Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

How Average Office Workers Really Feel About Their Jobs
ปัจจัยที่ทำให้พนักงานออฟฟิศรักงานของตัวเอง

ปัจจัยที่ทำให้พนักงานออฟฟิศรักงานของตัวเอง

งานวิจัยล่าสุดพบว่าพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จะให้คะแนนงานของตัวเองแค่ B- ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า..เรารักงานของตัวเองจริงหรือ? การศึกษาใหม่ได้สำรวจงานออฟฟิศและระดับความพึงพอใจของพนักงานภายในสหรัฐอเมริกาพบว่าพนักงานส่วนใหญ่มองว่างานของตัวเองควรได้คะแนนแค่ B (ร้อยละ 85) โดยพิจารณาจากหน้าที่การงานในแต่ละวัน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังให้คะแนน B- (ร้อยละ 81) ในเรื่องความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ให้ B- (ร้อยละ 81) ในเรื่องขวัญกำลังใจในบริษัทและ B- (ร้อยละ 81) ในเรื่องสวัสดิการอื่นๆ

การศึกษาโดย OnePoll ซึ่งได้รับการมอบหมายจากบริษัทจัดหางาน Kforce ได้สำรวจพนักงานออฟฟิศเต็มเวลาจำนวน 2,000 คนในอุตสาหกรรมทุกประเภทพบว่าผู้หญิงจะให้คะแนนงานออฟฟิศของตัวเองต่ำกว่าผู้ชายในหัวข้อต่างๆ เช่น โอกาสความก้าวหน้าภายในองค์กร ขวัญกำลังใจในบริษัท และสวัสดิการอื่นๆ เป็นต้น ขณะเดียวกันผู้ชายร้อยละ 58 และผู้หญิงร้อยละ 47 กล่าวว่าพวกเขารักงานออฟฟิศของตัวเองซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเติมเต็มด้านอาชีพ อันที่จริงชาวอเมริกันร้อยละ 67 เชื่อว่าคนเราควรรักงานของตัวเองและพนักงานออฟฟิศชาวอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่งยอมลดปริมาณเงินเดือนลงถึงร้อยละ 29 เพื่อทำงานที่ตรงกับความฝัน อย่างไรก็ตามผู้ว่าจ้างก็เต็มใจเสียสละเพื่อคนที่รักงานของตัวเองเช่นกัน พวกเขายอมจ้างหรือจ่ายเพิ่มให้แก่ผู้สมัครที่โดดเด่นเนื่องจากเข้าใจว่าความสำเร็จย่อมมาจากผู้ที่รักในงานของตัวเอง

จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของงานออฟฟิศ? จากการสำรวจพบว่าเป็นการสื่อสาร (ร้อยละ 31) การรักษาบุคลากร (ร้อยละ 31) และความหลากหลายของบุคลากร (ร้อยละ 28) แล้วสาเหตุใดที่ฉุดรั้งพนักงานออฟฟิศจากการทำงานที่พวกเขารักมากขึ้นเรื่อยๆล่ะ? ผู้สมัครงานร้อยละ 40 อ้างว่าอุปสรรคสำคัญคือโอกาสที่มีอยู่ จากการวิจัยพบว่าผู้สมัครงานเชื่อว่าในอีกไม่เกินห้าปีพวกเขาจะได้ทำงานในฝันขณะที่ร้อยละ 62 เชื่อว่าพวกเขาสามารถทำงานในฝันของตัวเองได้ในบริษัทปัจจุบัน พนักงานออฟฟิศโดยเฉลี่ยเชื่อว่าพวกเขาจะทำงานในบริษัทปัจจุบันนานประมาณห้าปีครึ่ง แต่พวกเขาจะอยู่นานกว่านั้นถ้าได้รับเงินเดือนมากขึ้น (ร้อยละ 53) สวัสดิการดีขึ้น (ร้อยละ 47) เลื่อนตำแหน่ง (ร้อยละ 40) ตารางงานยืดหยุ่นมากขึ้น (ร้อยละ 37) และ/หรือมีการพัฒนาเทคโนโลยีในออฟฟิศ (ร้อยละ 36)

Blogger : Max Knoblauch, SWNS

Source : nypost.com