Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Important People Are Busy But Unimportant People Are Not?
คนสำคัญมีธุระปะปังวุ่นวาย แล้วคนไม่สำคัญเขาไม่ยุ่งกันหรือ?

คนสำคัญมีธุระวุ่นวาย แล้วคนไม่สำคัญเขาไม่ยุ่งหรือ

เราเคยชินแล้วกับการจินตนาการว่าผู้ที่รวยและประสบความสำเร็จนั้นไม่ต้องเครียดกับการทำงาน พวกเขาจะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดยาวอย่างหรูหรา นิยมรับประทานอาหารในภัตตาคารชั้นเลิศ และงานอดิเรกที่สุดแสนอลังการ..ต่างจากเรา ทว่าจริงๆแล้วผู้ที่รวยและประสบความสำเร็จนั้นมักจะยุ่งอย่างไม่น่าเชื่อและทำงานหนักสุดๆ อย่าได้หวังว่าพวกเขาจะมีเวลาว่างเลย

นิยามของคำว่ายุ่ง

ในช่วงศตวรรษที่ 20 คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด ยิ่งทำงานมากเท่าไหร่..พวกเขาก็จะยิ่งมีรายได้มากเท่านั้น และเมื่อมีรายได้มากขึ้นก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าหลายคนอยากให้ตัวเองดูเหมือนว่ามีรายได้ดีจากการทำงานหนักแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม เช่นเดียวกับการที่บางคนซื้อนาฬิกาแบรนด์เนมปลอมเพียงเพราะอยากให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเป็นคนประสบความสำเร็จ ส่วนบางคนที่มีเวลาว่างก็อาจจะสื่อเป็นนัยๆได้ว่าพวกเขาไม่มีอะไรทำต่างหาก ผลกระทบจากมุมมองดังกล่าวคือพวกเขาอาจต้องทำงานหนักเพื่อเหตุผลเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ทั้งที่เป็นงานที่พวกเขาไม่อยากทำ อันที่จริงแล้วการทำงานหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้นแทบจะไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับการประสบความสำเร็จเลย ไม่เชื่อก็ลองไปถามคุณแม่ลูกติดที่ทำงานทั้งหมด 3 งานดูสิว่าเธอรู้สึกรวยและประสบความสำเร็จหรือไม่

สุดท้ายการตั้งใจทำงานเพียงงานเดียวอย่างมีประสิทธิภาพย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำงานลวกๆหลายงานพร้อมๆกัน การทำหลายงานพร้อมกันไม่ได้ทำให้คุณดูเก่ง มีความสามารถ และประสบความสำเร็จมากขึ้นแต่จะทำให้คุณโง่ต่างหาก

คุณเป็นพวกเสพติดความยุ่งหรือเปล่า?

การทำตัวยุ่งไปงั้นๆคือการใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อคุณยุ่ง..สมองของคุณก็จะท่วมท้นไปด้วยข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ดังนั้นก็อย่าหวังเลยว่าคุณจะจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักดนตรีอาชีพจะใช้เวลาฝึกฝนทักษะของตัวเองอยู่เสมอ ศักยภาพของพวกเขาก็จะได้รับการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม “คนทำงานที่ใช้สมองมากกว่าแรงงาน” อย่างผู้ที่ทำงานในสาขาเทคโนโลยีหรือธุรกิจจะขาดคุณลักษณะนี้แต่พวกเขาจะทำงานที่ซ้ำซากจำเจแทนและพวกเขาจะพยายามทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้..โดยไม่มีเหตุผล

ปรับปรุงชีวิตการทำงาน

คนเราส่วนใหญ่มักไม่ชอบการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสูง พวกเขาจะรู้สึกเหนื่อยและสมองล้าโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามผู้คนจะมีความสุขกับประโยชน์ 3 ข้อดังต่อไปนี้

  • เราจะเห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องคุณภาพและคุณค่าของผลงาน
  • ปริมาณงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ความพึงพอใจในผลงานที่คุณผลิตออกมา

กุญแจสำคัญของเรื่องนี้คือคุณต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจุดประสงค์ที่สำคัญในชีวิตและความปรารถนาที่แท้จริงของคุณคืออะไร ไม่ต้องกังวลหากคุณยังไม่รู้ แต่เมื่อใดที่คุณรู้แล้วว่าความปรารถนาของคุณคืออะไร ลองพิจารณา 3 ขั้นตอนด้านล่างนี้

1. จัดลำดับความสำคัญ

เวลามีจำกัด ดังนั้นคุณจะมัวเสียเวลากับสิ่งที่คุณไม่ต้องการไปทำไม หาให้ได้ว่าคุณชอบอะไรและลงมือทำเดี๋ยวนี้เลย! คุณจะพบว่าการใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่รักย่อมมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าการเสียเวลาอยู่กับงานที่ไร้จุดมุ่งหมาย คุณควรเริ่มบริหารเวลาให้เฉพาะเจาะจงมากกว่านี้ วิธีนี้จะทำให้คุณใช้เวลาทุกวินาทีในแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

2. จำกัดเวลาให้น้อยที่สุด

คุณอาจพบว่าตัวเองมีงานมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จแต่สุดท้ายก็ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุดท้ายของคุณ การทำงานแต่ละอย่างคุณต้องพิจารณาเลือกให้ตรงกับทักษะและความสามารถของตัวเองเพื่อให้คุณมีความสุขกับงานที่ถนัดมากที่สุด และถ้าคุณสามารถแต่งตั้งคนอื่นที่อาจเหมาะกับงานเหล่านั้นมากกว่าคุณให้มาทำงานแทนได้..ก็จงอย่าลังเลที่จะเอ่ยปาก หากคุณต้องทำงานเหล่านั้นให้เสร็จก็ควรจำกัดเวลาเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

3. ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น

ขั้นตอนที่สามอาจเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณมองงานที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน ลองถามตัวเองว่า “งานนี้สำคัญขนาดไหน?” และ “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่ทำ?” หากคุณคิดว่างานไหนไม่สำคัญและถ้าไม่ทำให้เสร็จก็ไม่มีผลเสียอะไรเกิดขึ้น คุณก็ควรตัดทิ้งไปซะ คราวนี้คุณก็จะมีเวลาพอสำหรับงานที่คุณปรารถนา หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้คุณจะรู้สึกพอใจกับชีวิตและหน้าที่การงานของคุณทันที ที่สำคัญคุณจะสามารถระบุจุดประสงค์ของตัวเองได้และมีเวลาว่างมากขึ้นไปอีก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากคุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นและเปล่าประโยชน์

Blogger : Leon Ho

Source : lifehack.org