้านก็ทำกิจกรรมสันทนาการหรืองานอดิเรกแทน

3. ไปเที่ยวข้างนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

วันหยุดใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นคุณควรวางแผนออกไปวิ่ง ปีนเขา ไปสวนสาธารณะเพื่ออ่านหนังสือ หรือไม่ก็ไปบ้านเพื่อนเพื่อจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน จงรู้จักใช้เวลาอยู่กับคนที่คุณรักท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธ์และเก็บโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆไว้ในกระเป๋า

Blogger : Daryl Lindsey

Source : theeverygirl.com