Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

How to Think Outside the Box
วิธีคิดนอกกรอบและรู้จักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

วิธีคิดนอกกรอบ

เราทุกคนล้วนเคยได้ยินคำว่า “คิดนอกกรอบ” แต่เคยมีใครบอกคุณไหมว่าต้องทำอย่างไร งั้นเราจะบอกวิธีคิดนอกกรอบให้กับคุณเอง ก่อนอื่นฉันจะบอกคุณก่อนว่าทำไมการคิดนอกกรอบจึงสำคัญและมันมีประโยชน์ในเรื่องการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันของคุณอย่างไรบ้าง และฉันจะอธิบายถึงข้อเสียของการคิดนอกกรอบที่คุณไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนอีกด้วย

ทำไมการคิดนอกกรอบจึงสำคัญ

การคิดนอกกรอบจะทำให้คุณสามารถคิดโลดแล่นไปได้ไกลกว่าเดิมและทำให้มองเห็นปัญหาต่างๆด้วยดวงตาที่รู้แจ้งเห็นจริง นับว่าเป็นวิธีคิดที่ได้ประโยชน์สุดๆ คิดดูสิกี่ครั้งแล้วที่คุณเอาศีรษะชนกำแพง (หรือคนที่ยืนข้างๆคุณ) เมื่อรู้ว่าจริงๆแล้วทางแก้อยู่ตรงหน้านี้เองแต่คุณกลับมองข้ามไป หรือกี่ครั้งที่คุณอ่านเจอแนวคิดอันเฉียบแหลมและคิดว่า “พวกเขาคิดกันได้อย่างไรนะ” ทั้งที่คุณอาจเป็นคนๆนั้นก็ได้

สำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั้งหลาย รู้ไหมคนที่จะคว้าเกรดดีๆได้มักจะรู้จักวิธีคิดนอกกรอบ หรือรู้จักหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบจะช่วยเพิ่มคุณภาพในการแก้ปัญหาเนื่องจากคุณสามารถพบทางออกของปัญหาที่แสนง่ายดายหรือแม้แต่วิธีใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาที่ยังไม่เคยมีใครแก้ได้

อาจารย์ทุกคนต่างต้องการเห็นนักเรียนมีความสามารถในการคิดหาหนทางใหม่ๆในการไขปมปริศนาหรือแก้ปัญหาต่างๆได้ เนื่องจากนั่นจะแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถประยุกต์ใช้แนวคิดกับปริศนาใหม่ๆและสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ขณะที่ในชีวิตการทำงานหัวหน้าของคุณก็มีจุดประสงค์เดียวกับคุณครูนั่นแหละ เขาต้องการดูว่าคุณมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไหม คุณคิดนอกกรอบเป็นหรือเปล่า หากเขามองว่าคุณรู้จักคิด นั่นหมายความว่าคุณกำลังได้เปรียบพนักงานคนอื่นๆ

ข้อเสียของการคิดนอกกรอบ

หลายคนอาจคิดว่าคุณบ้าไปแล้ว นึกถึงไอน์สไตน์กับทฤษฎีที่ไม่น่าเป็นไปได้ของเขาสิ เขาเป็นอัจฉริยะแต่หลายคนมักคิดว่าเขาเสียสติ ตอนนี้ฉันคิดเพียงอย่างเดียวว่า “ใครจะสนว่าคนอื่นคิดอะไรกัน” พยายามจำไว้เสมอว่าต้องไตร่ตรองข้อมูลทุกอย่างที่คุณมี จากนั้นจึงสร้างข้อคิดเห็นหลังจากที่พิจารณาหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว และปรับเปลี่ยนแนวคิดตามหลักฐานใหม่ๆที่เกิดขึ้นอีก

วิธีคิดนอกกรอบ?

กระบวนการคิดนอกกรอบไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยการคิดทบทวนไตร่ตรองและกำจัดสมมติฐานทิ้งไป จากนั้นจึงใช้ความคิดสร้างสรรค์

1. ลองจินตนาการไปเอง

พยายามนึกว่าปัญหากำลังเกิดขึ้นต่อหน้าคุณและลองใช้วิธีต่างๆในการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือที่เรียกว่ากระบวนการทดสอบการรับรู้ของสมองในด้านความสามารถและประมวลผลข้อมูล การคิดนอกกรอบจำเป็นต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งรู้จักสร้างและหาวิธีแก้ปัญหาที่เรียบง่าย

2. หมั่นบริหารสมองให้มีความคิดเฉียบแหลม

อย่างที่บอกไปว่าความคิดสร้างสรรค์คือองค์ประกอบสำคัญในการคิดนอกกรอบ คุณสามารถบริหารทักษะนี้ได้ด้วยการเล่นเกมปริศนาลับสมองต่างๆ

3. ฟังแนวคิดของผู้อื่นบ้าง

การฟังแนวคิดของคนอื่นจะช่วยให้คุณเริ่มซึมซับเชาวน์ปัญญาและวิธีคิดของพวกเขา คิดซะว่าตัวเองเป็นฟองน้ำนะ

4. ขอคำปรึกษาจากผู้อื่น

การขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ มุมมองที่แตกต่างกันจะช่วยให้คุณมองเห็นปัญหาต่างออกไปและอาจจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ด้วยเนื่องจากมันจะเปลี่ยนมุมมองดั้งเดิมของคุณ คำแนะนำอาจจะไร้ประโยชน์แต่คุณจะได้ประโยชน์จากวิธีคิดของพวกเขา ไม่ใช่แนวคิด

5. ให้เวลาสักหน่อย

อย่าเครียด ค่อยๆใช้เวลาคิดแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ อย่าคิดว่าคุณจะต้องคิดออกเป็นคนแรก

เราเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ

ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา

เปลี่ยนบรรยากาศ : คุณจะได้รับมุมมองที่สดใหม่กว่าเดิม เนื่องจากเราอาจรู้สึกอุดอู้ สมองตีบตันเมื่ออยู่แต่ในสถานที่เดิมๆ แต่เมื่อเราเปลี่ยนบรรยากาศสมองของเราก็จะสามารถรับรู้แรงกระตุ้นใหม่ๆ แปลได้ว่าพื้นที่ใหม่ๆ = แนวคิดใหม่ๆ

ออกกำลังกาย : ฉันไม่ได้หมายความว่าให้คุณโยนงานทิ้งทั้งหมดแล้วรีบพุ่งไปออกกำลังกายนะ แค่เดินเหยียดแข้งเหยียดขาก็ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้แล้ว เพราะถ้ายิ่งเครียดเท่าไรก็อย่าหวังว่าจะคิดอะไรออก ความคิดของคุณจะยิ่งถูกจำกัดเมื่อพยายามที่จะแก้ปัญหา

พักสมอง : บางครั้งก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆหากงานของคุณอยู่ในช่วงขีดเส้นตาย แต่หากทู่ซี้นั่งทำงานต่อไปก็เสียเวลาเปล่าๆงานของคุณไม่มีทางคืบหน้าได้อย่างแน่นอน การพักผ่อนจะช่วยทำให้จิตใจของคุณได้ผ่อนคลาย เมื่อมองจากภายนอกอาจดูเหมือนว่าคุณไม่ได้ทำอะไร แต่จริงๆแล้วสมองของคุณก็ยังทำงานอยู่ การพักผ่อนจะช่วยให้คุณเข้าใกล้ทางแก้มากยิ่งขึ้น

Source : youqueen.com