Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How to Turn Your Jealousy into Inspiration (Really!)
วิธีเปลี่ยนความอิจฉาให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ

วิธีเปลี่ยนความอิจฉาให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ

ความอิจฉา หากคุณเคยไล่ดูอินสตาแกรมของคนแปลกหน้าและรู้สึกเหมือนว่าชีวิตของพวกเขาดีกว่าคุณ หรือเคยแอบดูรูปภาพต่างๆในเฟซบุ๊คของคนอื่นไม่ว่าจะเป็นในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาหรือบ้านหลังใหม่ของพวกเขา ขอบอกว่าคุณไม่ใช่คนเดียวหรอกนะ สื่อโซเชียลอาจมีประโยชน์แต่ก็หลีกเลี่ยงความรู้สึกของการเปรียบเทียบไม่ได้ เราเสพข้อมูลมากเกินไปโดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับชีวิตของคนอื่น แม้ว่าเราจะหงุดหงิดกับเหตุการณ์ต่างๆรอบตัวเรา แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสดีๆได้ นี่คือ 4 ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนความอิจฉาในเชิงลบให้กลายเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์

ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อคนที่คุณอิจฉา

ฉันเคยมีลูกค้าคนหนึ่งซึ่งชอบเปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงอีกคนในวงการเดียวกัน เธอจะเข้าไปดูเว็บไซต์ของอีกฝ่ายตลอดเวลา ส่องรูปในไอจี และหมกหมุ่นแต่เรื่องของผู้หญิงคนนี้ เมื่อฉันถามเธอว่าเคยคุยกับ “คู่แข่ง” คนนี้ในชีวิตจริงหรือเปล่า? เธอตอบว่าไม่ ฉันบอกให้ลูกค้าของฉันติดต่อผู้หญิงคนนี้และส่งอีเมลให้เขารู้ว่าเธอชอบสิ่งที่เขาทำมาก แม้ว่าจะรู้สึกอิจฉาแต่เธอก็เคารพและชื่นชมการทำงานของผู้หญิงคนนี้ ตอนแรกลูกค้าของฉันลังเล แต่ในที่สุดเธอสองคนก็นัดพบกันเพื่อดื่มกาแฟและมีบทสนทนาที่ดี เธอเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นเพื่อนได้ อย่าลืมว่าคู่แข่งนี่แหละคือเพื่อนผู้หญิงที่เข้าใจกันมากๆปลอมตัวมา!

ขั้นตอนที่ 2 บำบัดพฤติกรรมติดจอ

หากการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่มีความสุข งั้นคุณก็ควรเข้ารับการบำบัดพฤติกรรมติดจอได้แล้ว เอาจริงๆคุณใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเฝ้าติดตามชีวิตของคนอื่น คุณควรหยุดได้แล้วแต่ไม่จำเป็นต้องหยุดยาวเป็นอาทิตย์ แค่ลดลงวันละ 1 ชั่วโมงก็ส่งผลดีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองพร้อมกับย้ำเตือนว่าชีวิตของคุณกำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่

ขั้นตอนที่ 3 ฝึกความเมตตากรุณาต่อตนเอง

ความรู้สึกที่มาพร้อมกับความอิจฉาไม่ได้อยู่ในใจของคุณทั้งหมด ความรู้สึกอิจฉาจริงๆเกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับการประมวลความเจ็บปวดทางกาย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะรู้สึกแย่เมื่อเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จงรู้ไว้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและมันกำลังจะบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคุณด้วย ลองให้เวลาตัวเองและคิดว่าเหตุใดคุณจึงรู้สึกอิจฉาคนอื่น ในชีวิตนี้คุณต้องการอะไรอีก? สุดท้ายคุณต้องเลิกกดดันตัวเอง

ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนความอิจฉาเป็นความรู้สึกขอบคุณ

มีคำพูดหนึ่งที่ฉันชอบคือ “ความอิจฉาคือการมองเห็นข้อดีของคนอื่นมากกว่าของตัวเอง” แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเอาพลังงานนั้นมาและรู้สึกซาบซึ้งในความดีของตัวเองแทน? ลองนึกถึงความดี 5 อย่างที่คุณรู้สึกขอบคุณ ที่สำคัญพวกมันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อาจเป็นแค่ปัจจัยพื้นฐานในชีวิตของคนเรา เช่น ตอนนี้คุณยังหายใจอยู่ มีชีวิตอยู่ มีอาหารการกิน มีที่อยู่อาศัย หรือกำลังอ่านบทความนี้ในคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน บอกได้เลยว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่สุดในโลก! อย่าลืมว่าชีวิตของตัวเองน่ามหัศจรรย์มากขนาดไหน

จงจำไว้ว่าถ้าคนอื่นมีได้ คุณก็ย่อมมีได้เช่นกัน ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่คุณจะรู้สึกด้อยค่า ไม่สมควรได้รับ หรือพิเศษน้อยกว่าคนอื่นที่อยู่รอบตัวคุณ ทุกอย่างในชีวิตพร้อมสำหรับคุณเสมอเมื่อคุณเป็นผู้ตัดสินใจ จงเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการ เลิกสนใจว่าอีกฝ่ายมีอะไร และจงไปทำให้ฝันของตัวเองเกิดขึ้นจริง

Blogger : Cara Alwill Layba

Source : horoscope.com