Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How to change your life for the better in just one month
วิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นภายในหนึ่งเดือน

วิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นภายในหนึ่งเดือน

บล็อกเกอร์ Svetlana Pokrevskaya เพิ่งได้รับจดหมายจากผู้อ่านคนหนึ่งเขียนมาว่า “สวัสดีค่ะฉันต้องการเปลี่ยนชีวิตของตัวเองตามไลฟ์สไตล์ของคุณ!” ว้าว ฉันเริ่มสงสัยว่าฉันมี “ไลฟ์สไตล์” พิเศษที่น่าเอาอย่างด้วยเหรอ? สุดท้ายฉันแบ่งภารกิจต่างๆออกเป็นสี่ส่วน ส่วนละหนึ่งสัปดาห์หรือเท่ากับแค่เดือนเดียวในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น!

สัปดาห์ที่ 1 : ชำระล้างจิตใจและร่างกายให้สะอาด

  1. ทุกอย่างเริ่มขึ้นประมาณ 6 โมงเช้า คุณจะพบว่านี่เป็นช่วงเวลาที่แสนสงบสุขและทำกิจกรรมต่างๆได้โดยที่ไม่มีใครมารบกวนเนื่องจากคนอื่นๆภายในบ้านยังนอนหลับอยู่ แถมยังเหมาะแก่การออกกำลังกายในตอนเช้าอีกด้วย ความรู้สึกขี้เกียจและไม่อยากลุกออกจากเตียงในตอนเช้าไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าคุณเหนื่อย แต่หมายความว่าคุณไม่อยากออกมาใช้ชีวิตของตัวเองต่างหาก แต่ถ้าคุณต้องการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ คุณจะแทบกระโจนออกจากเตียงเลยทันทีและเริ่มต้นชีวิตอย่างสดใส!
  2. โภชนาการที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาลในตัวคุณเพื่อให้ร่างกายได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อต้องเผชิญกับผลกระทบจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ ไขมัน หรืออาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ คุณเลือกได้ว่าจะรับประทานอาหารอะไรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและควรลดปริมาณอาหารรวมถึงอย่ากินจนอิ่มจัดก่อนเข้านอนด้วย คุณต้องฟังสิ่งที่ร่างกายกำลังบอกคุณหรือขอคำแนะนำจากนักโภชนาการ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการป้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง สุดท้ายคุณก็จะมีความสุขและมีพลังงานมากขึ้นในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
  3. กีฬา ฉันชอบเล่นกีฬาและไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยไม่ว่าจะเป็นโยคะ วิ่ง และเต้น คุณควรเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำทุกวัน เช่น เต้นหน้ากระจก ขึ้นลงบันไดแทนที่จะใช้ลิฟท์ หรือออกกำลังกายในโรงยิม

สัปดาห์ที่ 2 : จัดระเบียบชีวิตส่วนตัว

  1. ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนตัว โยนทิ้งไปให้หมด! ได้เวลาที่คุณจะจัดทุกซอกทุกมุมภายในบ้านให้เป็นระเบียบแล้ว และเก็บเฉพาะของที่มีประโยชน์หรือต้องการจริงๆเนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข อย่าลังเลเด็ดขาดเพราะเมื่อทำไปแล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
  2. จัดการธุระส่วนตัว จำได้ไหมว่านานกี่ปีแล้วที่คุณวางแผนว่าจะเรียนภาษาสเปน? และกี่ครั้งแล้วที่คุณสัญญาว่าจะขับรถไปเยี่ยมปู่ย่าที่ต่างจังหวัด? คุณต้องเตือนตัวเองถึงสิ่งที่เคยสัญญากับตัวเองและคนอื่นๆไว้และตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป คุณมีสองทางเลือกคือ 1) เติมเต็มความฝัน หรือ 2) เขี่ยออกจากรายการ “สิ่งที่ต้องทำ” ไปตลอดกาล จงทำในสิ่งที่ต้องทำแทนที่จะจมอยู่กับความผิดหวังของตัวเอง
  3. จัดการชีวิตสังคม ยุติความสัมพันธ์ที่ฉุดรั้งคุณหรือทำให้คุณรู้สึกซึมเศร้า เลิกพูดคุยกับผู้ที่มีทัศนคติในแง่ลบและไม่มีอะไรที่เหมือนกับคุณเลย เรียนรู้ที่จะเดินหนีและกล่าวคำปฏิเสธ หรือทำตัวแย่ๆบ้างก็ได้หากทำให้คุณรู้สึกสบายใจ

