Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

เลิกดูโทรศัพท์ก่อนนอนเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ชีวิต (การนอนหลับ) เปลี่ยน!

เลิกดูโทรศัพท์ก่อนนอน ชีวิต (การนอนหลับ) เปลี่ยน

ฉันมักจะพกโทรศัพท์ติดตัวตลอด ฉันเป็นหนึ่งในประชากรกลุ่มมิลเลนเนียล ฉันนิยมดูโทรศัพท์เป็นอย่างแรกในตอนเช้าและก่อนนอนรวมถึงระหว่างที่เข้าห้องน้ำด้วย โดยปกติฉันจะวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำเผื่อมีใครส่งข้อความสำคัญมาและต้องการให้ฉันตอบกลับโดยด่วน แม้แต่ตอนนอนฉันยังเอาโทรศัพท์เข้านอนด้วยนะ ที่สำคัญฉันไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เลย

แต่ครอบครัวของฉันไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาบอกว่าฉันจะเป็นมะเร็งเพราะพกโทรศัพท์ติดตัวไว้ตลอดเวลาซึ่งนั่นก็มากพอที่จะทำให้ฉันประสาทเสีย (แต่ก็ไม่หยุดนะ) ขณะที่เพื่อนๆก็มักจะบอกว่าระดับความเครียดและวิตกกังวลของฉันจะดีขึ้นถ้าฉันเพลาๆพฤติกรรมนี้ลงบ้าง หลังจากที่ถูกทั้งเพื่อนๆและครอบครัวแซะแล้วแซะอีกบวกกับแรงจูงใจว่ามันจะได้ผลไหม (ฉันสงสัยน่ะ) ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจไม่เอาโทรศัพท์เข้านอนด้วยเป็นเวลาหนึ่งเดือน บอกตามตรงว่าฉันก็ยังแอบดูบ้างแต่ส่วนใหญ่ฉันจะวางโทรศัพท์ชาร์จไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งทุกคืน

ฝันร้ายน้อยลง

ฉันมักจะฝันร้ายซ้ำๆในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่บางคืนฉันก็ไม่สามารถหลับตาลงได้หลังจากที่ตื่นขึ้นมากลางดึก ที่สำคัญฉันกังวลว่าฉันอาจจะฝันร้ายอีก มันส่งผลเสียต่อการนอนหลับของฉันมาก ฉันจำเป็นต้องรับประทานยาหลายขนานเพื่อต่อสู้กับมันทว่ากลับไม่ได้ผลเลย อย่างไรก็ตามตั้งแต่ที่เลิกใช้โทรศัพท์ฉันสังเกตว่าตัวเองฝันร้ายน้อยลงและความชัดเจนของความฝันก็น้อยลงด้วย ถ้าฉันใช้โทรศัพท์ก่อนนอนฉันจะฝันร้ายอย่างน้อยหนึ่งครั้ง สรุปคือผลลัพธ์ที่ได้วิเศษมากและฉันก็จะทำต่อไป!

วิตกกังวลน้อยลงในช่วงเช้า

ฉันเป็นโรคแพนิกและโรควิตกกังวลทั่วไปซึ่งมักจะมีอาการในช่วงเช้าเท่าที่ฉันจำความได้ ฉันจะรู้สึกเครียดมากไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่หรืองานในวันนั้น ทำเอาฉันไม่อยากลุกออกจากเตียงในทุกๆเช้าเลยล่ะ หลังจากที่เลิกใช้โทรศัพท์หนึ่งเดือนฉันก็รู้สึกว่าตัวเองตื่นมาสมองปลอดโปร่งขึ้น การอยู่ห่างจากโทรศัพท์ทำให้ฉันลืมเรื่องวุ่นวายต่างๆ ฉันจะให้เวลาตัวเองในช่วงเช้าสัก 30 นาทีเพื่อระดมสมองแทนซึ่งปรากฏว่าได้ผลดีขึ้นมากเลย

รู้จักอ่านมากขึ้น

การเลิกดูโทรศัพท์ก่อนนอนทำให้ฉันมีเวลาทำสิ่งต่างๆเพิ่มขึ้น ฉันอ่านหนังสือหลายเล่มในช่วงเดือนที่ผ่านมาขณะเดียวกันก็อ่านนิตยสารเก่าๆที่อ่านค้างไว้หมดทุกบทความเลย (จะว่าไปฉันก็มีแฟ้ม “รายการอ่าน” ในคอมพิวเตอร์และมันก็ยาวมากด้วย)

ผิวพรรณผ่องใสขึ้น

ฉันขี้เกียจตัวเป็นขนเลยเมื่อเอ่ยถึงการบำรุงผิว แม้ว่าฉันจะชอบทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆแต่ถ้าเตียงร่ำร้องหาฉันเมื่อไหร่ฉันก็จะเมินใส่ขั้นตอนการลบเครื่องสำอางทันที โดยปกติฉันจะเข้านอนหลังจากที่วางแผนทุกอย่างในคืนนั้นแล้วและเลื่อนดูโทรศัพท์ต่ออีกประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง ฉันจะขดตัวอยู่กับผ้าห่มโดยไม่ทันรู้ตัวและอย่าหวังว่าฉันจะลุกขึ้นอีกเลย สุดท้ายฉันก็จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับสิวเห่อเต็มหน้า

การอยู่ห่างจากโทรศัพท์ทำให้ฉันต้องวางแผนและปฏิบัติตามให้ได้ ฉันบำรุงผิวทุกคืนและฉันก็เริ่มสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง สิวขึ้นน้อยลงเพราะฉันไม่ได้นอนหลับพร้อมเครื่องสำอางอีกแล้ว แม้แต่ตอนที่กลับดึกฉันก็บังคับตัวเองให้บำรุงผิวก่อนเพราะรู้ว่าฉันจะเข้านอนทันทีแทนที่จะเอาโทรศัพท์แนบหน้าทุกๆสองนาที

ตื่นกลางดึกน้อยลง

ฉันมีปัญหาการนอนหลับมานานหลายปีแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะหายด้วย ถ้าฉันไม่ต้องตื่นกลางดึกคืนละ 4-5 ครั้งก็คงดี โดยปกติฉันจะตื่นขึ้นมาและไม่สามารถนอนต่อได้ทันที ดังนั้นฉันจึงถือโอกาสเล่นโทรศัพท์จนกว่าจะเพลียและผลอยหลับไปอีกครั้ง ฉันรู้ว่านี่คือวงจรชีวิตแย่ๆและฉันก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เดือนที่ผ่านมาฉันสังเกตว่าฉันตื่นกลางดึกน้อยลงเรื่อยๆ (ประมาณ 1-2 ครั้งต่อคืน) และฉันก็พยายามข่มตานอนทันทีแทนที่จะเล่นโทรศัพท์หรือตอบกลับข้อความที่สามารถรอได้จนถึงเช้า แม้ว่าฉันจะไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวได้ทันทีแต่ฉันก็สังเกตว่าปัญหาการนอนหลับของตัวเองดีขึ้นมากเลย

Blogger : Beth Gillette

Source : theeverygirl.com