สัปดาห์ที่ 3 : วางแผน เป้าหมาย และความฝัน

  1. จดบันทึกและปฏิบัติตามแผน ดูเหมือนว่าเราจะทำภารกิจของสัปดาห์ก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้างล่ะ? คุณรู้สึกมีความสุขและกระตือรือร้นหรือไม่? จงจำไว้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณชอบหรือชอบทำ? และอย่าลืมวางแผนเวลาว่าง เช่น พบปะเพื่อนฝูงและคนรักรวมถึงหาเวลาว่างให้กับตัวเองด้วย ทั้งนี้อย่าลืมกำหนดเส้นตายไว้ด้วยล่ะ
  2. จดบันทึกความฝันที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด นี่เป็นข้อที่ฉันชอบมากที่สุด ความฝันที่เป็นไปได้ยาก เช่น การเป็นผู้ครองโลกหรือปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ตอนอายุ 89 ปี เลิกสนใจเสียงในหัวของตัวเองและคิดว่าโลกนี้เป็นของคุณแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือแค่ดีดนิ้ว คุณมีทั้งเวลา เงิน เครือข่าย และความสามารถต่างๆที่ต้องการ
  3. วางแผนในแต่ละวัน จดบันทึกแผนสำหรับวันถัดไปในทุกๆเย็นไม่ว่าจะเป็นแผนการสั้นๆหรือแค่คร่าวๆแต่ขอให้เขียนก็แล้วกัน ที่สำคัญอย่าลืมมองแผนการโดยรวมและถามตัวเองว่าจะดำเนินชีวิตไปในทิศทางไหน

สัปดาห์ที่ 4 : ขยายขอบเขตของตัวเอง

  1. ลองใช้ชีวิตที่ต่างออกไป แม้แต่สิ่งที่เล็กที่สุดก็สามารถส่งผลกระทบได้เช่นกัน เช่น เปลี่ยนเส้นทางไปทำงาน แวะคาเฟ่ที่ไม่เคยไปมาก่อนหรือลองนั่งร้านหรูๆดูสักครั้ง เปลี่ยนไปเล่นกีฬาใหม่ๆ เป็นต้น คุณต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆและลองหาประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง
  2. ออกจากอาณาเขตแห่งความสบายของตัวเอง คุณต้องก้าวไปข้างหน้าและกล้าเผชิญหน้ากับความกลัว กลัวความสูงเหรอ? ไปดิ่งพสุธาสิ หากคุณเกลียดการพบปะผู้คนหน้าใหม่ๆก็ลองไปงานปาร์ตี้ที่คุณไม่รู้จักใครสักคนดูแล้วคุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆพร้อมกับพัฒนาตัวเองเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้น
  3. รู้จักพักบ้าง การพักในที่นี้หมายถึงการปิด Wi-Fi และใช้เวลาอยู่กับตัวเองตามลำพัง สิ่งต่างๆที่เฝ้ารอคุณขณะที่คุณกำลังยืนอยู่กลางทางของการผจญภัยในครั้งนี้ (ใช่แล้วนี่ไม่ใช่จุดจบ) จะช่วยยืดความคาดหวังออกไป การทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ทุกวัน (ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ธรรมดามาก!) จะทำให้คุณรู้สึกกลมกลืนและมีพลังมหาศาล จากนั้นก็จะเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ใช่..อาจจะฟังดูเหมือนอวดอ้างเล็กน้อยแต่เชื่อเถอะว่ามันจริง

Blogger : Svetlana Pokrevskaya

Source : brightside.me